วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จะขายภาพออนไลน์อย่างไรให้ขายดี


1 รูปที่สร้างรายได้และขายดีสูงสุดของเราส่วนตัวคือ “ไดคัท”ฉากขาวsimpleธรรมดานี่แหละค่ะ (ถึงแม้จะมีในportน้อยที่สุด) เพราะว่าส่วนตัวรูปตระกูลนี้ จะออกโหลดใหญ่และถูกเหมาชุดเป็นประจำมากที่สุด
2 รูปคอนเซปขายง่าย ขายเรื่อยๆ แต่โหลดใหญ่นานๆๆๆๆมาที เพราะส่วนใหญ่ไปใช้บนwebกัน
3 รูปbackground textureผลิตงานง่ายสุด แต่สิ้นเปลืองพลังงานการส่งที่สุด เพราะเปอร์เซนต์การขายจะต่ำที่สุด และคนทำใหม่ๆ หากมีแนวนี้น้อยกว่า1000รูป จะไม่ค่อยเห็นเงินเลย แต่ข้อดีคือ พอจะมีโหลดใหญ่มาบ้าง แต่ถ้าbackgroudที่สร้างจากpsเป็นหลัก เอาโน่นนี่มาปะ อันนี้ขายได้ดีอยู่นะเออ ส่วนสายlandอันนี้ไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ชอบไปไหน
4 รูปisolateฉากขาว ถ้าเลือกได้ “ไดคัท”เท่านั้น อย่าปรับความสว่างให้หลังหลุด เนื้อไฟล์objectจะเสียไปเลย(และขายไม่ค่อยออก) อย่าbrushถูฉากหลัง เพราะมันจะแลบมาถูที่ขอบobject(และขายไม่ค่อยออก) คนซื้อภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกราฟฟิคไปตัดต่อ หาขอบโดนbrushถูเข้ามา หรือเนื้อไฟล์โดนเร่งlevelมาก เวลาไดมาปะมันจะไม่เนียน
*ขยายความ local adjustmentในLR จะมีbrushที่ใช้ทำฉากขาวหยาบๆได้(บรัชบวกความสว่างสุด) แต่หากต้องการถูให้ชิดขอบวัตถุต้องเปิดauto markไว้(ถ้าเราถูไม่ชนขอบวัตถุ จะเกิดเป็นขอบhaloเทาๆรอบวัตถุ แต่บ่อยครั้งบรัชจะกินพื้นที่วัตถุเข้าไป ทำให้ขอบตัววัตถุดูสว่างฟุ้งๆ)
5 lighting lighting lightingเท่านั้นที่ครองโลก แสงแบนๆพอขายได้ แสงนัวๆพอขายได้ แสงมีมิติขายดีกว่า แต่อย่าให้มีชาโดว์แบบsidelightมานัก มันจะใช้ยาก และอย่ายิงริมไลท์มันจะตัดปะไม่เนียน และที่ส่วนล่างobjectให้มีshadowบ้าง อย่ายิงย้อนพื้นฉากเข้ามา เพราะเวลาตัดแปะมันทำให้เนียนยาก เขาจะไม่ซื้อ
*ขยายความ แสงแบนๆเช่น แสงจากแฟลชยิงตรงๆ หรือแสงจากท้องฟ้าตอนครึ้มๆ แสงนัวๆเช่น เต้นท์ถ่ายของให้แสงจากซ้าย ขวา บนเท่าๆกัน การให้แสงที่มีมิติคือมีratioไฟแต่ละดวงไม่เท่ากัน เช่นไฟหลักแรงกว่าไฟเปิดเงาสองเท่าเรียกratio 1:2 แต่ถ้าratioมากไปเช่น1:3 จะทำให้เงาส่วนมืดรุนแรงเกินไป
6 แสงแฟลชเป็นแสงที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการถ่ายobject แสงต่อเนื่องเปิดหน้ากล้องนานแค่พอได้ แต่วัตถุบางอย่าง ได้ความสว่างไม่ถึง สีสรรมันจะไม่ออกมา แม้ดูผิวเผินสองไฟได้histogramเท่าๆกัน แต่แสงแฟลชก็ยังสวยกว่ามาก และที่สำคัญเอามาไดเร็วกว่ามากๆ (เพิ่มเติม แสงขาวledต่อเนื่องที่มีค่าcri 90กว่า ก็ยังติดtintกระจายเลย หมดไปหลายหมื่น ตอนนี้ทิ้งให้ฝุ่นจับเล่น ยิ่งพวกหลอดตะเกียบหลอดนีนอนไม่ต้องพูดถึงค่ะ แก้wbในคอมก็สีไม่ขึ้น สู้ใช้แสงธรรมชาติจะดีกว่าเยอะ)
7 โมดิฟายเออร์ใช้softboxดีที่สุด ดีกว่าร่ม ดีกว่าเต้นท์ ซื้อ60x60ซมมาใช้ได้หลากหลายนะ
8 เราพูดไปรึยังว่า ไดคัทๆๆเท่านั้น อย่าbrushอย่าเร่งlevel? อ้อ.. ขั้นตอนซ้ำๆบางอย่าง สร้างactionไว้เลยนะ ประหยัดเวลามากๆ
9 เพื่อนเราที่ทำด้วยกัน จำนวนรูปพอๆกัน แต่เป็นeditorial90% ยอดดีกว่าเรา ขายดีกว่าเรา
10 vectorมีค่าสัมประสิทธิ์รายได้ต่อจำนวนรูปสูงที่สุด(จากที่เราเก็บข้อมูลเพื่อนๆมา) โดยเราตีค่าเป็น10เท่าของรูปถ่ายรูปนึง
11 สาย3Dเพื่อนเรามีไม่มาก (มันใช้3Dmaxเถื่อน เราเคยเตือนแล้ว) ไปทำอีท่าไหน ได้เมลล์ขอดูlicenseจากลูกค้า ตอนนี้มันแกล้งตีมึนๆ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่มันก็สอนเราว่า ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์เท่านั้นนะ สบายใจสุด
12 เราพูดไปหรือยังว่า lighting lighting lightingเท่านั้นที่ทำให้ขายดี
13 ตอนนี้เราทำอาชีพนี้อย่างเดียวเรากับแฟนช่วยกันทำ และเราถึงบันไดขั้นสูงสุดก่อน2ปีนิดหน่อย และปัจจุบันส่งแค่4ที่(เราว่าสมดุลกับเวลาเราสุด) เป็นรูปถ่ายล้วนๆค่ะ และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด(ใครว่าอาชีพนี้สบายหนอ55)
14 รูปที่สร้างเงินให้เราคือรูปที่ขายซ้ำๆ ไม่ใช่รูปที่ขายได้ครั้งเดียว หลักของเราคือรูปไหนขายได้5โหลดอัพคือเป็นรูปที่ดีมีอนาคตค่ะ
15 สุดท้ายค่ะ ทัศนะคติต่ออาชีพนี้ เราไม่รู้ว่ามันจะไปได้อีกกี่ปีและไม่สนด้วย สนแค่ว่าทำก่อนได้เงินก่อน เก็บเงินให้ได้มากที่สุด วันนึงเกิดการเปลี่ยนแปลง เรา(หวังว่า)จะมีเงินก้อนและskill ทำให้เราไปต่อยอดทำอะไรอย่างอื่นเป็นอาชีพแทนได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ อ่านเอาเพลินๆพอไม่ต้องเชื่อเรามาก ถือว่าเพื่อนมาเม้าท์มอยให้ฟัง ขอให้โชคดีนะคะเพื่อนๆ เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาเพิ่มเติมใหม่นะ บาย^^
ปล. เราขอใช้เฟสสำรองเรานะ เราไม่สะดวกจะใช้เฟสจริงและแชร์port ขอโทษล่วงหน้านะคะ

จากบทความคุณ Dew Stocker

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จะเริ่มทำงานสต็อกอย่างไร


ทุกท่านที่เพิ่งจะเริ่มทำงานสต็อก และบังเอิญได้มาอ่านโพสต์นี้ ผมขอร้อง วิงวอน ขอความกรุณาจากท่านดังนี้ได้ไหมครับ

1. ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนสมัคร อย่าเพิ่งรีบร้อนส่งงาน อย่าเพิ่งรีบร้อนในการบุกตะลุยไมโครสต็อก โดยที่ยังไม่ได้ศึกษา "พื้นฐาน" ต่างๆ ให้ดีเสียก่อนสักระยะหนึ่ง ไมโครสต็อกจะเปิดไปอีกเป็นสิบๆ ปีครับ ท่านไม่จำเป็นต้องรีบส่งวันนี้พรุ่งนี้ หาความรู้ "พื้นฐาน" อย่างเดียวสักสัปดาห์สองสัปดาห์ไม่ถือว่าสายเกินไปครับ

2. ของฟรี ยังมีในโลกครับ ท่านไม่จำเป็นต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ในการที่จะเริ่มหาเงินหมื่น เงินแสน เงินล้าน บรรดาความรู้ "พื้นฐาน" แบบฟรีๆ ณ นาทีนี้ มีมากมายครับ มากจนกล่าวได้ว่า เหลือเฟือ เช่น ในกลุ่มนี้ ท่านสละเวลาสัก 3-7 วัน ไล่อ่านโพสต์เก่าๆ อย่างเดียวครับ ไม่ต้องทำอะไร ยังไม่ต้องไปถ่ายรูป ยังไม่ต้องรีบทำรูป ไม่ต้องรีบไปสมัคร หาสมุดปากกามาวางตรงหน้า แล้วเริ่มต้นอ่านโพสต์เก่าๆ ครับ อ่านไล่ย้อนไปเรื่อยๆ ประเด็นไหนที่ท่านยังไม่เคยรู้มาก่อน หรือสนใจ จดไว้ หรือเคปเจอร์หน้าจอไว้ครับ

3. จากข้อ 2. นอกจากนี้ยังมี www.stockphotothailand.com เว็บที่ให้ความรู้เบื้องต้นแบบ "ฟรี" (มีโฆษณานิดหน่อย 555) ทั้งหน้าเว็บหลัก และขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าแบบ ฟรี ที่อยู่ในส่วนของเว็บบอร์ดครับ ขอเวลาสัก 5 วัน ไล่อ่านกระทู้ปักหมุดในเว็บบอร์ด และบทความหน้าเว็บทั้งหมดให้ละเอียด อันไหนสนใจ จดไว้ครับ ไม่เข้าใจให้ถามก่อน ถามในบอร์ดก็ได้ ถามที่กลุ่มนี้ก็ได้

4. ปกติผมจะไม่เคยบอกให้ใครไปซื้อหนังสือของผม มีแต่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านอื่นทั้งนั้นที่ช่วยกันแนะนำ ผมเองจะไม่ขายตรงครับ นอกจากวางแบนเนอร์ตามที่ต่างๆ และเล่นมุขตลกนิดๆ หน่อยเกี่ยวกับหนังสือของผม ในตอนบรรยายตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ผมไม่เคยแนะนำใครให้ไปซื้อหนังสือผม ผมตอบคำถาม ผมสอน ผมอธิบาย โดยไม่เคยขึ้นต้นด้วยคำว่า "ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านสิ" แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะพูดอย่างนี้ ผมจะบอกว่า ผมมีหนังสือขายนะครับ ถ้าท่านทำตามข้อ 2 และ 3 แล้ว อยากเพิ่มช่องทางการหาความรู้ก่อนการลงมือจริง ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านก็ได้ครับ

ทำไมผมจึงเขียนโพสต์นี้ เพราะว่าครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งหน้าไมค์หลังไมค์ ที่ผมต้องอ่านเรื่องราวของคนขายภาพซึ่งประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งสมัครแอคเคาท์ซ้อน ส่งหลักฐานการยืนยันตัวตนไม่ถูกต้อง โดนสอบสวน โดนร้องเรียน โดนปิดพอร์ตเพราะทำผิดกฎร้ายแรง และอื่นๆ อีกมากมาย (ซึ่งเป็นเรื่อง "พื้นฐาน" มากๆๆๆๆๆ หาอ่านได้จากข้อ 2 3 4 ได้ทันที อ่านไม่กี่นาทีก็ต้องอ่านเจอแล้ว)

พูดจากใจจริง จากความรู้สึกในเวลานี้เลย ผมเศร้า ผมเสียใจ ผมเจ็บใจทุกครั้งที่เห็นใครสักคนมีปัญหาอะไรที่เป็นเรื่อง "พื้นฐาน" เจ็บใจเพราะว่า ในฐานะที่ตัวเองมีช่องทางการสื่อสารเกี่ยวกับไมโครสต็อกอยู่หลายช่อง แต่กลับไม่สามารถช่วยหลายๆ ท่านให้รอดพ้นจากปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดนี้ ถูกล่ะ หลักๆ แล้วมันเป็นความผิดของท่านเองที่ไม่ศึกษาหาความรู้ แต่ในเวลาเดียวกัน (เล็กๆ น้อยๆ) ผมก็ยังบังเกิดความรู้สึกว่า ผมยังสร้างระบบในการให้ความรู้ท่านไม่ดีพอ ผมจึงอยากเขียนโพสต์นี้อีกครั้ง

อย่ารีบครับ โลกของไมโครสต็อกมีกฎเกณฑ์ มีหลักการ วิธีการ เทคนิค กลเม็ดเคล็ดลับมากมาย บางอย่างท่านไม่รู้ มันก็แค่ทำให้ท่านขายไม่ดี แต่บางอย่างที่ท่านไม่รู้ (และไม่ยอมสละเวลาในการศึกษามัน) มันจะทำให้ท่านสูญเสียหลายๆ อย่างไปในภายหลัง อย่างยากที่จะแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากครับ

ทุกคนที่เพิ่งเริ่มต้น จงอย่ารีบร้อน จงสละเวลาอ่าน คิด ถาม ศึกษา "พื้นฐานต่างๆ" ให้ละเอียดก่อน จงทำครับ ถ้าท่านไม่อยากเสียใจภายหลัง

รักทุกคนครับ

ขอบคุณ อ.สุระ นวลประดิษฐ์

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"คมชัด เขาถ่ายภาพกันอย่างไร"

มือใหม่ ที่ทำงาน Microstock ได้รู้ว่าคุณภาพด้านความคมชัดเป็นสิ่งสำหรับมาก ๆ สิ่งหนึ่งในการพิจารณาภาพถ่าย หลายคนนำภาพที่จะส่ง Stock มาให้ผมพิจารณา ต้องบอกว่าคุณภาพภาพที่ผ่าน Facebook ดูยากครับว่าคมหรือไม่ ผมก็ต้องบอกปัดไม่ดูให้อยู่บ่อย ๆ ต้องขออภัยครับ ไม่สะดวกครับ และไม่ค่อยสะดวกตอบคำถามผ่านข้อความ หลาย ๆ คนคงเข้าใจผม หรือไม่ก็งอนไปแล้ว อิอิ ผมไม่พยายามเสียเวลาไปกับ Facebook มากครับ เข้าเป็นจังหวะ ดูเป็นจังหวะ ไม่เฝ้า Facebook ตลอดมีงานอื่นในมือ ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับ Facebook แต่หากมีเวลาก็จะเขียนให้ความรู้ตรงนี้ไว้ทดแทนเลยแล้วกันนะครับ
อย่างภาพเสือภาพนี้ ผมพยายามส่งขึ้นมาให้ชมผ่าน Facebook แล้วลองนำไปพิจารณาเทียบดูนะครับผมคงไม่มีเวลาตรวจความคมให้ครับ แต่ จะให้แนวทางไว้ตรงนี้คือ
1. ถ้าทำได้ควรมีขาตั้งกล้อง หากเป็นมือใหม่ ควรแบกไปให้ทุกครั้ง แต่หากชำนาญขึ้นก็จะรู้วิธีทำให้กล้องนิ่งด้วยวิธีต่าง ๆ ภาพนี้ผมถ่ายภาพด้วยมือเปล่า แต่ใช้กิ่งไม้ช่วยให้นิ่งครับ เพราะจังหวะดี ๆ บางทีไม่ทัน เป็นต้น
2. นอกจากความนิ่งของกล้องแล้ว ดูด้วยครับว่าวัตถุนั้นนิ่งหรือไม่ ยิ่งถ่ายภาพสัตว์แบบนี้ หากเสือไม่นิ่ง ก็ยากยิ่งขึ้น เรียกร้อง ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น เร็วเท่าไร อย่าถามครับ ใครตอบได้ก็แปลก เพราะไม่รู้ว่าเสือเคลื่อนที่เร็วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แสงมากน้อยเพียงใด ผมจึงสอนเสมอให้เข้าใจแสง เช่น มีโปรบอกว่าถ่ายภาพสัตว์เคลื่อนไหว ใช้ความเร็ว 1/1000 วินาที คุณไปถ่ายภาพเสือหาวในที่แสงน้อยดูสิครับ เป็นต้น ให้พยายามเข้าใจ ๆ เสมอ ๆ นะครับ
3. กล้องนิ่ง วัตถุนิ่ง ก็ได้เปรียบแล้ว คุณภาพเลนส์จึงจะช่วยได้ในขั้นตอนต่อไป เมื่อก่อนผมใช้เลนส์มือสอง ซื้อมา หมื่นกว่าบาท ถ่ายภาพส่งออกมากมาย มาวันนี้ใช้เลนส์ค่าย หลายหมื่อนบาทก็ถ่ายภาพคมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผมถ่ายภาพคมเพราะซื้อเลนส์แพงอย่างเดียวนะครับ ทำข้อ 1 และ 2 ให้ดีแม่นย้ำก่อนนะครับ
4. การตกแต่งภาพที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ภาพเราคมชัดขึ้นได้ แน่นอนครับเข้า Youtube ค้นหาคำว่า การแต่งภาพให้คมชัด ก็จะมีคนสอนมากมายเลือกเรียนรู้และทดลองใช้ในปริมาณการปรับแต่งที่เหมาะสม ภาพไม่เสียคุณภาพ
***
"จะเห็นว่า เคล็ดแทบไม่ลับเลยใช่ใหม่ครับ"
***
ส่วนมีอีกมากมายที่ผมสามารถบอกกล่าวได้ แต่มีตัวแปรครับ มือใหม่ชอบไปจำและทำตาม แต่ใช้ในสถานการณ์ไม่หมาะ เช่น ล็อกกระจก แต่ดันไปจับขาตั้งกล้อง ไปถ่ายภาพในที่ลมแรง มีคนเดินกระเทือน แบบนี้จะคมได้อย่างไร หรือ การเปิด live view หากวัตถุเคลื่อนระนาบเปลี่ยน หรือ ถ่ายภาพคน สัตว์ บางอย่างไม่อยู่นิ่งให้เรา โฟกัสแบบละเอียดก็ทำไม่ได้ครับ
ทั้งหมดทั้งปวงทุกวิธีการต้องฝึกใช้ให้ชำนาญ ถ่ายภาพบ่อย ๆ ดูคุณภาพ ๆ ของตนเสมอ ๆ ก็จะทำให้เราพัฒนางานภาพถ่ายให้คมชัดได้ครับ คงได้ประโยชน์บ้างนะครับ เน้นมือใหม่ก่อนเลยครับ ส่วนรุ่นใหญ่ ๆ โปร ๆ ไม่กังวลครับ พร้อมลุยอยู่แล้ว ขอให้ได้ภาพสวย ๆ กันนะครับ

ที่มา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=729549057135210&set=a.329011123855674.75424.100002403663995&type=3

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่หัดขายภาพออนไลน์

ปัญหาหนักอก ที่เราจะมาช่วย ยกออก ในวันนี้ คือ เรื่องของ Software ที่ใช้ในการทำงาน Stockphoto
 เป็นเรื่องที่ หลายคน แกล้งไม่ทราบ ว่า การใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิด ตามกฏหมาย หรือ ทราบ แต่ไม่มีทางออก เพราะมันแพงจัง
มีเรื่องอะไรบ้างที่คนเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Software ลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวกับการขายภาพ เช่น ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาแล้วแบ่งกันใช้หลายๆคน  พี่ซื้อน้องขอใช้ด้วย ให้น้องที่เป็นนักเรียนซื้อได้ในราคานักศึกษาแล้วพี่หรือพ่อเอามาใช้   หาเพื่อนหุ้นซื้อหรือเช่า software แล้วมาแบ่งกันใช้  ทั้งหมดนี้ล้วนผิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรกับโหลดบิทมา เพราะคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่ใช้ลงทะเบียนในการซื้อ ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่คนซื้อ ต่อให้เอาตัว software นั้นไปใช้ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทั้งหมด  เค้าไม่ได้วัดกันที่ตัว software แต่เค้าตรวจกันที่ชื่อในใบเสร็จ

โอยปวดหัว ! ทำยังไงดี ? ราคา Software ลิขสิทธิ์ช่างแพงเหลือเกิน ซื้อมาจะขายภาพได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย

ซื้อหรือเช่าซะ !!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  มันเป็นทางออกยังไง ยังปวดหัวเหมือนเดิม แต่ทางนี้เป็นทางออกที่มั่นคงที่สุดและคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงมันได้บนเส้นทางนี้  คนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หาทางจะแหกคุกกันมาเยอะแล้วแต่สุดท้ายก็หนีมันไม่พ้น

ยังไงก็ต้องซื้อ ไม่วันนี้ก็ในอนาคต ดังนั้นการซื้อหรือเช่าให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ จะปิดประตู ความผิด ทางกฏหมายทั้งหมดในอนาคตเกี่ยวกับ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ

เพราะทุกโปรแกรมที่คุณใช้ในวันนี้ทั้ง 108 โปรแกรม ที่เอามาใช้ทำงาน วันข้างหน้า เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น และไม่อยากให้รายได้นั้นหายไป เช่นขายได้จนถึงจุดที่เดือนนึงได้หลายหมื่นบาท หรืออาจจะเป็นแสน มันอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้ถ้ามีใครสักคนมาตรวจจนเจอว่าคุณไม่ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่

พอถึงตอนนั้นจะมาตามล่าซื้อ software ต่างๆที่เคยใช้ทั้ง 108 โปรแกรม ปรากฏว่า ซื้อกันไม่ไหว เพราะดันใช้ไปสารพัดโปรแกรม ที่โลกมีให้โหลด โดยลืมไปว่ามันติดไปในงานที่ส่งด้วย ถึงตอนนั้นจะกระอักกระอ่วนใจมากว่า จะลบงานทั้งหมดทิ้งดี แล้วเริ่มใหม่กับ Software ลิขสิทธิ์ หรือจะเสียเงินมหาศาลซื้อ Software ทุกตัวที่เคยใช้ดี

หากใครใช้ไม่เยอะหรือเพียงแค่ตัวเดียว อาจจะไม่ยากก็ซื้อใช้ซะ แต่ส่วนใหญ่ใช้มาสารพัดกว่าจะถึงวันที่รู้ตัว  ดังนั้นมาใช้อย่างถูกต้องกันตั้งแต่วันแรกเลยนั่นแหละดีที่สุด

ที่มา...http://www.paperboxstockphoto.com/?p=1003
http://ihereart.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-shutterstock/

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ต้องแพงก็ขายได้ "ขายภาพออนไลน์"

คุณใช้เลนส์อะไรในการถ่ายภาพขาย จริงๆ มือถือก็ถ่ายได้ แต่ต้องดูที่ความละเอียดของภาพว่าอันใหนอะเอียดกว่า
มาลองเลนส์เทพราคาถูกว่าจะเป็นอย่างไร

ขอให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่เคยใช้เจ้า Tamron 17-50 2.8 vc
บอกได้เลยว่าตัวมี VC ย่อมดีกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอน
เรื่องที่เห็นได้ชัดก็คือ VC ชื่อมันบอกคุณสมบัติในตัวมันเองอยู่แล้ว
สำหรับความเห็นส่วนตัว กันสั่นของเจ้า tamron จะทำงานค่อนข้างหนักหน่วง
กระตุกกระชากเล็กน้อย แต่ภาพรับรองภาพของคุณจะนิ่งและชัดเอามากๆ
แต่เป็นรอง 17-55 ของค่ายอยู่บ้าง (แหม่ราคาต่างกัน3เท่านี่หน่า)
ถ้าเปิด F ที่ 2.8 ของเจ้า tamron อาจจะต้องย้ำๆโฟกัสบ่อยๆ เพื่อให้จับโฟกัสได้ถูก Point เราต้องการ
แต่ถ้าเปิดที่ 4 รับรอง หวังผลเข้าเป้าเป๊ะ
บางท่านอาจจะบอกว่า 17-50 ความยาวโฟกัส สั้นแค่นี้
แถม f 2.8 อีก กันสั่น(VC)ไม่จำเป็นหรอก
แต่สำหรับผมแล้ว มีเหลือ ดีกว่ามีขาดครับ ในบางจังหวะที่แสงน้อยจริงๆ
นอกจากเรามี F 2.8 แล้วยังมี กันสั่นด้วย เป็นการการันตีได้เลยว่า โอกาสได้ภาพ
มากกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอนครับ

http://www.stockphotothailand.com/index.php/component/content/article/80-shutterstock-contibutor/93-bookintroduce

อย่าลืมนะครับ ภาพบางภาพ โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

เป็นช่วงของจังหวะและเวลา ความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆ ที่รวมมาบรรจบกันพอดี

https://www.youtube.com/watch?v=jTtQ-zehCag


วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อาชีพ “นักท่องเที่ยว” คืออะไรทำอะไรถึงได้เงิน ??

หลังจาก 6 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสแชทกับพี่คะน้าจาก Pixpros.net ได้รับรู้ถึงธุรกิจ Stock Photography ซึ่งหลังจากได้ศึกษาแล้วพบว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมาแล้ว 6 ปี จากงานที่ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะโตได้ขนาดไหน แต่วันนี้งานนั้นและงานที่เกี่ยวเนื่องทำเงินให้ผมไปร่วม 10 ล้านบาท แล้ว อ่ะๆ อย่าพึ่งมโนไปไกล สิ่งที่ผมทำที่บอกว่าเป็น “นักท่องเที่ยว” ไม่ใช่ธุรกิจ MLM ที่ให้ไปถือป้ายบ้าบอตามสถานที่ท่องเที่ยว และไปหลอกชาวบ้านมาเข้าคลับบ้าบอที่ต้องจ่ายเงินต่อปีหลายๆหมื่น เพื่อเอาไปเลี้ยงบรรดาหัวที่อยู่เหนือเราไป เป็นงานที่ไม่ถูกกฎหมายในหลายๆประเทศ แต่อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ คือ ผมเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ วางแผนเอง เดินทางเอง จ่ายเงินเอง และหาเงินจากการเดินทางนั้นๆด้วยตัวเอง ไม่ต้องหลอกใครมาสมัครอะไรให้วุ่นวายทั้งนั้น อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมพูดถึงคืออะไรเรามาดูไปด้วยกันครับ

อาชีพ “นักท่องเที่ยว” ที่ผมพูดถึงคือ ตัวผมเองหาเงินจากการเดินทางท่องเที่ยวและงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งสิ่งที่ผมทำคือ การถ่ายภาพสต๊อก และ ถ่ายวิดิโอสต๊อกเพื่อนำไปขายในเว็บสต๊อกเอเยนซี่ชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Shutterstock , Fotolia , iStockphoto , 123RF , Dreamstime และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเองได้ส่งงานกับเอเยนซี่ไปเกือบ 30 เว็บไซต์ใน 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถามว่าเว็บไหนดีเว็บไหนไม่ดีผมเคยทำสรุปไว้แล้วที่นี่  สัดส่วนรายได้งาน “สต๊อก” แยกตาม  AGENCY ปี 2015 สามารถไปตามอ่านย้อนหลังได้ มีบางเว็บได้ปิดตัวหรือควบรวมกิจการกับเว็บอื่นๆไป ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาดไม่ได้เป็นประเด็นที่น่าวิตกอะไร

ที่มา http://www.travelplanetx.com

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รูปแนวไหนที่ขายดีที่สุด?

เรื่องหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยว่า วงการภาพถ่ายสต๊อก คือแหล่งรวมภาพที่สามารถน าไปใช้งานต่อได้ ไม่ใช่แกลอรี่ภาพศิลปะ จริงอยู่ที่ภาพแนวอาร์ทมีวางขายบนเว็ป แล้วก็ขายได้ด้วย แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักถ้าคุณอยากจะท ารายได้ให้ดีกับวงการนี้ ภาพที่เห็นแล้วแบบว่า “ว้าว! สวยจัง... แล้วไงต่อ..?”ไม่มีความหมาย ไม่มีคอนเซ็ปอะไรเลย เป็นเรื่องที่คนหน้าใหม่พลาดในจุดนี้กันเสียเยอะจากประสบการณ์ของผมเองภาพสต๊อกจะต้อง “ดูสะอาดตา และ ง่าย”เดินทางสายกลาง คือสามารถเอาไปใช้งานได้หลากหลาย อีกอย่างนึงที่ผมจะแนะน าก็คือ ภาพสต๊อกของคุณจะต้องดูดีตั้งแต่ยังเป็นภาพเล็กๆ ในสายตาของลูกค้าตอนค้นหาแล้ว เพราะมันจะดึงดูดให้ลูกค้าของคุณกดไปดูภาพใหญ่ไงล่ะ แต่ก็ระวังตอนขยายด้วย เพราะบางภาพดูแย่ลงทันทีเวลาขยาย3 องค์ประกอบหลักของภาพสต๊อกที่ดี1. คอนเซ็ปหลักที่คุณจะขายคืออะไร -ต้องใช้วัตถุหรือองค์ประกอบอะไรบ้าง หรือไม่ใช้เลย หรือจะเป็นแนวเข้าถึงยากให้ลูกค้ามโนเอาเอง2. ทักษะการถ่ายภาพ -แน่นอนต้องใช้ความสามารถและความรู้เรื่องกล้อง แสง การเลือกจุดโฟกัส และอื่นๆเพื่อที่จะเล่าเรื่องจากภาพให้ลูกค้าเข้าใจ3. คีย์เวิร์ดและค าอธิบายภาพ -เพื่อจะขยายความว่าสิ่งที่จะสื่อคืออะไร (เช่น ภาพป้ายลูกศร สื่อถึงการตัดสินใจ หรือทางเลือก จะมีความหมายแบบนั้นก็ต่อเมื่อใช้คำอธิบายที่ดี)สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปเป็นเพียงไอเดียที่จะนำมาใช้ ก่อนถ่ายภาพในหมวดหมู่ต่างๆแต่ถ้าไอเดียดียังไง คีเวิร์ดแย่ หาไม่เจอ ถ่ายออกมาไม่ดี สื่อความหมายไม่ได้ ก็ขายไม่ได้อยู่ดีครับภาพถ่ายบุคคลภาพแนวนี้มักจะขายดี มือฉมังวงการนี้ก็มักจะมีภาพถ่ายบุคคลในพอร์ทเป็นหลักเลยแหละภาพถ่ายบุคคลจะต้องสื่อถึงอารมณ์ สื่อคอนเส็ปให้ได้ เช่น มีคนก าลังโทรศัพท์และยิ้มไปด้วย มีคนก าลังปวดหัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เด็กๆทำหน้าเบื่อหน่ายกับการบ้าน หรืออาจจะไม่ต้องใช้ใบหน้าในการบ่งบอกเรื่องราวก็ได้เช่น เดินในสวนจับมือกันแบบไม่ต้องเห็นหน้า ถ้าเห็นรูปร่างแบบนี้ก็ควรใช้ใบ Model Release จริงๆ แล้วผมอยากจะแนะนำให้ใช้ทุกใบ
เลย แม้ว่าจะเห็นแค่มือหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เอเจนซี่บางแห่งเขาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้ด้วย เช่น ถ้ามีรอยสัก ภาพถ่ายบนโต๊ะ(โต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร)ภาพแบบนี้นั้นขายดีทีเดียวแหละ เช่นเดียวกับพวกคอมพิวเตอร์หรือแนวเทคโนโลยี ทริคก็คือ เพิ่มการตกแต่งเล็กๆน้อย โดยให้ “สร้างคอนเส็ปที่มากกว่าตามองเห็น”เช่น แทนที่จะบอกว่า คอมพิวเตอร์กับคีย์บอร์ดเฉยๆ ก็เป็น ทำงานที่บ้าน หรือ ทำงานหนักในออฟฟิศที่วุ่นวาย แทนที่จะเป็น ชามสลัด ก็เป็น กินสลัดสดๆบนระเบียง การมองในมุมของลูกค้าจะช่วยในตรงนี้เพิ่มขึ้น เช่น ลองคิดว่าคุณเป็นฝ่ายทำนิตยสารอาหารดูสิ คุณจะอยากได้รูปยังไง การถ่ายรูปของกินบนโต๊ะอาหารเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วส าหรับคนเริ่มต้นใหม่ๆ แต่ก็ลองนึกถึงอย่างอื่นด้วย คุณอาจจะมีคอนเนคชั่นทีดีทำให้ถ่ายภาพบุคคลดีกว่าก็ได้พึงระลึกไว้เสมอว่า อย่าให้ติดโลโก้ หรือ แบรนด์ หรือภาพลักษณ์ที่สามารถจดจำได้เป็นอันขาดภาพวิวทิวทัศน์ถ้าจะเป็นภาพที่ขายดี ภาพมันต้องบอกอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เป็นวิวธรรมดาทั่วไป อย่าง ภูเขา ต้นไม้ เฉยๆ มันต้องให้คนดูจินตนาการตัวเองไปอยู่ในภาพเลยแหละ อีกอย่างคือเรื่องของจังหวะเวลาที่เหมาะสม บางคนเขาแพลนและคำนวนวันเวลา แสงทีเหมาะสมในถ่ายภาพแนวนี้มาก่อนเลยครับ
ภาพท่องเที่ยวนี่ก็เป้นหนึ่งในภาพยอดนิยมเช่นเดียวกัน ถ้าจะขายดี ภาพนั้นต้องสื่อถึง “ความเป็นสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้”  เช่น คู่รักในปารีส ดำน้ำส่องปะการัง เล่นสโนวบอร์ดเทือกเขาแอลป์ ภาพท่องเที่ยวมันมีอะไรมากกว่าแค่วิวทิวทัศน์ หรือวิวเมือง จุดชมวิวต่างๆ ถึงแม้จุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ จะมีซ้ำกันมากมายขายบนเว็ป แค่ลูกค้าก็ยังอยากได้มุมมองใหม่ๆ ของจุดนั้นอยู่ดี ดังนั้นอย่าลืมมองหาอะไรที่แตกต่างเข้าไว้นะครับพึงระลึกไว้เสมอว่าแหล่งที่คุณอาศัยอยู่ก็มีจุดน่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศด้วยซ้ำภาพวิจิศิลป์ (แนวอาร์ทAbstract หรือศิลปะ) BG/Texturesภาพเหล่านี้มักจะมีอะไรให้เราประหลาดใจเสมอ คุณสามารถขายลายอิฐ หรือพวก เศษก้อนกรวดก็ยังได้ พวกนี้หาถ่ายง่ายครับ แล้วก็ขายได้ด้วย แต่เพราะมันถ่ายง่ายจึงมีภาพพวกนี้เยอะมาก คลื่นแปลกๆ ที่ชายหาด ก็สามารถเอามาทำเป็นภาพพื้นหลังได้จริงอยู่ครับที่พวกภาพแสงเงาแปลกๆ ภาพเบลอๆ เหล่านี้มักจะมีดาวโหลดใหญ่ให้เห็นกันอยู่ แต่มันไม่ใช่เส้นทางหลักที่ควรจะมุ่งมั่นเท่าไร ถ้าคุณท างานสต๊อกเป็นหลัก แต่ถ้าทำเล่นๆ เอาสนุก ฝึกฝีมือล่ะก็ ลุยเลยลองนึกถึงคนรับภาพสิครับ ทำไมเขาต้องรับภาพของคุณเหล่านี้ให้เปลืองเนื้อที่เซิฟเวอร์ด้วยล่ะ เพราะมันมีซ้ำๆ กันเยอะมากกก (ลอง search คำว่า storm cloudsดูสิครับ แล้วจะเห็น)ภาพเวคเตอร์(Illustrator)หัวข้อนี้ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไรแต่ถ้าคุณเก่งทางนี้แล้ว ลุยเลยครับ เพราะเวคเตอร์สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าภาพถ่ายเสียอีกแต่งานพวกไอคอนต้องมีการปรับพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนจะเห็นงานไอคอน Windows XP เต็มไปหมดสำหรับนักออกแบบเว็ปไว้ใช้กัน หลังๆ ก็จะเห็นไอคอน OS X แบบมีเงา ตอนนี้ก็จะเป็นไอคอนแบบ flat design เรียบๆ ง่ายๆ
3D Rendered Images (งานกราฟฟิค เช่น Sketchup)งานแบบนี้ตัดปัญหาเรื่อง noise ได้เลยครับ เพราะไม่มีแน่ๆ ตลาดงานกราฟฟิคสามมิติยังเปิดกว้างอยู่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ท าได้ ลุยเลยครับสรุปคนที่เริ่มงานสต๊อกใหม่ๆ อาจจะเห็นคนอื่นโพส“ว้าว ภาพเมฆบนท้องฟ้าเฉยๆเนี่ย มีคนโหลดแล้ว 3800 ครั้ง!” คุณอาจจะเป็นยังงั้นได้ และไม่ได้เช่นกัน คือต้องโชคดีมากๆเลยล่ะ แต่สิ่งที่แน่นอนอยากจะให้ยึดหลักไว้ก็คือ“ดูว่าอะไรขายดี ดูว่าอะไรขายเยอะ ดูว่าอะไรคนต้องการ แล้วก็เติมเต็มในส่วนตรงนั้นซะ”

http://microstockinsider.com/guides...
บทความแปลเพื่อให้ทุกท่านได้ความรู้ห้ามน าไปใช้ในการค้าโปรดเก็บไว้อ่านเองและเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่นต่อไป
แปลไทย: พัชรากร มณี
เรียบเรียง : Johnstockerเพจแหล่งความรู้สต๊อกโฟโต้
ที่มา http://microstockinsider.com/guides...