วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

เทคนิคการสร้างไอเดียเพื่อการถ่ายรูปขายออนไลน์

เมื่อเราถ่ายรูปไปนาน ๆ มีปริมาณรูปภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่จะสวนทางกับปริมาณก็คือไอเดีย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไอเดียของเราหมดลงไปดื้อ ๆ เราต้องมีหมั่นสร้างไอเดียให้กับตัวเองอยู่เสมอ แต่จะทำอย่างไรล่ะไอเดียของเราถึงจะเกิด หรือไม่เกิดก็ไม่หมดไอเดียง่าย ๆ มาหาคำตอบจากบทความนี้ครับ

1. สิ่งที่ควรต้องมีติดตัวไว้เสมอก็คือสมุดโน้ตขนาดกระทัดรัด พร้อมปากกาและดินสอ เพราะเมื่อเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือนั่งชิล ๆ แล้วเกิดไอเดียขึ้นจะได้จดบันทึกเอาไว้ พร้อมทั้งอาจจะสเก็ตภาพคร่าว ๆ และระบุเอาไว้ด้วยว่าใช้อะไรเป็นแบบ และมีพร็อพอะไรบ้าง เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่า "หมดไอเดีย" เราแค่หยิบสมุดโน้ตเล่มดังกล่าวขึ้นมาเราก็จะเกิดไอเดียขึ้นมาทันที

 2. เข้าเว็บไซต์ของบริษัทต่าง ๆ เช่น บริษัทผู้ผลิตอาหาร, ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ หรือเว็บไซต์ใด ๆ ก็ได้ที่มีสินค้าแสดงอยู่ในเว็บไซต์ ก็เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย นั่งรูปภาพสินค้าว่าเขาใช้อะไรเป็นพร็อพ จัดองค์ประกอบอย่างไร เพราะบางครั้งเราก็อาจจะคิดไม่ถึงว่าถ้าเรามีแบบเป็นของสิ่งนี้ แล้วควรจะมีอะไรเป็นพร็อพบ้าง ผมไม่ได้แนะนำให้ลอกมุม หรือลอกการจัดองค์ประกอบนะครับ ที่ดูก็เพื่อศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้กับงานของเราเท่านั้น

 3. เคยอยากได้สติ๊กเกอร์ไลน์กันใช่ไหมครับ และก็อยากได้แบบฟรี ๆ ด้วย ผมบอกเลยว่าพอได้สติ๊กเกอร์แล้วก็ยังไม่ต้องไปบล็อค หรือไปลบออกจากเพื่อนนะครับ เพราะการประชาสัมพันธ์ในไลน์นั้นเราจะได้เห็นรูปแบบการออกแบบมากมาย นักออกแบบก็ต้องพยายามออกแบบให้คนสนใจ เพราะฉะนั้นงานชิ้นนั้น ๆ จึงมีคุณค่าในตัวมันเอง และเมื่อเรานั่งดูงานเหล่านี้แล้ว จะทำให้เราเห็นได้เลยว่าคนที่เขาออกแบบน่าจะต้องการรูปภาพในลักษณะใด เราก็สามารถนำมาประยุกต์ และสร้างเป็นไอเดียของเราได้ครับ อย่าลืมนะครับ แถมเราจะได้เห็นงานออกแบบที่เขาประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ ชอบก็จดบันทึก ไม่ชอบก็ผ่านครับ ไม่มีอะไรยาก

4. ไปเดินเล่นในร้านทุกอย่าง 20 บาทดูสิครับ ไอเดียเกิดแน่นอน และเมื่อเกิดแล้วเราอาจจะต้องซื้อของติดไม้ติดมือกลับมาบ้านบ้างแหละ ได้ไอเดียแล้วก็ต้องสร้างงานจริงไหมครับ ของบางอย่างซื้อมา 1 ชิ้นสร้างงานได้เป็นร้อยรูป ขึ้นอยู่กับการวางแผนของเราด้วนะครับ

 5. ไปห้องสมุด หรือร้านหนังสือ ในเมื่องานของเราคือรูปภาพ ทำไมเราถึงจะไม่ไปแหล่งที่มีรูปภาพเย๊อะ ๆ ล่ะครับ ในหนังสือแต่ละเล่มมีรูปภาพประกอบที่พร้อมจะเป็นไอเดียให้เราได้มากมาย แวะไปนะครับนอกจากจะได้ไอเดียแล้วยังได้ความรู้ติดตัวเพิ่มเติมอีกด้วยนะจะบอกให้

ที่มา:http://www.ninetechno.com

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

ขั้นตอนการสมัครขายภาพออนไลน์

ขั้นตอนการสมัครขายรูป
1. เอกสารในการสมัคร ต้องใช้ passport เท่านั้น
2. เปิดบช ธ. กรุงเทพ ไว้รับเงินจากการขายรูป (โดยทาง shutterstock.com จะโอนมาที่ PayPal)
3. สมัคร PayPal ไว้รับเงินที่โอนมาจาก shutterstock.com
4. ส่งรูปสอบ 10 ใบ หลังจากนั้นรอตรวจรูป และ passport ประมาณ 5 วัน
5. เมื่อ passport และรูปสอบผ่าน 1 ใบ จาก 10 ใบ ก็เริ่มต้นขายได้เลย
6. ถ้ารูปหายจากช่อง approved ให้ดูในช่อง rejected แปลว่ารูปไม่ผ่าน ให้ส่งสอบใหม่
7. สำคัญ ฝึกใช้โปรแกรม แปลไทยเป็นอังกฤษ เช่น google translate เพราะ shutterstock.com  ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด เช่น การสมัคร การตั้งชื่อรูป การใส่ keywords
8. สำคัญ ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ shutterstock.com มาอ่านเพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้นก่อน เกี่ยวกับการขายภาพที่ shutterstock.com เช่น หนังสือของ อ. สุระ หรือทาง http://www.stockphotothailand.com





วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สมัครขายภาพออนไลน์ที่เว็บ Shutterstock

เรียนรู้กระบวนการสมัครขายภาพออนไลน์ที่เว็บ Shutterstock
ภายในคลิปก็มี การสมัคร, การเบิกขั้นต่ำ,การส่งภาพ,การอัพโหลดภาพผ่าน Ftp, การจัดการ catalog


วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ก้าวที่ 2 ของคนทำอาชีพขายรูปออนไลน์

รายงานตัว : ก้าวที่ 2 ของคนทำอาชีพขายรูปออนไลน์มาแล้วค่ะ :)
ด้วยระยะเวลา 2 ปี 5 วัน สามารถไต่มาถึงยอด 3,000$ จนได้ แต่เมื่อเทียบกับหลายๆท่านแล้ว ถือว่าฝนไปช้ากว่ามากเลยค่ะ ด้วยประสบการณ์สายหอยทาก ขอมาแชร์สิ่งที่ “ไม่ควร” ทำตามนะคะ
1. “ไม่ค่อยส่งงาน” อันนี้สำคัญเลยค่ะ มีผลต่อการโหลดมาก ถึงงานเราจะดีแค่ไหน เริ่มมีลูกค้าประจำ แต่ถ้าเราขาดส่งงาน เวลาลูกค้าแวะมาซื้อจะเจอแต่งานเดิมๆ อย่างฝนนี่ตั้งแต่ปี 59 นี้ เรียกได้ว่าส่งไม่ถึง 100 รูปค่ะ ยอดค่อยๆดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งที่ไม่ค่อยส่งเพราะงานประจำรัดตัวเครียดมาก+ขี้เกียจ ค่ะ
2. “ไม่ฝึก Process” ทำมาตั้ง 2 ปี เรื่องง่ายๆอย่างไดคัทฝนยังทำไม่เป็นเลยค่ะ 😂😂😂
ทำให้การต่อยอดงานที่มีไม่สามารถทำได้ แทนที่จะไดคัทอะไรสักอย่างมาเป็น Object หลัก แล้วเปลี่ยน BG ไปก็ทำไม่ได้ หรือการใส่ลูกเล่นให้งานดูเฉียบคมสวยงามฟิ้วฟ้าวก็ทำไม่เป็น ดังนั้นผลิตงานทีนึง ก็คือการต้องกดชัตเตอร์ให้ได้มา งานที่วางขายเลยมีน้อยเข้าไปอัก
3. “ไม่จัดแสง” เรื่องของเรื่องทำไม่เป็นอุปกรณ์มีไม่ครบค่ะ งานที่วางขายจึงไม่ค่อยเป็นงานใน studio เคยพยายามแล้ว แสงแข็งมากกกกกกก ผลก็คือ จะได้รูปก็ต่อเมื่อออกไปข้างนอก หรืออาศัยแสงหน้าต่าง ซึ่งวันที่ไปทำงานประจำจะถ่ายไม่ได้ เสาร์-อาทิตย์เหนื่อยอยากพัก ส่งผลให้มี raw file เพื่อรอทำงานมีน้อยมากๆๆๆๆ
4. “ไม่ค่อยส่ง web อื่น” ขี้เกียจล่ะค่ะ ง่ายๆเลย 555+
หลักๆ ก็ 4 เรื่องนี้ค่ะ ที่มีผลทำให้ยอดไม่กระเตื้อง ใครกลับตัวได้ก็รีบๆเลยนะคะ อย่าเป็นเหมือนเก๊าน๊าาาาาา
ส่วนเรื่องดีๆที่พอบอกเล่าได้ คือ ฝนมีกล้องมิลเลอร์เลสตัวเดียวเลนส์ตัวเดียว เพราะฉะนั้นใครที่สงสัยว่าML ถ่ายขายได้มั๊ย ฝนมีคำตอบให้แล้วนะคะ ^^
ดังนั้น อาวุธในมือไม่ใช่ปัจจัยหลัก (แต่มีความสำคัญ) การใช้อาวุธต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เราพอมีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ค่ะ :D
(ขยายความนิดนึง งานในportประมาณ 10% มีกล้องของน้องที่เป็น DSRL บ้าง เพราะช่วงแรกยืมใช้ ยังไม่มีเงินซื้อกล้องค่ะ)
นอกจากเรื่องกล้อง ฝนใช้ Program ที่ถูกลิขสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ซื้อความสบายใจค่ะ , ศึกษาข้อมูล Trend ของงานแต่ละช่วง (ส่วนจะทำหรือไม่ก็อีกเรื่อง ) , ให้ความสำคัญกับชื่องานและ keywords อย่างมาก
สุดท้ายคือมีเพื่อนร่วมอาชีพที่ดีมากๆ สนับสนุนการทำงานมาโดยตลอด ขอบคุณไว้ ณ ทีนี้ด้วยค่ะ 😄😄
Step ต่อไป ....10,000$ ดูทรงแล้วหนนี้คงใช้เวลาสัก 5 ปีล่ะค่ะ 😂😂😂😂
แล้วพบกันอีก 5 ปีนะคร๊าาาา
สวัสดีค่ะ (-/\-)
1 Oct 2014 – 5 Oct 2016 รวม 2 ปี 5 วัน, 5924 downloads, 601 รูปถ่าย

ที่มา:https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/1767129620209939/?notif_t=group_activity&notif_id=1475723236478045

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่ถ่ายภาพยังไงให้มีคนสนใจขายภาพออนไลน์

สวัสดีครับพี่น้อง...วันนี้ผมเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาแชร์ให้มือใหม่หลายๆท่านได้อ่านกันดี ไอ้กระผมเองก็ความรู้ด้านสต้อกแค่หางอึ่ง จะไปแนะนำใครไปสอนใครก็คงไม่ไหว เอาเป็นว่า..ขอแชร์ในสิ่งที่ผมพอจะรู้และพอจะเข้าใจอยู่บ้างก็แล้วกันครับ....
วันนี้เอาภาพแนวทะเล, หาดทรายมาเล่าสู่กันฟังคีย์เวิร์ดที่ท่านเห็นเป็นคีย์ที่นิยมของลูกค้าครับผมเองอยู่ติดทะเล เลยมีโอกาสดีนิดหนึ่งที่จะเข้าไปคลุกวงในของภาพในคีย์เหล่านี้ อันที่จริงผมก็มีอีกหลายแนวที่ทำน่ะครับ รวมถึงแนวซีสเคป, ภูมิทัศน์ด้วยเพราะมีความชอบเป็นพิเศษ อย่าหาว่าผมมาบอกท่านเกี่ยวกับภาพอีกแนวหนึ่แล้วตัวเองกลับไปทำอีกแนวหนึ่งล่ะครับ ผมก็เหมือนหลาย ๆ คนนั่นแหละทำมาแล้วหลาย ๆ แบบหลาย ๆ แนวเช่นกันพอผมเบื่อแนวนั้นผมก็หันไปจิ้มแนวนี้ พอหันกลับมาอีกที....จะเข้าข่ายพอร์ตฉับฉ่ายไปแล้ว เอาเป็นว่าภูมิทัศน์ เป็นแนวรักร่วมสายสวาทขาดใจของผมแล้วกันครับ แนวอื่น ๆ ทำเพราะหวังเงิน แต่แนวนี้ ... หวังความสบายใจล้วนๆ"ขายภาพออนไลน์"มือใหม่ทั้งหลายอย่าเพิ่งท้อแท้ใจว่า ภาพแนวธรรมชาติศิลปะวัฒนธรรมชีวิต ความเป็นอยู่ทั้งหลายเหล่านี้จะขายยากน่ะครับ มีหลายคนบอกกรอกหูท่านว่ามันขายยากขายไม่ค่อยได้ขายไม่ดีสำหรับผม ... ผมไม่เชื่อ เพราะผมรู้ด้วยตัวเองอยู่ว่ามันขายได้หรือไม่ได้ ขายดีหรือไม่ดี จริงอยู่ว่ามันอาจขายไม่ดีเท่ากับพวกแนว ธุรกิจ, เทคโนโลยีหรืออื่น ๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะขายไม่ได้ผมขอยืนยันครับว่า มันขายได้....แต่.......มันต้องเป็นภาพที่ดูดี มีมุมมองที่ดี เป็นสถานที่ที่มีความต้องการของลูกค้าด้วย ถ่ายแบบแลนด์กระจาย...แบบนี้ก็ไม่ไหวครับ เจออะไร ๆ ก็แลนด​​์เดินหน้า แบบนี้ลูกค้าไม่เอา...อาจจะผ่านได้ก็จริงครับ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าสถานการณ์งานสต้อกในปัจจุบันนั้น ผ่านง่ายแต่ขายยาก....อย่าเน้นแต่ให้ภาพผ่านครับ ตั้งใจไว้เลยว่าเราต้องส่งไปให้ขายได้ในทันทีที่ได้รับการอนุมัติ ต้องทำยังไงครับ....คำถามที่หลายคนคิด....ไม่ยากครับ...มาดูกันครับว่า ภาพแลนด์แบบไหนบ้างท่ีลูกค้าต้องการ เช่นต้นไม้ป่าภูเขาน้ำตกนกทะเลลำธาร ฯลฯ อันที่จริงนกไม่เกี่ยวมากครับ แต่หากเป็นนกที่เป็นสัตว์ป่าก็จัดอยู่ในประเภทขายดีครับเพราะฉะนั้นหากเราพบเจอสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวัน ก็ให้พัฒนาผลงานของเราให้สุดติ่งกระดิ่งเหมียวให้ได้ครับ เรียนรู้ทักษะการใช้กล้องและอุปกรณ์ที่มีให้เชี่ยวชาญ ดูและเลือกเวลาดูแสง ดูดินฟ้าอากาสที่เหมาะสมในการออกไปเก็บภาพ เลือกจุดที่มีองค์ประกอบที่สวยงามและเหมาะสม แล้วถ่ายมาอย่างบรรจงที่สุดในทุกๆภาพครับ แค่นี้ ภาพแลนด์ของท่านก็จะขายดิบขายดีแน่นอนครับ....ฟันทิ้ง....ขอบคุณครับ

ทีมา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1762996200646152&set=gm.1740202499569318&type=3&theater

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประสบการณ์ขายภาพ คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่

16 ม.ค. 2558 "ขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนเพื่อตอบแทนท่านอาจารย์สุระที่ท่านเดินทางมาสอนผมถึงที่โคราชวันนี้" สำหรับคนรอโหลดแรกและคนที่ยังกินไข่ นี่อาจเป็นเรื่องดับฝันให้ต้องตกใจตื่น หรือเป็นเรื่องของการทำฝันให้เป็นจริง.....

ผมขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนกว่าๆกับการหลงมาเป็นช่างภาพสต๊อค(มือสมัครเล่น ^ _ ^) เผื่อจะเป็นการช่วยดับไฟให้ใครหลายๆคน หรือเป็นการเทน้ำมันใส่ไฟให้ลุกโชติช่วง

เวลาที่เราเห็นภาพคนอื่นขายได้ มันอาจทำให้หลายๆคน(มือใหม่ไฟแรง)ตาลุกโชน โห .... สุดยอดขายได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่สำหรับมือเก๋าไม่กินไข่เขาถือว่า "บ้าน ๆ ^ _ ^"

ผมเริ่มเข้าวงการนี​​้เมื่อกลางปี​​ 2557 สอบ - ตรวจ - ตก ๆ ๆ อยู่ประมาณ 4 รอบ (ผมเข้าวงการมาในยุคสอบผ่าน 10 7) จนมาผ่านและเริ่มส่งขายเมื่อเดือนตุลาคม 2557 (ปีก่อน) การส่งขายของผมนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด ผมส่งแค่ 2 เดือนกว่า ๆ ผ่านจำนวนรวมกันประมาณ 800 กว่ารูปแล้วก็หยุดส่งไม่ส่งอีกเลย .... เพื่อทดสอบว่าภาพที่ผ่านไปแล้วมันทำเงินได้จริงไหม ?

ผ่านมาสิบกว่าเดือนถึงตุลาคม 2558 ผมขายได้ 60 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,800 บาทในตอนนั้น) มันช่างน้อยนิดและสวนทางกับจำนวน 800 กว่าภาพที่มีอยู่ ^ _ ^ ในขณะที่บางท่านมีไม่ถึง 100 รูปกลับ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ^ _ ^ มันเกิดอะไรขึ้น ???

ประสบการณ์นี้ขอเล่าให้มือใหม่ฟังเฉยๆนะครับ เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่สอบ ๆ ตก ๆ ผ่าน ๆ แต่ขายแบบยอดไม่ไหลดังความต้องการ หรือคนที่หลงมาแล้วคิดว่า"ถ่ายรูปขายง่ายนิดเดียว"ได้เข้าใจ....

1. ปริมาณคุณภาพความต้องการ (รูปผ่านเยอะไม่ใช่ว่าจะขายได้มาก) ข้อนี้คือบทสรุปของตัวผมเองเลยเราส่งรูปมาเพื่อสู้กับ 2 ด่าน

- ด่านแรกคือขุนอินที่เราไม่เคยเห็นหน้า (สำหรับบางคนถ้ารู้จักบ้านขุนอินอาจเอาหินปาหลังคาบ้านหลายรอบแล้ว) ใครก็ไม่รู้ (คนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) ตรวจ ๆ ตก ๆ ส่งซ้ำ (แก้นิดเดียว) ดันผ่านก็มี ถ่ายดีๆสวยๆแต่งแทบตายดันไม่ให้ผ่าน ยกกดถ่ายไม่ต้องแต่งผ่านเฉยเลย

- ด่านสองคือลูกค้า ทุกคนในนี้คงไม่ได้อยากถ่ายเอาปริมาณรูปในพอร์ต แต่คงตั้งใจถ่ายเพื่อมาขายใช่ไหมครับ มุมมองในการถ่ายรูปอาจต้องเปลี่ยนไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่การประกวดภาพสวยงาม(สำหรับบางภาพ) แต่กลายเป็นการสร้างสรรค์ภาพเพื่อการนำไปใช้ต่อ ไม่ได้ถ่ายให้กดเหมือน แต่ถ่ายให้คนที่ชอบและยอมเสียเงิน

การขายได้คือความสำเร็จในรูปนั้นไม่ใช่การตรวจผ่าน

2. สอบผ่านเป็นเรื่องตลกสอบตกเป็นเรื่องธรรมชาติมั่นใจว่าหลาย ๆ คนกำลังท้อกับการส่งสอบตกส่งสอบตกส่งสอบตกบางคนก็อาจจะสอบผ่านแล้ว แต่ก็เริ่มเครียดกับอาการ"ส่งสอบตก"อีกครั้ง ^ _ ^ ทุกๆการตกมีเหตุผล ถ้าเราไม่ยอมฟังคนตรวจก็คงต้องเดินออกจากห้องนี้ไป ที่นี่ใช้คำว่าสอบ สอบตกก็ให้สอบใหม่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ถ้าเราสนใจใส่ใจกับงานเราก็จะพัฒนาหลายอย่างในตัวเราได้

3. ขี่ช้างจับตั๊กแตนที่กังวลมากเลยคือ มือใหม่ไฟแรง(น่าจะเป็นน้องๆที่ยังไม่ทำงาน) ได้ยินว่าถ่ายรูปขาย มีคนขายได้หลักหมื่นหลักแสนต่อเดือน แล้วทุ่มเทเงิน(ของพ่อแม่)ไปกับสุดยอดกล้องอย่างดีและเลนส์เทพ ในขณะที่ตัวเองไม่มีความรู้และทักษะในเรื่องการถ่ายภาพเลย ^ _ ^ เข้าใจแค่ว่าคมชัดหลังละลายคือสุดยอดความงามถ้าทุ่มทุน แต่ไม่มีความรู้จริงไม่มีความตั้งใจจริง มันจะเริ่มเป็นการขี่ช้าง(หลายหมื่นบาท)มาไล่จับตั๊กแตนตัวละ 9 บาท (0.25 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปทันทีถ้าจะเริ่มให้ทำจากเล็กไปใหญ่ถ่ายแหลกอาจจะขายไม่ได้เหมือนผม แต่ถ่ายให้มันตรงความต้องการและมีคุณภาพทุกภาพ มันจึงจะขายได้ต่อเนื่องและมั่นคง

4. ภาพไหนขายได้ ??? ไม่ต้องคิดมากไปไล่ดูในหลาย ๆ เว็บจะมีรายการภาพที่เป็นที่นิยมขายดีและบางเว็บมีแม้กระทั่งภาพที่เพิ่งขายไป

5. การแต่งภาพ มีมือกล้องบางคนเท่านั้นแต่ใช้ภาพหลังกล้อง(กล้องเขาตัวละหลายหมื่นถึงแสน) แต่สำหรับผมและเกือบทุกคนต้องแต่งภาพการแต่งนั้นแนะนำว่าอย่าให้เว่อร์ ^ _ ^ ให้มันชัดในที่ ๆ ควรชัดคมในที่ ๆ ควรคม ที่สำคัญจัดองค์ประกอบให้มันนำเสนอเรื่องราวๆได้ตรงๆกับชื่อภาพ เพราะคนขายเขาซื้อเรื่องราวจากในภาพครับ ไม่ได้ซื้อภาพวิจิตรอลังการสีสดๆเสมอไป และหลายๆลูกค้าเขาก็ซื้อไปแต่งต่อของเขาอีกทีครับ

6. ภาพชุดมีโอกาสถูกเหมาผมมีภาพชุด 2 ชุดคือภาพหินทรายข้างกำแพงวัดและภาพเทพเจ้าฮินดูผมพบว่าหลาย ๆ ครั้งถ้าเขาซื้อเขาจะเหมารวมไปด้วยกันเสมอ ๆ ครับ

7. วินัยในการส่งถ้าเราองออกว่าภาพสต๊อคคืออะไร "ถ่ายไปขาย" แปลว่าอะไร การมีวินัยในการส่งภาพสำหรับมือบ้านๆอย่างผมอาจพอช่วยให้ภาพบ้านๆหลุดเข้าไปใน ใหม่และมีคนเลือกซื้อไปได้บ้างเหมือนกับเราไม่ใช่นักร้องดัง แต่ออกเดินสายทุกคืนคงพอได้ทิปติดไม้ติดมือมาบ้าง ถึงจะน้อยกว่ามืออาชีพที่จัดคอนเสริตอาทิตย์ละครั้ง

8. ทุกๆคนเข้าใจเหมือนกันว่าถ่ายคนขายดี แต่รุ่นที่วางจำหน่ายมันคือสิ่งที่หลาย ๆ คนขยาดเพราะมันคือภาษาอังกฤษ และมันต้องขอนางแบบนายแบบให้เซ็นต์เอกสาร ^ _ ^ จริงๆแล้วนาย มันไม่ใช่อะไรยุ่งยากครับกรอกๆพิมพ์ สแกนแนบไปลองสักคนก็จะรู้ครับ ผมเองก็ลองส่งลูกสาวคนเล็กโกอินเตอร์ไปแล้ว ^ _ ^ สำหรับการถ่ายคนที่ไม่สนิทแต่ไปติดหน้าตามันก็มีแอพบน iPad ที่เราสามารถกรอกๆๆแล้วขอให้เขาเซ็นต์บนจอแล้วได้ MR ออกมาพร้อมส่งได้เลย แต่เขาจะยอมไหมแค่นั้นแหละ

9. บรรณาธิการทางเลือกของการติดหน้าคนผมมีภาพติดหน้าคนเยอะมากตัดใจส่งแบบภาพข่าวไปเลยมันก็ขายได้นะครับดีกว่าไม่ยอมส่งภาพนั้น ๆ เพราะไม่มีนาย

10. สากล VS ไทยถ่ายอะไรดี? เราอยู่เมืองไทยก็ถ่ายในไทยนี่แหละครับ หาความเป็นไทยที่สากลคุ้นเคยมันจึงจะขายได้ทั่วโลกครับ แต่บางที่ก็มีโอกาสถ่ายสิ่งที่มีตลาดสากล เช่นมังกรตามศาลเจ้า นั่นคือความเป็นสากลในรูปแบบมังกรจีน (มันยังมีมังกรฝรั่งอีกพวกหนึ่ง) ส่วนวัตถุรอบตัวเราหลายๆอย่างมันก็สากลอยู่แล้ว จับจักรยานมามุดบังโคลนรถตัวเองแล้วตั้งชื่อภาพว่า "อุบัติเหตุทางรถยนต์" มันก็ยังขายได้เลย

11. โลกนี้ยังมี VDO และเวกเตอร์เป็นทางเลือกน่าแปลกที่หลาย ๆ คนถ่าย แต่ภาพนิ่งในขณะที่วิดีโอความยาวแค่ 10 วินาทีทำเงินได้มากกว่าตั้งเยอะ ??? หรือใครเก่งเวกเตอร์ก็ยังขีด ๆ เขียน ๆ ส่งไปได้แม้แต่มือ Photoshop ขั้นเทพ เขายังเอากระดานแทบเลตมาวาดๆเขียนๆเป็นผลงานส่งขายได้เงินมากกว่าคนถือกล้องก็มีครับ

12. ภาษาอังกฤษคือกำไรจากการส่งภาพ ผมได้คำศัพท์ใหม่ๆเยอะมากในการส่งรูปขาย ^ _ ^

ความสุขที่แท้จริงจากการถ่ายภาพคืออะไร คือเราชอบภาพที่เราถ่าย? หรือเราชอบที่ขุนอินให้ผ่านและมีคนซื้อมัน(แปลว่าเราได้เงิน) ?

ตอนนี้มีประมาณ 72 ล้านภาพที่ Shutterstock รอขายจะถอดใจไม่ไปแล้วหรือขอเสี่ยงเป็น 1 ใน 72 ล้านภาพ

น่าดีใจที่วงการนี​​้ไม่มีเส้นสายไม่มีทางยัดเงินให้ขุนอินไม่มีทางขอฮั๊วะกับคนซื้ออาจมีทางลัดในการทำให้ขายได้ (จ้างคนที่เก่งกว่าถ่ายให้แต่งให้ผ่าน) แต่มันจะคุ้มไหม?

อ่านมาถึงตรงนี้คนสอบไม่ผ่านจะกลับไปทำมาหากินดีกว่า หรือใจสู้ลุยต่อก็แล้วแต่ท่าน ^ _ ^ กำลังใจมันสร้างด้วยใจเรานี่แหละครับ

น่าแปลกใจที่ตลาดของการขายรูปนี้จริงๆแล้วทุกคนคือคู่แข่งกัน แต่มันดันกลายเป็นว่านี่คือตลาดที่ผู้ค้าเอื้ออาทรต่อกัน ช่วยเหลือกันแบบสุด ๆ ^ _ ^

สิ่งที่ผมบอกมาทั้งหมดจะเป็นน้ำถังใหญ่ๆไปดับไฟแห่งกำลังใจ หรือน้ำมัน 1 แกลลอนมาเติมไฟก็แล้วแต่ใครจะเลือกนะครับ

เมื่อ 3 เดือนที่แล้วผมเลือกที่จะหยุดหยุดทุกอย่างเกี่ยวกับงานสต๊อคหยุดถ่ายรูปหยุดแต่งรูปหยุดส่ง หันกลับมาตั้งสติพิจารณาว่า"เพราะอะไร และผมต้องทำอย่างไร "จากคนที่นั่งรอดูแผนที่บน Shutterstock ทั้งวันนาน ๆ วันถึงจะโผล่มาให้เฮสักครั้งครั้งละ 0.25 เหรียญสหรัฐ

ผมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานครั้งใหญ่ครับ จำนวนภาพไม่ใช่ทางออกแล้วละ ผมไม่เข้าวัดไปถ่ายรูป(เพราะผมถ่ายแต่พระพุทธรูปและส่วนประกอบในวัด) ไม่ลงทุ่งนาแล้ว(รูปควายและชาวนามากไปแล้ว) ไม่สนใจหมาแถวบ้าน(มันคือหมาบ้านๆที่ไม่น่าสนใจ)

ผมยอมรับว่าผมมาถึงจุดที่"ส่งผ่านง่ายมาก แต่ขายไม่ค่อยได้ "จนผมปรับตัวและส่งรูปอีกครั้งเป็นรูปที่คละงานหลากหลายแนวถ่ายด้วยความปราณีตบรรจงใส่ใจทุกรายละเอียดฝุ่นผงแสงเงาสีสรรค์ความคมชัด

^ _ ^ ผลที่ได้รูปผ่านมากขึ้นและจากแผนที่นิ่ง ๆ กลายเป็นว่ามีการขยับๆ ๆ ๆ ต่อวันไล่มาเรื่อย ๆ (อย่างน้อยก็ไม่ต้องรออาทิตย์ละ 0.25 อีกต่อไป)

ผมรู้สึกว่าตัวเอง "มาถูกทาง" และผมขอเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเป็นลำดับขั้น เผื่อใครสนใจจะทำตามบ้าง

1. ผมอัพเกรดอุปกรณ์กล้องครับผมซื้อเลนส์ที่ดีขึ้นมาหน่อยซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าคำว่า F บนเลนส์มันช่วยอะไรช่างภาพได้บ้างจากที่เคยบ้าเลนส์ซูมไกล ๆ ประเภท 18-300 ผมหันกลับมามอง 18 -35 F1.8 และ 70-200 F2.8

2. ผมอัพเกรดชุดไฟครับจากโคมไฟ 1 อันแฟลชไม่เคยรู้จักผมกลายมาเป็นคนที่มีแฟลชชุดกลางๆ Fokon ND400 วางอยู่ในห้องทำงานรวมไปถึงแฟลชแยก 2 ตัวและทริกเกอร์

3 ผมซื้อของประกอบฉากเข้าบ้านเต็มไปหมด เพื่อที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องแล๊บสำนักงาน และอีกหลายๆอย่างที่พอจะทำในห้องขนาด 4 x 8 เมตรที่ผมมีอยู่ (ผมทำงานที่บ้านขายซอฟต์แวร์)

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนใครมีเงินพอก็ทำได้อยู่แล้วละไฟดีๆกับซื้อของมากองเพื่อถ่าย ^ _ ^"

ผมขอตอบเลยว่า 3 ข้อข้างบนนั้นไม่จำเป็นครับ เป็นแค่ทางเลือกที่ใครพอจะทำได้ก็ลองทำดู ถึงจะเข้าใจคำว่า "คุณภาพของอุปกรณ์" แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนอกจาก 3 อย่างนั้น

1. ผมใช้ขาตั้งกล้องมากขึ้นครับการถ่ายในบ้านหรือนอกบ้านจากเดิมที่ยกกดถ่ายเริ่มกลายมาเป็นการเปิดมุมมองสดต่อขาตั้งใส่สายลั่นชั่นเตอร์

2. ผมใส่ใจกับ "แสงและเงา" เพราะผมเข้าใจแล้วว่า รูปที่มาปรากฏบนเซ็นเซอร์คือแสงที่ตกกระทบวัตถุและสะท้อนผ่านเลนส์เข้ามา โดยเล่นเปิดรูรับแสงกว้างตามค่า F เปิดนานเท่าค่า S และเซ็นเซอร์มีค่า ISO ที่ช่วยกำหนดความไวแสงโดยเราจะดู แต่แสงพอไม่ได้แล้วละเราต้องดูในเงาด้วยว่าเ​​งามากไปไหนควรหาอะไร มา "ลบเงาไหม"

3. ผมเริ่มหันหาโหมดอื่น ๆ ของกล้องจากเดิมที่ผมปรับอัตโนมัติมาตลอดจนกล้องหมดประกันผมเริ่มรู้แล้วว่าคู่มือ / รูรับแสง / ความเร็วคืออะไรรวมไปถึงโครงการที่อยู่ข้างๆรถยนต์

4 ผมเริ่มรู้แล้วว่าทุกๆแหล่งกำเนิดแสงมันจะมีสีปนมาในแสงที่ทำให้สีขาวแท้ๆกลายเป็นสีขาวไม่แท้ อันเป็นเหตุให้กล้องมีปุ่มที่เขียนว่า สมดุลแสงสีขาวและเราต้องรู้ว่าต้องตั้งตรงไหนอัตโนมัติได้ไหมและจะแต่งต่อยังไงรวมไปถึงได้อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ จากอีเบย์ ที่เป็นแผ่นพลาสติคสีเทาๆมาช่วยเรื่องนี้

5. ผมเลิกคบ JPG หันมาสนิทกับวัตถุดิบที่สีซีด ๆ และไฟล์ใหญ่กว่าหลายเท่า

6. ผมรู้แล้วว่า Photoshop ต่างจาก Lightroom อย่างไร ^ _ ^ รวมไปถึงคำว่า "กล้องดิบ"

7. ผมรู้แล้วว่า "หลังขาว" คืออะไรและขาวแท้ๆขาวตุ่นๆและขาวขุ่น ๆ ต่างกันยังไง

8. ผมรู้แล้วว่า เส้นกลางๆที่มันเลื่อนไปมาด้านล่างเวลาเราปรับค่ากล้องมันคืออะไร

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนคนใช้กล้องพอที่จะเป็นบ้างแล้วแต่งรูปได้" แล้วไงต่อ?

อุปกรณ์ดีถ่ายได้สีสวยสีตรงแล้วมันขายได้ไหม? ไม่ครับถ้าเปลี่ยนแค่ 2 จุดหลักนี้ แต่ถ้าผมยังวิ่งถ่ายแบบเดิม ๆ ผมก็คงได้ยอดขายแบบเดิม ๆ แน่ผมเลือกที่จะ

1. "ถ่ายในสิ่งที่มีคนซื้อและเป็นสากล" (แต่ไม่ใช่ว่าความเป็นไทยขายไม่ได้นะครับ)

จากเดิมผมคือคนที่ถือกล้องขับรถหาถ่ายอะไรที่"คิดว่าขายได้" กลายเป็นว่าผมต้องหันกลับมาดู"ตัวอย่างงานที่ขายได้" และเริ่ม C & D คือลอกและพัฒนา ^ _ ^ และหาทางใส่ความเป็นตัวตนของเราให้ได้

2. อย่าส่งรูปแบบขบวนรถไฟ (จากเดิมที่ส่งงานแบบขบวนรถไฟ คือรูปของอย่างเดียวถ่ายหลายมุมหลายด้านและส่งรวดเดียว เปลี่ยนใหม่คัด ๆ มาคละส่งกับงานอื่น ๆ ) จุดพลาดหลักของมือใหม่คือตรงนี้

3. สร้างมาตรฐานให้พอร์ตตัวเองซะไม่ใช่ว่าเขาขายอะไรได้ก็วิ่งถ่ายตามเขาไปทุกแนวไปทุกภาพเหมือนนั่งตกปลาที่รอบบึง เห็นคนนู๊นตกได้ก็คว้าเบ็ดวิ่งไปนั่งข้างๆเขา สักพักคนนี้ตกได้ก็ย้ายมานั่งข้างคนนี้ ทางที่ดีเราต้องค้นหาแนวที่เราถนัด และต้องเลือกเอาว่าเราจะอยู่ในแนวนี้ นี่คือภาพในแนวทางของเรา

4. วินัยในการส่งครับไม่ใช่ว่าส่งทุกวันทุกอาทิตย์ก็ยังได้เลย

ผมเคยคิดเล่นๆ(ไม่รู้ถูกหรือไม่)ว่าโอกาสที่ภาพจะขายได้คือ

1. ส่งตรวจผ่านขึ้นหน้าใหม่ในช่วงเวลาที่คนเห็นเยอะ ๆ ก็ขายได้ .....
2. หลุดหน้าใหม่ไปแล้วลูกค้าค้นหาจากคำหลักไม่เจอรูปเรา แต่ไปเลือกคล้ายกัน (คล้าย ๆ ) และเราดูน่าสนใจกว่าก็ขายได้ ....
3. ลูกค้าค้นจากคำหลัก และเจอรูปเรามาในรายการลำดับที่ไม่ต้องเลื่อนไกลนักถูกใจก็.... ขายได้
4. รูปขายได้ ๆ ๆ ๆ ๆ จนเกิดสภาพที่เป็นที่นิยมเมื่อค้นหา รูปเราก็โผล่ในหน้าแรกๆลูกค้าถูกใจก็... ขายได้
5. ลูกค้าทำตามเรา ซึ่งก็เหมือนกับเขาสมัครสมาชิกร้านเราไปแล้ว เราทำอะไรมาวางขายเขาก็พร้อมจะเข้ามาเลือกซื้อทันที << นี่คือความหมายของพอร์ตคุณภาพ

ถูกใจ = สภาพความประทับใจในภาพซึ่งอาจนะสวยแบบแตกต่างหรือสวยแบบธรรมดา แต่สรุปว่าต้องมีสิ่งโดนใจ
ค้นเจอ = คุณภาพของคำหลักที่ใส่ไว้ในภาพนั่นเอง

และคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีภาพ ที่เป็นที่นิยมเยอะ (อันนี้ผมคิดเอง)

ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมาถูกทาง ถึงจะยังไม่มีราคาแบบเฉียด 100 US $ เข้ามาในชีวิต แต่ผมก็มีความสุขและไม่เครียดไปกับสิ่งที่ทำลงไป

เห็นหลายท่านนั่งรอที่จะมี 0.25 US $ แว๊บเข้ามา ผมก็อยากจะแนะนำวิธีที่ทำให้ไม่ต้องรอ แต่ทำให้มาแน่ ๆ เลยจะดีกว่า

ที่เล่ามาทั้งหมดคือ"ไม่อยากให้ใครเครียดกับการถ่ายรูปขาย เพราะการทำแบบเดิมย่อมได้ผลแบบเดิม แต่ถ้าเรายอมปรับตัว มันก็มีโอกาสที่จะได้รับผลลัพธ์แบบใหม่"

ผมยังไม่ถึงขึ้นเทพ แต่ผมก็กลายมาเป็นคนที่ไม่กินไข่มา 20 กว่าวันเห็น 1.00-5.00 US $ ในบางวันแล้วหลังจากที่เคยรอ 0.25 US $ แบบนาน ๆ มาที

ป.ล. จริงๆแล้วผมเป็นโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขายทั่วโลกขายซอฟต์แวร์ได้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐผมเฉยๆ แต่ขายรูปได้ 0.25 USD ผมนั่งยิ้ม ... อะไรคือความสุขและความคาดหวังของคนถ่ายภาพขายกันแน่นะ

บทความจาก:คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1263921413634728&set=gm.1662998767289692&type=3&theater

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จะขายภาพออนไลน์อย่างไรให้ขายดี


1 รูปที่สร้างรายได้และขายดีสูงสุดของเราส่วนตัวคือ “ไดคัท”ฉากขาวsimpleธรรมดานี่แหละค่ะ (ถึงแม้จะมีในportน้อยที่สุด) เพราะว่าส่วนตัวรูปตระกูลนี้ จะออกโหลดใหญ่และถูกเหมาชุดเป็นประจำมากที่สุด
2 รูปคอนเซปขายง่าย ขายเรื่อยๆ แต่โหลดใหญ่นานๆๆๆๆมาที เพราะส่วนใหญ่ไปใช้บนwebกัน
3 รูปbackground textureผลิตงานง่ายสุด แต่สิ้นเปลืองพลังงานการส่งที่สุด เพราะเปอร์เซนต์การขายจะต่ำที่สุด และคนทำใหม่ๆ หากมีแนวนี้น้อยกว่า1000รูป จะไม่ค่อยเห็นเงินเลย แต่ข้อดีคือ พอจะมีโหลดใหญ่มาบ้าง แต่ถ้าbackgroudที่สร้างจากpsเป็นหลัก เอาโน่นนี่มาปะ อันนี้ขายได้ดีอยู่นะเออ ส่วนสายlandอันนี้ไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ชอบไปไหน
4 รูปisolateฉากขาว ถ้าเลือกได้ “ไดคัท”เท่านั้น อย่าปรับความสว่างให้หลังหลุด เนื้อไฟล์objectจะเสียไปเลย(และขายไม่ค่อยออก) อย่าbrushถูฉากหลัง เพราะมันจะแลบมาถูที่ขอบobject(และขายไม่ค่อยออก) คนซื้อภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกราฟฟิคไปตัดต่อ หาขอบโดนbrushถูเข้ามา หรือเนื้อไฟล์โดนเร่งlevelมาก เวลาไดมาปะมันจะไม่เนียน
*ขยายความ local adjustmentในLR จะมีbrushที่ใช้ทำฉากขาวหยาบๆได้(บรัชบวกความสว่างสุด) แต่หากต้องการถูให้ชิดขอบวัตถุต้องเปิดauto markไว้(ถ้าเราถูไม่ชนขอบวัตถุ จะเกิดเป็นขอบhaloเทาๆรอบวัตถุ แต่บ่อยครั้งบรัชจะกินพื้นที่วัตถุเข้าไป ทำให้ขอบตัววัตถุดูสว่างฟุ้งๆ)
5 lighting lighting lightingเท่านั้นที่ครองโลก แสงแบนๆพอขายได้ แสงนัวๆพอขายได้ แสงมีมิติขายดีกว่า แต่อย่าให้มีชาโดว์แบบsidelightมานัก มันจะใช้ยาก และอย่ายิงริมไลท์มันจะตัดปะไม่เนียน และที่ส่วนล่างobjectให้มีshadowบ้าง อย่ายิงย้อนพื้นฉากเข้ามา เพราะเวลาตัดแปะมันทำให้เนียนยาก เขาจะไม่ซื้อ
*ขยายความ แสงแบนๆเช่น แสงจากแฟลชยิงตรงๆ หรือแสงจากท้องฟ้าตอนครึ้มๆ แสงนัวๆเช่น เต้นท์ถ่ายของให้แสงจากซ้าย ขวา บนเท่าๆกัน การให้แสงที่มีมิติคือมีratioไฟแต่ละดวงไม่เท่ากัน เช่นไฟหลักแรงกว่าไฟเปิดเงาสองเท่าเรียกratio 1:2 แต่ถ้าratioมากไปเช่น1:3 จะทำให้เงาส่วนมืดรุนแรงเกินไป
6 แสงแฟลชเป็นแสงที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการถ่ายobject แสงต่อเนื่องเปิดหน้ากล้องนานแค่พอได้ แต่วัตถุบางอย่าง ได้ความสว่างไม่ถึง สีสรรมันจะไม่ออกมา แม้ดูผิวเผินสองไฟได้histogramเท่าๆกัน แต่แสงแฟลชก็ยังสวยกว่ามาก และที่สำคัญเอามาไดเร็วกว่ามากๆ (เพิ่มเติม แสงขาวledต่อเนื่องที่มีค่าcri 90กว่า ก็ยังติดtintกระจายเลย หมดไปหลายหมื่น ตอนนี้ทิ้งให้ฝุ่นจับเล่น ยิ่งพวกหลอดตะเกียบหลอดนีนอนไม่ต้องพูดถึงค่ะ แก้wbในคอมก็สีไม่ขึ้น สู้ใช้แสงธรรมชาติจะดีกว่าเยอะ)
7 โมดิฟายเออร์ใช้softboxดีที่สุด ดีกว่าร่ม ดีกว่าเต้นท์ ซื้อ60x60ซมมาใช้ได้หลากหลายนะ
8 เราพูดไปรึยังว่า ไดคัทๆๆเท่านั้น อย่าbrushอย่าเร่งlevel? อ้อ.. ขั้นตอนซ้ำๆบางอย่าง สร้างactionไว้เลยนะ ประหยัดเวลามากๆ
9 เพื่อนเราที่ทำด้วยกัน จำนวนรูปพอๆกัน แต่เป็นeditorial90% ยอดดีกว่าเรา ขายดีกว่าเรา
10 vectorมีค่าสัมประสิทธิ์รายได้ต่อจำนวนรูปสูงที่สุด(จากที่เราเก็บข้อมูลเพื่อนๆมา) โดยเราตีค่าเป็น10เท่าของรูปถ่ายรูปนึง
11 สาย3Dเพื่อนเรามีไม่มาก (มันใช้3Dmaxเถื่อน เราเคยเตือนแล้ว) ไปทำอีท่าไหน ได้เมลล์ขอดูlicenseจากลูกค้า ตอนนี้มันแกล้งตีมึนๆ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่มันก็สอนเราว่า ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์เท่านั้นนะ สบายใจสุด
12 เราพูดไปหรือยังว่า lighting lighting lightingเท่านั้นที่ทำให้ขายดี
13 ตอนนี้เราทำอาชีพนี้อย่างเดียวเรากับแฟนช่วยกันทำ และเราถึงบันไดขั้นสูงสุดก่อน2ปีนิดหน่อย และปัจจุบันส่งแค่4ที่(เราว่าสมดุลกับเวลาเราสุด) เป็นรูปถ่ายล้วนๆค่ะ และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด(ใครว่าอาชีพนี้สบายหนอ55)
14 รูปที่สร้างเงินให้เราคือรูปที่ขายซ้ำๆ ไม่ใช่รูปที่ขายได้ครั้งเดียว หลักของเราคือรูปไหนขายได้5โหลดอัพคือเป็นรูปที่ดีมีอนาคตค่ะ
15 สุดท้ายค่ะ ทัศนะคติต่ออาชีพนี้ เราไม่รู้ว่ามันจะไปได้อีกกี่ปีและไม่สนด้วย สนแค่ว่าทำก่อนได้เงินก่อน เก็บเงินให้ได้มากที่สุด วันนึงเกิดการเปลี่ยนแปลง เรา(หวังว่า)จะมีเงินก้อนและskill ทำให้เราไปต่อยอดทำอะไรอย่างอื่นเป็นอาชีพแทนได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ อ่านเอาเพลินๆพอไม่ต้องเชื่อเรามาก ถือว่าเพื่อนมาเม้าท์มอยให้ฟัง ขอให้โชคดีนะคะเพื่อนๆ เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาเพิ่มเติมใหม่นะ บาย^^
ปล. เราขอใช้เฟสสำรองเรานะ เราไม่สะดวกจะใช้เฟสจริงและแชร์port ขอโทษล่วงหน้านะคะ

จากบทความคุณ Dew Stocker