วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่ถ่ายภาพยังไงให้มีคนสนใจขายภาพออนไลน์

สวัสดีครับพี่น้อง...วันนี้ผมเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาแชร์ให้มือใหม่หลายๆท่านได้อ่านกันดี ไอ้กระผมเองก็ความรู้ด้านสต้อกแค่หางอึ่ง จะไปแนะนำใครไปสอนใครก็คงไม่ไหว เอาเป็นว่า..ขอแชร์ในสิ่งที่ผมพอจะรู้และพอจะเข้าใจอยู่บ้างก็แล้วกันครับ....
วันนี้เอาภาพแนวทะเล, หาดทรายมาเล่าสู่กันฟังคีย์เวิร์ดที่ท่านเห็นเป็นคีย์ที่นิยมของลูกค้าครับผมเองอยู่ติดทะเล เลยมีโอกาสดีนิดหนึ่งที่จะเข้าไปคลุกวงในของภาพในคีย์เหล่านี้ อันที่จริงผมก็มีอีกหลายแนวที่ทำน่ะครับ รวมถึงแนวซีสเคป, ภูมิทัศน์ด้วยเพราะมีความชอบเป็นพิเศษ อย่าหาว่าผมมาบอกท่านเกี่ยวกับภาพอีกแนวหนึ่แล้วตัวเองกลับไปทำอีกแนวหนึ่งล่ะครับ ผมก็เหมือนหลาย ๆ คนนั่นแหละทำมาแล้วหลาย ๆ แบบหลาย ๆ แนวเช่นกันพอผมเบื่อแนวนั้นผมก็หันไปจิ้มแนวนี้ พอหันกลับมาอีกที....จะเข้าข่ายพอร์ตฉับฉ่ายไปแล้ว เอาเป็นว่าภูมิทัศน์ เป็นแนวรักร่วมสายสวาทขาดใจของผมแล้วกันครับ แนวอื่น ๆ ทำเพราะหวังเงิน แต่แนวนี้ ... หวังความสบายใจล้วนๆ"ขายภาพออนไลน์"มือใหม่ทั้งหลายอย่าเพิ่งท้อแท้ใจว่า ภาพแนวธรรมชาติศิลปะวัฒนธรรมชีวิต ความเป็นอยู่ทั้งหลายเหล่านี้จะขายยากน่ะครับ มีหลายคนบอกกรอกหูท่านว่ามันขายยากขายไม่ค่อยได้ขายไม่ดีสำหรับผม ... ผมไม่เชื่อ เพราะผมรู้ด้วยตัวเองอยู่ว่ามันขายได้หรือไม่ได้ ขายดีหรือไม่ดี จริงอยู่ว่ามันอาจขายไม่ดีเท่ากับพวกแนว ธุรกิจ, เทคโนโลยีหรืออื่น ๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะขายไม่ได้ผมขอยืนยันครับว่า มันขายได้....แต่.......มันต้องเป็นภาพที่ดูดี มีมุมมองที่ดี เป็นสถานที่ที่มีความต้องการของลูกค้าด้วย ถ่ายแบบแลนด์กระจาย...แบบนี้ก็ไม่ไหวครับ เจออะไร ๆ ก็แลนด​​์เดินหน้า แบบนี้ลูกค้าไม่เอา...อาจจะผ่านได้ก็จริงครับ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าสถานการณ์งานสต้อกในปัจจุบันนั้น ผ่านง่ายแต่ขายยาก....อย่าเน้นแต่ให้ภาพผ่านครับ ตั้งใจไว้เลยว่าเราต้องส่งไปให้ขายได้ในทันทีที่ได้รับการอนุมัติ ต้องทำยังไงครับ....คำถามที่หลายคนคิด....ไม่ยากครับ...มาดูกันครับว่า ภาพแลนด์แบบไหนบ้างท่ีลูกค้าต้องการ เช่นต้นไม้ป่าภูเขาน้ำตกนกทะเลลำธาร ฯลฯ อันที่จริงนกไม่เกี่ยวมากครับ แต่หากเป็นนกที่เป็นสัตว์ป่าก็จัดอยู่ในประเภทขายดีครับเพราะฉะนั้นหากเราพบเจอสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวัน ก็ให้พัฒนาผลงานของเราให้สุดติ่งกระดิ่งเหมียวให้ได้ครับ เรียนรู้ทักษะการใช้กล้องและอุปกรณ์ที่มีให้เชี่ยวชาญ ดูและเลือกเวลาดูแสง ดูดินฟ้าอากาสที่เหมาะสมในการออกไปเก็บภาพ เลือกจุดที่มีองค์ประกอบที่สวยงามและเหมาะสม แล้วถ่ายมาอย่างบรรจงที่สุดในทุกๆภาพครับ แค่นี้ ภาพแลนด์ของท่านก็จะขายดิบขายดีแน่นอนครับ....ฟันทิ้ง....ขอบคุณครับ

ทีมา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1762996200646152&set=gm.1740202499569318&type=3&theater

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประสบการณ์ขายภาพ คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่

16 ม.ค. 2558 "ขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนเพื่อตอบแทนท่านอาจารย์สุระที่ท่านเดินทางมาสอนผมถึงที่โคราชวันนี้" สำหรับคนรอโหลดแรกและคนที่ยังกินไข่ นี่อาจเป็นเรื่องดับฝันให้ต้องตกใจตื่น หรือเป็นเรื่องของการทำฝันให้เป็นจริง.....

ผมขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนกว่าๆกับการหลงมาเป็นช่างภาพสต๊อค(มือสมัครเล่น ^ _ ^) เผื่อจะเป็นการช่วยดับไฟให้ใครหลายๆคน หรือเป็นการเทน้ำมันใส่ไฟให้ลุกโชติช่วง

เวลาที่เราเห็นภาพคนอื่นขายได้ มันอาจทำให้หลายๆคน(มือใหม่ไฟแรง)ตาลุกโชน โห .... สุดยอดขายได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่สำหรับมือเก๋าไม่กินไข่เขาถือว่า "บ้าน ๆ ^ _ ^"

ผมเริ่มเข้าวงการนี​​้เมื่อกลางปี​​ 2557 สอบ - ตรวจ - ตก ๆ ๆ อยู่ประมาณ 4 รอบ (ผมเข้าวงการมาในยุคสอบผ่าน 10 7) จนมาผ่านและเริ่มส่งขายเมื่อเดือนตุลาคม 2557 (ปีก่อน) การส่งขายของผมนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด ผมส่งแค่ 2 เดือนกว่า ๆ ผ่านจำนวนรวมกันประมาณ 800 กว่ารูปแล้วก็หยุดส่งไม่ส่งอีกเลย .... เพื่อทดสอบว่าภาพที่ผ่านไปแล้วมันทำเงินได้จริงไหม ?

ผ่านมาสิบกว่าเดือนถึงตุลาคม 2558 ผมขายได้ 60 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,800 บาทในตอนนั้น) มันช่างน้อยนิดและสวนทางกับจำนวน 800 กว่าภาพที่มีอยู่ ^ _ ^ ในขณะที่บางท่านมีไม่ถึง 100 รูปกลับ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ^ _ ^ มันเกิดอะไรขึ้น ???

ประสบการณ์นี้ขอเล่าให้มือใหม่ฟังเฉยๆนะครับ เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่สอบ ๆ ตก ๆ ผ่าน ๆ แต่ขายแบบยอดไม่ไหลดังความต้องการ หรือคนที่หลงมาแล้วคิดว่า"ถ่ายรูปขายง่ายนิดเดียว"ได้เข้าใจ....

1. ปริมาณคุณภาพความต้องการ (รูปผ่านเยอะไม่ใช่ว่าจะขายได้มาก) ข้อนี้คือบทสรุปของตัวผมเองเลยเราส่งรูปมาเพื่อสู้กับ 2 ด่าน

- ด่านแรกคือขุนอินที่เราไม่เคยเห็นหน้า (สำหรับบางคนถ้ารู้จักบ้านขุนอินอาจเอาหินปาหลังคาบ้านหลายรอบแล้ว) ใครก็ไม่รู้ (คนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) ตรวจ ๆ ตก ๆ ส่งซ้ำ (แก้นิดเดียว) ดันผ่านก็มี ถ่ายดีๆสวยๆแต่งแทบตายดันไม่ให้ผ่าน ยกกดถ่ายไม่ต้องแต่งผ่านเฉยเลย

- ด่านสองคือลูกค้า ทุกคนในนี้คงไม่ได้อยากถ่ายเอาปริมาณรูปในพอร์ต แต่คงตั้งใจถ่ายเพื่อมาขายใช่ไหมครับ มุมมองในการถ่ายรูปอาจต้องเปลี่ยนไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่การประกวดภาพสวยงาม(สำหรับบางภาพ) แต่กลายเป็นการสร้างสรรค์ภาพเพื่อการนำไปใช้ต่อ ไม่ได้ถ่ายให้กดเหมือน แต่ถ่ายให้คนที่ชอบและยอมเสียเงิน

การขายได้คือความสำเร็จในรูปนั้นไม่ใช่การตรวจผ่าน

2. สอบผ่านเป็นเรื่องตลกสอบตกเป็นเรื่องธรรมชาติมั่นใจว่าหลาย ๆ คนกำลังท้อกับการส่งสอบตกส่งสอบตกส่งสอบตกบางคนก็อาจจะสอบผ่านแล้ว แต่ก็เริ่มเครียดกับอาการ"ส่งสอบตก"อีกครั้ง ^ _ ^ ทุกๆการตกมีเหตุผล ถ้าเราไม่ยอมฟังคนตรวจก็คงต้องเดินออกจากห้องนี้ไป ที่นี่ใช้คำว่าสอบ สอบตกก็ให้สอบใหม่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ถ้าเราสนใจใส่ใจกับงานเราก็จะพัฒนาหลายอย่างในตัวเราได้

3. ขี่ช้างจับตั๊กแตนที่กังวลมากเลยคือ มือใหม่ไฟแรง(น่าจะเป็นน้องๆที่ยังไม่ทำงาน) ได้ยินว่าถ่ายรูปขาย มีคนขายได้หลักหมื่นหลักแสนต่อเดือน แล้วทุ่มเทเงิน(ของพ่อแม่)ไปกับสุดยอดกล้องอย่างดีและเลนส์เทพ ในขณะที่ตัวเองไม่มีความรู้และทักษะในเรื่องการถ่ายภาพเลย ^ _ ^ เข้าใจแค่ว่าคมชัดหลังละลายคือสุดยอดความงามถ้าทุ่มทุน แต่ไม่มีความรู้จริงไม่มีความตั้งใจจริง มันจะเริ่มเป็นการขี่ช้าง(หลายหมื่นบาท)มาไล่จับตั๊กแตนตัวละ 9 บาท (0.25 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปทันทีถ้าจะเริ่มให้ทำจากเล็กไปใหญ่ถ่ายแหลกอาจจะขายไม่ได้เหมือนผม แต่ถ่ายให้มันตรงความต้องการและมีคุณภาพทุกภาพ มันจึงจะขายได้ต่อเนื่องและมั่นคง

4. ภาพไหนขายได้ ??? ไม่ต้องคิดมากไปไล่ดูในหลาย ๆ เว็บจะมีรายการภาพที่เป็นที่นิยมขายดีและบางเว็บมีแม้กระทั่งภาพที่เพิ่งขายไป

5. การแต่งภาพ มีมือกล้องบางคนเท่านั้นแต่ใช้ภาพหลังกล้อง(กล้องเขาตัวละหลายหมื่นถึงแสน) แต่สำหรับผมและเกือบทุกคนต้องแต่งภาพการแต่งนั้นแนะนำว่าอย่าให้เว่อร์ ^ _ ^ ให้มันชัดในที่ ๆ ควรชัดคมในที่ ๆ ควรคม ที่สำคัญจัดองค์ประกอบให้มันนำเสนอเรื่องราวๆได้ตรงๆกับชื่อภาพ เพราะคนขายเขาซื้อเรื่องราวจากในภาพครับ ไม่ได้ซื้อภาพวิจิตรอลังการสีสดๆเสมอไป และหลายๆลูกค้าเขาก็ซื้อไปแต่งต่อของเขาอีกทีครับ

6. ภาพชุดมีโอกาสถูกเหมาผมมีภาพชุด 2 ชุดคือภาพหินทรายข้างกำแพงวัดและภาพเทพเจ้าฮินดูผมพบว่าหลาย ๆ ครั้งถ้าเขาซื้อเขาจะเหมารวมไปด้วยกันเสมอ ๆ ครับ

7. วินัยในการส่งถ้าเราองออกว่าภาพสต๊อคคืออะไร "ถ่ายไปขาย" แปลว่าอะไร การมีวินัยในการส่งภาพสำหรับมือบ้านๆอย่างผมอาจพอช่วยให้ภาพบ้านๆหลุดเข้าไปใน ใหม่และมีคนเลือกซื้อไปได้บ้างเหมือนกับเราไม่ใช่นักร้องดัง แต่ออกเดินสายทุกคืนคงพอได้ทิปติดไม้ติดมือมาบ้าง ถึงจะน้อยกว่ามืออาชีพที่จัดคอนเสริตอาทิตย์ละครั้ง

8. ทุกๆคนเข้าใจเหมือนกันว่าถ่ายคนขายดี แต่รุ่นที่วางจำหน่ายมันคือสิ่งที่หลาย ๆ คนขยาดเพราะมันคือภาษาอังกฤษ และมันต้องขอนางแบบนายแบบให้เซ็นต์เอกสาร ^ _ ^ จริงๆแล้วนาย มันไม่ใช่อะไรยุ่งยากครับกรอกๆพิมพ์ สแกนแนบไปลองสักคนก็จะรู้ครับ ผมเองก็ลองส่งลูกสาวคนเล็กโกอินเตอร์ไปแล้ว ^ _ ^ สำหรับการถ่ายคนที่ไม่สนิทแต่ไปติดหน้าตามันก็มีแอพบน iPad ที่เราสามารถกรอกๆๆแล้วขอให้เขาเซ็นต์บนจอแล้วได้ MR ออกมาพร้อมส่งได้เลย แต่เขาจะยอมไหมแค่นั้นแหละ

9. บรรณาธิการทางเลือกของการติดหน้าคนผมมีภาพติดหน้าคนเยอะมากตัดใจส่งแบบภาพข่าวไปเลยมันก็ขายได้นะครับดีกว่าไม่ยอมส่งภาพนั้น ๆ เพราะไม่มีนาย

10. สากล VS ไทยถ่ายอะไรดี? เราอยู่เมืองไทยก็ถ่ายในไทยนี่แหละครับ หาความเป็นไทยที่สากลคุ้นเคยมันจึงจะขายได้ทั่วโลกครับ แต่บางที่ก็มีโอกาสถ่ายสิ่งที่มีตลาดสากล เช่นมังกรตามศาลเจ้า นั่นคือความเป็นสากลในรูปแบบมังกรจีน (มันยังมีมังกรฝรั่งอีกพวกหนึ่ง) ส่วนวัตถุรอบตัวเราหลายๆอย่างมันก็สากลอยู่แล้ว จับจักรยานมามุดบังโคลนรถตัวเองแล้วตั้งชื่อภาพว่า "อุบัติเหตุทางรถยนต์" มันก็ยังขายได้เลย

11. โลกนี้ยังมี VDO และเวกเตอร์เป็นทางเลือกน่าแปลกที่หลาย ๆ คนถ่าย แต่ภาพนิ่งในขณะที่วิดีโอความยาวแค่ 10 วินาทีทำเงินได้มากกว่าตั้งเยอะ ??? หรือใครเก่งเวกเตอร์ก็ยังขีด ๆ เขียน ๆ ส่งไปได้แม้แต่มือ Photoshop ขั้นเทพ เขายังเอากระดานแทบเลตมาวาดๆเขียนๆเป็นผลงานส่งขายได้เงินมากกว่าคนถือกล้องก็มีครับ

12. ภาษาอังกฤษคือกำไรจากการส่งภาพ ผมได้คำศัพท์ใหม่ๆเยอะมากในการส่งรูปขาย ^ _ ^

ความสุขที่แท้จริงจากการถ่ายภาพคืออะไร คือเราชอบภาพที่เราถ่าย? หรือเราชอบที่ขุนอินให้ผ่านและมีคนซื้อมัน(แปลว่าเราได้เงิน) ?

ตอนนี้มีประมาณ 72 ล้านภาพที่ Shutterstock รอขายจะถอดใจไม่ไปแล้วหรือขอเสี่ยงเป็น 1 ใน 72 ล้านภาพ

น่าดีใจที่วงการนี​​้ไม่มีเส้นสายไม่มีทางยัดเงินให้ขุนอินไม่มีทางขอฮั๊วะกับคนซื้ออาจมีทางลัดในการทำให้ขายได้ (จ้างคนที่เก่งกว่าถ่ายให้แต่งให้ผ่าน) แต่มันจะคุ้มไหม?

อ่านมาถึงตรงนี้คนสอบไม่ผ่านจะกลับไปทำมาหากินดีกว่า หรือใจสู้ลุยต่อก็แล้วแต่ท่าน ^ _ ^ กำลังใจมันสร้างด้วยใจเรานี่แหละครับ

น่าแปลกใจที่ตลาดของการขายรูปนี้จริงๆแล้วทุกคนคือคู่แข่งกัน แต่มันดันกลายเป็นว่านี่คือตลาดที่ผู้ค้าเอื้ออาทรต่อกัน ช่วยเหลือกันแบบสุด ๆ ^ _ ^

สิ่งที่ผมบอกมาทั้งหมดจะเป็นน้ำถังใหญ่ๆไปดับไฟแห่งกำลังใจ หรือน้ำมัน 1 แกลลอนมาเติมไฟก็แล้วแต่ใครจะเลือกนะครับ

เมื่อ 3 เดือนที่แล้วผมเลือกที่จะหยุดหยุดทุกอย่างเกี่ยวกับงานสต๊อคหยุดถ่ายรูปหยุดแต่งรูปหยุดส่ง หันกลับมาตั้งสติพิจารณาว่า"เพราะอะไร และผมต้องทำอย่างไร "จากคนที่นั่งรอดูแผนที่บน Shutterstock ทั้งวันนาน ๆ วันถึงจะโผล่มาให้เฮสักครั้งครั้งละ 0.25 เหรียญสหรัฐ

ผมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานครั้งใหญ่ครับ จำนวนภาพไม่ใช่ทางออกแล้วละ ผมไม่เข้าวัดไปถ่ายรูป(เพราะผมถ่ายแต่พระพุทธรูปและส่วนประกอบในวัด) ไม่ลงทุ่งนาแล้ว(รูปควายและชาวนามากไปแล้ว) ไม่สนใจหมาแถวบ้าน(มันคือหมาบ้านๆที่ไม่น่าสนใจ)

ผมยอมรับว่าผมมาถึงจุดที่"ส่งผ่านง่ายมาก แต่ขายไม่ค่อยได้ "จนผมปรับตัวและส่งรูปอีกครั้งเป็นรูปที่คละงานหลากหลายแนวถ่ายด้วยความปราณีตบรรจงใส่ใจทุกรายละเอียดฝุ่นผงแสงเงาสีสรรค์ความคมชัด

^ _ ^ ผลที่ได้รูปผ่านมากขึ้นและจากแผนที่นิ่ง ๆ กลายเป็นว่ามีการขยับๆ ๆ ๆ ต่อวันไล่มาเรื่อย ๆ (อย่างน้อยก็ไม่ต้องรออาทิตย์ละ 0.25 อีกต่อไป)

ผมรู้สึกว่าตัวเอง "มาถูกทาง" และผมขอเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเป็นลำดับขั้น เผื่อใครสนใจจะทำตามบ้าง

1. ผมอัพเกรดอุปกรณ์กล้องครับผมซื้อเลนส์ที่ดีขึ้นมาหน่อยซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าคำว่า F บนเลนส์มันช่วยอะไรช่างภาพได้บ้างจากที่เคยบ้าเลนส์ซูมไกล ๆ ประเภท 18-300 ผมหันกลับมามอง 18 -35 F1.8 และ 70-200 F2.8

2. ผมอัพเกรดชุดไฟครับจากโคมไฟ 1 อันแฟลชไม่เคยรู้จักผมกลายมาเป็นคนที่มีแฟลชชุดกลางๆ Fokon ND400 วางอยู่ในห้องทำงานรวมไปถึงแฟลชแยก 2 ตัวและทริกเกอร์

3 ผมซื้อของประกอบฉากเข้าบ้านเต็มไปหมด เพื่อที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องแล๊บสำนักงาน และอีกหลายๆอย่างที่พอจะทำในห้องขนาด 4 x 8 เมตรที่ผมมีอยู่ (ผมทำงานที่บ้านขายซอฟต์แวร์)

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนใครมีเงินพอก็ทำได้อยู่แล้วละไฟดีๆกับซื้อของมากองเพื่อถ่าย ^ _ ^"

ผมขอตอบเลยว่า 3 ข้อข้างบนนั้นไม่จำเป็นครับ เป็นแค่ทางเลือกที่ใครพอจะทำได้ก็ลองทำดู ถึงจะเข้าใจคำว่า "คุณภาพของอุปกรณ์" แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนอกจาก 3 อย่างนั้น

1. ผมใช้ขาตั้งกล้องมากขึ้นครับการถ่ายในบ้านหรือนอกบ้านจากเดิมที่ยกกดถ่ายเริ่มกลายมาเป็นการเปิดมุมมองสดต่อขาตั้งใส่สายลั่นชั่นเตอร์

2. ผมใส่ใจกับ "แสงและเงา" เพราะผมเข้าใจแล้วว่า รูปที่มาปรากฏบนเซ็นเซอร์คือแสงที่ตกกระทบวัตถุและสะท้อนผ่านเลนส์เข้ามา โดยเล่นเปิดรูรับแสงกว้างตามค่า F เปิดนานเท่าค่า S และเซ็นเซอร์มีค่า ISO ที่ช่วยกำหนดความไวแสงโดยเราจะดู แต่แสงพอไม่ได้แล้วละเราต้องดูในเงาด้วยว่าเ​​งามากไปไหนควรหาอะไร มา "ลบเงาไหม"

3. ผมเริ่มหันหาโหมดอื่น ๆ ของกล้องจากเดิมที่ผมปรับอัตโนมัติมาตลอดจนกล้องหมดประกันผมเริ่มรู้แล้วว่าคู่มือ / รูรับแสง / ความเร็วคืออะไรรวมไปถึงโครงการที่อยู่ข้างๆรถยนต์

4 ผมเริ่มรู้แล้วว่าทุกๆแหล่งกำเนิดแสงมันจะมีสีปนมาในแสงที่ทำให้สีขาวแท้ๆกลายเป็นสีขาวไม่แท้ อันเป็นเหตุให้กล้องมีปุ่มที่เขียนว่า สมดุลแสงสีขาวและเราต้องรู้ว่าต้องตั้งตรงไหนอัตโนมัติได้ไหมและจะแต่งต่อยังไงรวมไปถึงได้อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ จากอีเบย์ ที่เป็นแผ่นพลาสติคสีเทาๆมาช่วยเรื่องนี้

5. ผมเลิกคบ JPG หันมาสนิทกับวัตถุดิบที่สีซีด ๆ และไฟล์ใหญ่กว่าหลายเท่า

6. ผมรู้แล้วว่า Photoshop ต่างจาก Lightroom อย่างไร ^ _ ^ รวมไปถึงคำว่า "กล้องดิบ"

7. ผมรู้แล้วว่า "หลังขาว" คืออะไรและขาวแท้ๆขาวตุ่นๆและขาวขุ่น ๆ ต่างกันยังไง

8. ผมรู้แล้วว่า เส้นกลางๆที่มันเลื่อนไปมาด้านล่างเวลาเราปรับค่ากล้องมันคืออะไร

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนคนใช้กล้องพอที่จะเป็นบ้างแล้วแต่งรูปได้" แล้วไงต่อ?

อุปกรณ์ดีถ่ายได้สีสวยสีตรงแล้วมันขายได้ไหม? ไม่ครับถ้าเปลี่ยนแค่ 2 จุดหลักนี้ แต่ถ้าผมยังวิ่งถ่ายแบบเดิม ๆ ผมก็คงได้ยอดขายแบบเดิม ๆ แน่ผมเลือกที่จะ

1. "ถ่ายในสิ่งที่มีคนซื้อและเป็นสากล" (แต่ไม่ใช่ว่าความเป็นไทยขายไม่ได้นะครับ)

จากเดิมผมคือคนที่ถือกล้องขับรถหาถ่ายอะไรที่"คิดว่าขายได้" กลายเป็นว่าผมต้องหันกลับมาดู"ตัวอย่างงานที่ขายได้" และเริ่ม C & D คือลอกและพัฒนา ^ _ ^ และหาทางใส่ความเป็นตัวตนของเราให้ได้

2. อย่าส่งรูปแบบขบวนรถไฟ (จากเดิมที่ส่งงานแบบขบวนรถไฟ คือรูปของอย่างเดียวถ่ายหลายมุมหลายด้านและส่งรวดเดียว เปลี่ยนใหม่คัด ๆ มาคละส่งกับงานอื่น ๆ ) จุดพลาดหลักของมือใหม่คือตรงนี้

3. สร้างมาตรฐานให้พอร์ตตัวเองซะไม่ใช่ว่าเขาขายอะไรได้ก็วิ่งถ่ายตามเขาไปทุกแนวไปทุกภาพเหมือนนั่งตกปลาที่รอบบึง เห็นคนนู๊นตกได้ก็คว้าเบ็ดวิ่งไปนั่งข้างๆเขา สักพักคนนี้ตกได้ก็ย้ายมานั่งข้างคนนี้ ทางที่ดีเราต้องค้นหาแนวที่เราถนัด และต้องเลือกเอาว่าเราจะอยู่ในแนวนี้ นี่คือภาพในแนวทางของเรา

4. วินัยในการส่งครับไม่ใช่ว่าส่งทุกวันทุกอาทิตย์ก็ยังได้เลย

ผมเคยคิดเล่นๆ(ไม่รู้ถูกหรือไม่)ว่าโอกาสที่ภาพจะขายได้คือ

1. ส่งตรวจผ่านขึ้นหน้าใหม่ในช่วงเวลาที่คนเห็นเยอะ ๆ ก็ขายได้ .....
2. หลุดหน้าใหม่ไปแล้วลูกค้าค้นหาจากคำหลักไม่เจอรูปเรา แต่ไปเลือกคล้ายกัน (คล้าย ๆ ) และเราดูน่าสนใจกว่าก็ขายได้ ....
3. ลูกค้าค้นจากคำหลัก และเจอรูปเรามาในรายการลำดับที่ไม่ต้องเลื่อนไกลนักถูกใจก็.... ขายได้
4. รูปขายได้ ๆ ๆ ๆ ๆ จนเกิดสภาพที่เป็นที่นิยมเมื่อค้นหา รูปเราก็โผล่ในหน้าแรกๆลูกค้าถูกใจก็... ขายได้
5. ลูกค้าทำตามเรา ซึ่งก็เหมือนกับเขาสมัครสมาชิกร้านเราไปแล้ว เราทำอะไรมาวางขายเขาก็พร้อมจะเข้ามาเลือกซื้อทันที << นี่คือความหมายของพอร์ตคุณภาพ

ถูกใจ = สภาพความประทับใจในภาพซึ่งอาจนะสวยแบบแตกต่างหรือสวยแบบธรรมดา แต่สรุปว่าต้องมีสิ่งโดนใจ
ค้นเจอ = คุณภาพของคำหลักที่ใส่ไว้ในภาพนั่นเอง

และคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีภาพ ที่เป็นที่นิยมเยอะ (อันนี้ผมคิดเอง)

ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมาถูกทาง ถึงจะยังไม่มีราคาแบบเฉียด 100 US $ เข้ามาในชีวิต แต่ผมก็มีความสุขและไม่เครียดไปกับสิ่งที่ทำลงไป

เห็นหลายท่านนั่งรอที่จะมี 0.25 US $ แว๊บเข้ามา ผมก็อยากจะแนะนำวิธีที่ทำให้ไม่ต้องรอ แต่ทำให้มาแน่ ๆ เลยจะดีกว่า

ที่เล่ามาทั้งหมดคือ"ไม่อยากให้ใครเครียดกับการถ่ายรูปขาย เพราะการทำแบบเดิมย่อมได้ผลแบบเดิม แต่ถ้าเรายอมปรับตัว มันก็มีโอกาสที่จะได้รับผลลัพธ์แบบใหม่"

ผมยังไม่ถึงขึ้นเทพ แต่ผมก็กลายมาเป็นคนที่ไม่กินไข่มา 20 กว่าวันเห็น 1.00-5.00 US $ ในบางวันแล้วหลังจากที่เคยรอ 0.25 US $ แบบนาน ๆ มาที

ป.ล. จริงๆแล้วผมเป็นโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขายทั่วโลกขายซอฟต์แวร์ได้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐผมเฉยๆ แต่ขายรูปได้ 0.25 USD ผมนั่งยิ้ม ... อะไรคือความสุขและความคาดหวังของคนถ่ายภาพขายกันแน่นะ

บทความจาก:คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1263921413634728&set=gm.1662998767289692&type=3&theater

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จะขายภาพออนไลน์อย่างไรให้ขายดี


1 รูปที่สร้างรายได้และขายดีสูงสุดของเราส่วนตัวคือ “ไดคัท”ฉากขาวsimpleธรรมดานี่แหละค่ะ (ถึงแม้จะมีในportน้อยที่สุด) เพราะว่าส่วนตัวรูปตระกูลนี้ จะออกโหลดใหญ่และถูกเหมาชุดเป็นประจำมากที่สุด
2 รูปคอนเซปขายง่าย ขายเรื่อยๆ แต่โหลดใหญ่นานๆๆๆๆมาที เพราะส่วนใหญ่ไปใช้บนwebกัน
3 รูปbackground textureผลิตงานง่ายสุด แต่สิ้นเปลืองพลังงานการส่งที่สุด เพราะเปอร์เซนต์การขายจะต่ำที่สุด และคนทำใหม่ๆ หากมีแนวนี้น้อยกว่า1000รูป จะไม่ค่อยเห็นเงินเลย แต่ข้อดีคือ พอจะมีโหลดใหญ่มาบ้าง แต่ถ้าbackgroudที่สร้างจากpsเป็นหลัก เอาโน่นนี่มาปะ อันนี้ขายได้ดีอยู่นะเออ ส่วนสายlandอันนี้ไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ชอบไปไหน
4 รูปisolateฉากขาว ถ้าเลือกได้ “ไดคัท”เท่านั้น อย่าปรับความสว่างให้หลังหลุด เนื้อไฟล์objectจะเสียไปเลย(และขายไม่ค่อยออก) อย่าbrushถูฉากหลัง เพราะมันจะแลบมาถูที่ขอบobject(และขายไม่ค่อยออก) คนซื้อภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกราฟฟิคไปตัดต่อ หาขอบโดนbrushถูเข้ามา หรือเนื้อไฟล์โดนเร่งlevelมาก เวลาไดมาปะมันจะไม่เนียน
*ขยายความ local adjustmentในLR จะมีbrushที่ใช้ทำฉากขาวหยาบๆได้(บรัชบวกความสว่างสุด) แต่หากต้องการถูให้ชิดขอบวัตถุต้องเปิดauto markไว้(ถ้าเราถูไม่ชนขอบวัตถุ จะเกิดเป็นขอบhaloเทาๆรอบวัตถุ แต่บ่อยครั้งบรัชจะกินพื้นที่วัตถุเข้าไป ทำให้ขอบตัววัตถุดูสว่างฟุ้งๆ)
5 lighting lighting lightingเท่านั้นที่ครองโลก แสงแบนๆพอขายได้ แสงนัวๆพอขายได้ แสงมีมิติขายดีกว่า แต่อย่าให้มีชาโดว์แบบsidelightมานัก มันจะใช้ยาก และอย่ายิงริมไลท์มันจะตัดปะไม่เนียน และที่ส่วนล่างobjectให้มีshadowบ้าง อย่ายิงย้อนพื้นฉากเข้ามา เพราะเวลาตัดแปะมันทำให้เนียนยาก เขาจะไม่ซื้อ
*ขยายความ แสงแบนๆเช่น แสงจากแฟลชยิงตรงๆ หรือแสงจากท้องฟ้าตอนครึ้มๆ แสงนัวๆเช่น เต้นท์ถ่ายของให้แสงจากซ้าย ขวา บนเท่าๆกัน การให้แสงที่มีมิติคือมีratioไฟแต่ละดวงไม่เท่ากัน เช่นไฟหลักแรงกว่าไฟเปิดเงาสองเท่าเรียกratio 1:2 แต่ถ้าratioมากไปเช่น1:3 จะทำให้เงาส่วนมืดรุนแรงเกินไป
6 แสงแฟลชเป็นแสงที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการถ่ายobject แสงต่อเนื่องเปิดหน้ากล้องนานแค่พอได้ แต่วัตถุบางอย่าง ได้ความสว่างไม่ถึง สีสรรมันจะไม่ออกมา แม้ดูผิวเผินสองไฟได้histogramเท่าๆกัน แต่แสงแฟลชก็ยังสวยกว่ามาก และที่สำคัญเอามาไดเร็วกว่ามากๆ (เพิ่มเติม แสงขาวledต่อเนื่องที่มีค่าcri 90กว่า ก็ยังติดtintกระจายเลย หมดไปหลายหมื่น ตอนนี้ทิ้งให้ฝุ่นจับเล่น ยิ่งพวกหลอดตะเกียบหลอดนีนอนไม่ต้องพูดถึงค่ะ แก้wbในคอมก็สีไม่ขึ้น สู้ใช้แสงธรรมชาติจะดีกว่าเยอะ)
7 โมดิฟายเออร์ใช้softboxดีที่สุด ดีกว่าร่ม ดีกว่าเต้นท์ ซื้อ60x60ซมมาใช้ได้หลากหลายนะ
8 เราพูดไปรึยังว่า ไดคัทๆๆเท่านั้น อย่าbrushอย่าเร่งlevel? อ้อ.. ขั้นตอนซ้ำๆบางอย่าง สร้างactionไว้เลยนะ ประหยัดเวลามากๆ
9 เพื่อนเราที่ทำด้วยกัน จำนวนรูปพอๆกัน แต่เป็นeditorial90% ยอดดีกว่าเรา ขายดีกว่าเรา
10 vectorมีค่าสัมประสิทธิ์รายได้ต่อจำนวนรูปสูงที่สุด(จากที่เราเก็บข้อมูลเพื่อนๆมา) โดยเราตีค่าเป็น10เท่าของรูปถ่ายรูปนึง
11 สาย3Dเพื่อนเรามีไม่มาก (มันใช้3Dmaxเถื่อน เราเคยเตือนแล้ว) ไปทำอีท่าไหน ได้เมลล์ขอดูlicenseจากลูกค้า ตอนนี้มันแกล้งตีมึนๆ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่มันก็สอนเราว่า ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์เท่านั้นนะ สบายใจสุด
12 เราพูดไปหรือยังว่า lighting lighting lightingเท่านั้นที่ทำให้ขายดี
13 ตอนนี้เราทำอาชีพนี้อย่างเดียวเรากับแฟนช่วยกันทำ และเราถึงบันไดขั้นสูงสุดก่อน2ปีนิดหน่อย และปัจจุบันส่งแค่4ที่(เราว่าสมดุลกับเวลาเราสุด) เป็นรูปถ่ายล้วนๆค่ะ และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด(ใครว่าอาชีพนี้สบายหนอ55)
14 รูปที่สร้างเงินให้เราคือรูปที่ขายซ้ำๆ ไม่ใช่รูปที่ขายได้ครั้งเดียว หลักของเราคือรูปไหนขายได้5โหลดอัพคือเป็นรูปที่ดีมีอนาคตค่ะ
15 สุดท้ายค่ะ ทัศนะคติต่ออาชีพนี้ เราไม่รู้ว่ามันจะไปได้อีกกี่ปีและไม่สนด้วย สนแค่ว่าทำก่อนได้เงินก่อน เก็บเงินให้ได้มากที่สุด วันนึงเกิดการเปลี่ยนแปลง เรา(หวังว่า)จะมีเงินก้อนและskill ทำให้เราไปต่อยอดทำอะไรอย่างอื่นเป็นอาชีพแทนได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ อ่านเอาเพลินๆพอไม่ต้องเชื่อเรามาก ถือว่าเพื่อนมาเม้าท์มอยให้ฟัง ขอให้โชคดีนะคะเพื่อนๆ เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาเพิ่มเติมใหม่นะ บาย^^
ปล. เราขอใช้เฟสสำรองเรานะ เราไม่สะดวกจะใช้เฟสจริงและแชร์port ขอโทษล่วงหน้านะคะ

จากบทความคุณ Dew Stocker