วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จะเริ่มทำงานสต็อกอย่างไร


ทุกท่านที่เพิ่งจะเริ่มทำงานสต็อก และบังเอิญได้มาอ่านโพสต์นี้ ผมขอร้อง วิงวอน ขอความกรุณาจากท่านดังนี้ได้ไหมครับ

1. ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนสมัคร อย่าเพิ่งรีบร้อนส่งงาน อย่าเพิ่งรีบร้อนในการบุกตะลุยไมโครสต็อก โดยที่ยังไม่ได้ศึกษา "พื้นฐาน" ต่างๆ ให้ดีเสียก่อนสักระยะหนึ่ง ไมโครสต็อกจะเปิดไปอีกเป็นสิบๆ ปีครับ ท่านไม่จำเป็นต้องรีบส่งวันนี้พรุ่งนี้ หาความรู้ "พื้นฐาน" อย่างเดียวสักสัปดาห์สองสัปดาห์ไม่ถือว่าสายเกินไปครับ

2. ของฟรี ยังมีในโลกครับ ท่านไม่จำเป็นต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ในการที่จะเริ่มหาเงินหมื่น เงินแสน เงินล้าน บรรดาความรู้ "พื้นฐาน" แบบฟรีๆ ณ นาทีนี้ มีมากมายครับ มากจนกล่าวได้ว่า เหลือเฟือ เช่น ในกลุ่มนี้ ท่านสละเวลาสัก 3-7 วัน ไล่อ่านโพสต์เก่าๆ อย่างเดียวครับ ไม่ต้องทำอะไร ยังไม่ต้องไปถ่ายรูป ยังไม่ต้องรีบทำรูป ไม่ต้องรีบไปสมัคร หาสมุดปากกามาวางตรงหน้า แล้วเริ่มต้นอ่านโพสต์เก่าๆ ครับ อ่านไล่ย้อนไปเรื่อยๆ ประเด็นไหนที่ท่านยังไม่เคยรู้มาก่อน หรือสนใจ จดไว้ หรือเคปเจอร์หน้าจอไว้ครับ

3. จากข้อ 2. นอกจากนี้ยังมี www.stockphotothailand.com เว็บที่ให้ความรู้เบื้องต้นแบบ "ฟรี" (มีโฆษณานิดหน่อย 555) ทั้งหน้าเว็บหลัก และขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าแบบ ฟรี ที่อยู่ในส่วนของเว็บบอร์ดครับ ขอเวลาสัก 5 วัน ไล่อ่านกระทู้ปักหมุดในเว็บบอร์ด และบทความหน้าเว็บทั้งหมดให้ละเอียด อันไหนสนใจ จดไว้ครับ ไม่เข้าใจให้ถามก่อน ถามในบอร์ดก็ได้ ถามที่กลุ่มนี้ก็ได้

4. ปกติผมจะไม่เคยบอกให้ใครไปซื้อหนังสือของผม มีแต่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านอื่นทั้งนั้นที่ช่วยกันแนะนำ ผมเองจะไม่ขายตรงครับ นอกจากวางแบนเนอร์ตามที่ต่างๆ และเล่นมุขตลกนิดๆ หน่อยเกี่ยวกับหนังสือของผม ในตอนบรรยายตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ผมไม่เคยแนะนำใครให้ไปซื้อหนังสือผม ผมตอบคำถาม ผมสอน ผมอธิบาย โดยไม่เคยขึ้นต้นด้วยคำว่า "ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านสิ" แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะพูดอย่างนี้ ผมจะบอกว่า ผมมีหนังสือขายนะครับ ถ้าท่านทำตามข้อ 2 และ 3 แล้ว อยากเพิ่มช่องทางการหาความรู้ก่อนการลงมือจริง ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านก็ได้ครับ

ทำไมผมจึงเขียนโพสต์นี้ เพราะว่าครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งหน้าไมค์หลังไมค์ ที่ผมต้องอ่านเรื่องราวของคนขายภาพซึ่งประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งสมัครแอคเคาท์ซ้อน ส่งหลักฐานการยืนยันตัวตนไม่ถูกต้อง โดนสอบสวน โดนร้องเรียน โดนปิดพอร์ตเพราะทำผิดกฎร้ายแรง และอื่นๆ อีกมากมาย (ซึ่งเป็นเรื่อง "พื้นฐาน" มากๆๆๆๆๆ หาอ่านได้จากข้อ 2 3 4 ได้ทันที อ่านไม่กี่นาทีก็ต้องอ่านเจอแล้ว)

พูดจากใจจริง จากความรู้สึกในเวลานี้เลย ผมเศร้า ผมเสียใจ ผมเจ็บใจทุกครั้งที่เห็นใครสักคนมีปัญหาอะไรที่เป็นเรื่อง "พื้นฐาน" เจ็บใจเพราะว่า ในฐานะที่ตัวเองมีช่องทางการสื่อสารเกี่ยวกับไมโครสต็อกอยู่หลายช่อง แต่กลับไม่สามารถช่วยหลายๆ ท่านให้รอดพ้นจากปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดนี้ ถูกล่ะ หลักๆ แล้วมันเป็นความผิดของท่านเองที่ไม่ศึกษาหาความรู้ แต่ในเวลาเดียวกัน (เล็กๆ น้อยๆ) ผมก็ยังบังเกิดความรู้สึกว่า ผมยังสร้างระบบในการให้ความรู้ท่านไม่ดีพอ ผมจึงอยากเขียนโพสต์นี้อีกครั้ง

อย่ารีบครับ โลกของไมโครสต็อกมีกฎเกณฑ์ มีหลักการ วิธีการ เทคนิค กลเม็ดเคล็ดลับมากมาย บางอย่างท่านไม่รู้ มันก็แค่ทำให้ท่านขายไม่ดี แต่บางอย่างที่ท่านไม่รู้ (และไม่ยอมสละเวลาในการศึกษามัน) มันจะทำให้ท่านสูญเสียหลายๆ อย่างไปในภายหลัง อย่างยากที่จะแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากครับ

ทุกคนที่เพิ่งเริ่มต้น จงอย่ารีบร้อน จงสละเวลาอ่าน คิด ถาม ศึกษา "พื้นฐานต่างๆ" ให้ละเอียดก่อน จงทำครับ ถ้าท่านไม่อยากเสียใจภายหลัง

รักทุกคนครับ

ขอบคุณ อ.สุระ นวลประดิษฐ์

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"คมชัด เขาถ่ายภาพกันอย่างไร"

มือใหม่ ที่ทำงาน Microstock ได้รู้ว่าคุณภาพด้านความคมชัดเป็นสิ่งสำหรับมาก ๆ สิ่งหนึ่งในการพิจารณาภาพถ่าย หลายคนนำภาพที่จะส่ง Stock มาให้ผมพิจารณา ต้องบอกว่าคุณภาพภาพที่ผ่าน Facebook ดูยากครับว่าคมหรือไม่ ผมก็ต้องบอกปัดไม่ดูให้อยู่บ่อย ๆ ต้องขออภัยครับ ไม่สะดวกครับ และไม่ค่อยสะดวกตอบคำถามผ่านข้อความ หลาย ๆ คนคงเข้าใจผม หรือไม่ก็งอนไปแล้ว อิอิ ผมไม่พยายามเสียเวลาไปกับ Facebook มากครับ เข้าเป็นจังหวะ ดูเป็นจังหวะ ไม่เฝ้า Facebook ตลอดมีงานอื่นในมือ ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับ Facebook แต่หากมีเวลาก็จะเขียนให้ความรู้ตรงนี้ไว้ทดแทนเลยแล้วกันนะครับ
อย่างภาพเสือภาพนี้ ผมพยายามส่งขึ้นมาให้ชมผ่าน Facebook แล้วลองนำไปพิจารณาเทียบดูนะครับผมคงไม่มีเวลาตรวจความคมให้ครับ แต่ จะให้แนวทางไว้ตรงนี้คือ
1. ถ้าทำได้ควรมีขาตั้งกล้อง หากเป็นมือใหม่ ควรแบกไปให้ทุกครั้ง แต่หากชำนาญขึ้นก็จะรู้วิธีทำให้กล้องนิ่งด้วยวิธีต่าง ๆ ภาพนี้ผมถ่ายภาพด้วยมือเปล่า แต่ใช้กิ่งไม้ช่วยให้นิ่งครับ เพราะจังหวะดี ๆ บางทีไม่ทัน เป็นต้น
2. นอกจากความนิ่งของกล้องแล้ว ดูด้วยครับว่าวัตถุนั้นนิ่งหรือไม่ ยิ่งถ่ายภาพสัตว์แบบนี้ หากเสือไม่นิ่ง ก็ยากยิ่งขึ้น เรียกร้อง ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น เร็วเท่าไร อย่าถามครับ ใครตอบได้ก็แปลก เพราะไม่รู้ว่าเสือเคลื่อนที่เร็วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แสงมากน้อยเพียงใด ผมจึงสอนเสมอให้เข้าใจแสง เช่น มีโปรบอกว่าถ่ายภาพสัตว์เคลื่อนไหว ใช้ความเร็ว 1/1000 วินาที คุณไปถ่ายภาพเสือหาวในที่แสงน้อยดูสิครับ เป็นต้น ให้พยายามเข้าใจ ๆ เสมอ ๆ นะครับ
3. กล้องนิ่ง วัตถุนิ่ง ก็ได้เปรียบแล้ว คุณภาพเลนส์จึงจะช่วยได้ในขั้นตอนต่อไป เมื่อก่อนผมใช้เลนส์มือสอง ซื้อมา หมื่นกว่าบาท ถ่ายภาพส่งออกมากมาย มาวันนี้ใช้เลนส์ค่าย หลายหมื่อนบาทก็ถ่ายภาพคมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผมถ่ายภาพคมเพราะซื้อเลนส์แพงอย่างเดียวนะครับ ทำข้อ 1 และ 2 ให้ดีแม่นย้ำก่อนนะครับ
4. การตกแต่งภาพที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ภาพเราคมชัดขึ้นได้ แน่นอนครับเข้า Youtube ค้นหาคำว่า การแต่งภาพให้คมชัด ก็จะมีคนสอนมากมายเลือกเรียนรู้และทดลองใช้ในปริมาณการปรับแต่งที่เหมาะสม ภาพไม่เสียคุณภาพ
***
"จะเห็นว่า เคล็ดแทบไม่ลับเลยใช่ใหม่ครับ"
***
ส่วนมีอีกมากมายที่ผมสามารถบอกกล่าวได้ แต่มีตัวแปรครับ มือใหม่ชอบไปจำและทำตาม แต่ใช้ในสถานการณ์ไม่หมาะ เช่น ล็อกกระจก แต่ดันไปจับขาตั้งกล้อง ไปถ่ายภาพในที่ลมแรง มีคนเดินกระเทือน แบบนี้จะคมได้อย่างไร หรือ การเปิด live view หากวัตถุเคลื่อนระนาบเปลี่ยน หรือ ถ่ายภาพคน สัตว์ บางอย่างไม่อยู่นิ่งให้เรา โฟกัสแบบละเอียดก็ทำไม่ได้ครับ
ทั้งหมดทั้งปวงทุกวิธีการต้องฝึกใช้ให้ชำนาญ ถ่ายภาพบ่อย ๆ ดูคุณภาพ ๆ ของตนเสมอ ๆ ก็จะทำให้เราพัฒนางานภาพถ่ายให้คมชัดได้ครับ คงได้ประโยชน์บ้างนะครับ เน้นมือใหม่ก่อนเลยครับ ส่วนรุ่นใหญ่ ๆ โปร ๆ ไม่กังวลครับ พร้อมลุยอยู่แล้ว ขอให้ได้ภาพสวย ๆ กันนะครับ

ที่มา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=729549057135210&set=a.329011123855674.75424.100002403663995&type=3

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่หัดขายภาพออนไลน์

ปัญหาหนักอก ที่เราจะมาช่วย ยกออก ในวันนี้ คือ เรื่องของ Software ที่ใช้ในการทำงาน Stockphoto
 เป็นเรื่องที่ หลายคน แกล้งไม่ทราบ ว่า การใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิด ตามกฏหมาย หรือ ทราบ แต่ไม่มีทางออก เพราะมันแพงจัง
มีเรื่องอะไรบ้างที่คนเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Software ลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวกับการขายภาพ เช่น ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาแล้วแบ่งกันใช้หลายๆคน  พี่ซื้อน้องขอใช้ด้วย ให้น้องที่เป็นนักเรียนซื้อได้ในราคานักศึกษาแล้วพี่หรือพ่อเอามาใช้   หาเพื่อนหุ้นซื้อหรือเช่า software แล้วมาแบ่งกันใช้  ทั้งหมดนี้ล้วนผิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรกับโหลดบิทมา เพราะคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่ใช้ลงทะเบียนในการซื้อ ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่คนซื้อ ต่อให้เอาตัว software นั้นไปใช้ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทั้งหมด  เค้าไม่ได้วัดกันที่ตัว software แต่เค้าตรวจกันที่ชื่อในใบเสร็จ

โอยปวดหัว ! ทำยังไงดี ? ราคา Software ลิขสิทธิ์ช่างแพงเหลือเกิน ซื้อมาจะขายภาพได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย

ซื้อหรือเช่าซะ !!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  มันเป็นทางออกยังไง ยังปวดหัวเหมือนเดิม แต่ทางนี้เป็นทางออกที่มั่นคงที่สุดและคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงมันได้บนเส้นทางนี้  คนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หาทางจะแหกคุกกันมาเยอะแล้วแต่สุดท้ายก็หนีมันไม่พ้น

ยังไงก็ต้องซื้อ ไม่วันนี้ก็ในอนาคต ดังนั้นการซื้อหรือเช่าให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ จะปิดประตู ความผิด ทางกฏหมายทั้งหมดในอนาคตเกี่ยวกับ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ

เพราะทุกโปรแกรมที่คุณใช้ในวันนี้ทั้ง 108 โปรแกรม ที่เอามาใช้ทำงาน วันข้างหน้า เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น และไม่อยากให้รายได้นั้นหายไป เช่นขายได้จนถึงจุดที่เดือนนึงได้หลายหมื่นบาท หรืออาจจะเป็นแสน มันอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้ถ้ามีใครสักคนมาตรวจจนเจอว่าคุณไม่ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่

พอถึงตอนนั้นจะมาตามล่าซื้อ software ต่างๆที่เคยใช้ทั้ง 108 โปรแกรม ปรากฏว่า ซื้อกันไม่ไหว เพราะดันใช้ไปสารพัดโปรแกรม ที่โลกมีให้โหลด โดยลืมไปว่ามันติดไปในงานที่ส่งด้วย ถึงตอนนั้นจะกระอักกระอ่วนใจมากว่า จะลบงานทั้งหมดทิ้งดี แล้วเริ่มใหม่กับ Software ลิขสิทธิ์ หรือจะเสียเงินมหาศาลซื้อ Software ทุกตัวที่เคยใช้ดี

หากใครใช้ไม่เยอะหรือเพียงแค่ตัวเดียว อาจจะไม่ยากก็ซื้อใช้ซะ แต่ส่วนใหญ่ใช้มาสารพัดกว่าจะถึงวันที่รู้ตัว  ดังนั้นมาใช้อย่างถูกต้องกันตั้งแต่วันแรกเลยนั่นแหละดีที่สุด

ที่มา...http://www.paperboxstockphoto.com/?p=1003
http://ihereart.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-shutterstock/