วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สมัครขายภาพออนไลน์ที่เว็บ Shutterstock

เรียนรู้กระบวนการสมัครขายภาพออนไลน์ที่เว็บ Shutterstock
ภายในคลิปก็มี การสมัคร, การเบิกขั้นต่ำ,การส่งภาพ,การอัพโหลดภาพผ่าน Ftp, การจัดการ catalog


วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ก้าวที่ 2 ของคนทำอาชีพขายรูปออนไลน์

รายงานตัว : ก้าวที่ 2 ของคนทำอาชีพขายรูปออนไลน์มาแล้วค่ะ :)
ด้วยระยะเวลา 2 ปี 5 วัน สามารถไต่มาถึงยอด 3,000$ จนได้ แต่เมื่อเทียบกับหลายๆท่านแล้ว ถือว่าฝนไปช้ากว่ามากเลยค่ะ ด้วยประสบการณ์สายหอยทาก ขอมาแชร์สิ่งที่ “ไม่ควร” ทำตามนะคะ
1. “ไม่ค่อยส่งงาน” อันนี้สำคัญเลยค่ะ มีผลต่อการโหลดมาก ถึงงานเราจะดีแค่ไหน เริ่มมีลูกค้าประจำ แต่ถ้าเราขาดส่งงาน เวลาลูกค้าแวะมาซื้อจะเจอแต่งานเดิมๆ อย่างฝนนี่ตั้งแต่ปี 59 นี้ เรียกได้ว่าส่งไม่ถึง 100 รูปค่ะ ยอดค่อยๆดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งที่ไม่ค่อยส่งเพราะงานประจำรัดตัวเครียดมาก+ขี้เกียจ ค่ะ
2. “ไม่ฝึก Process” ทำมาตั้ง 2 ปี เรื่องง่ายๆอย่างไดคัทฝนยังทำไม่เป็นเลยค่ะ 😂😂😂
ทำให้การต่อยอดงานที่มีไม่สามารถทำได้ แทนที่จะไดคัทอะไรสักอย่างมาเป็น Object หลัก แล้วเปลี่ยน BG ไปก็ทำไม่ได้ หรือการใส่ลูกเล่นให้งานดูเฉียบคมสวยงามฟิ้วฟ้าวก็ทำไม่เป็น ดังนั้นผลิตงานทีนึง ก็คือการต้องกดชัตเตอร์ให้ได้มา งานที่วางขายเลยมีน้อยเข้าไปอัก
3. “ไม่จัดแสง” เรื่องของเรื่องทำไม่เป็นอุปกรณ์มีไม่ครบค่ะ งานที่วางขายจึงไม่ค่อยเป็นงานใน studio เคยพยายามแล้ว แสงแข็งมากกกกกกก ผลก็คือ จะได้รูปก็ต่อเมื่อออกไปข้างนอก หรืออาศัยแสงหน้าต่าง ซึ่งวันที่ไปทำงานประจำจะถ่ายไม่ได้ เสาร์-อาทิตย์เหนื่อยอยากพัก ส่งผลให้มี raw file เพื่อรอทำงานมีน้อยมากๆๆๆๆ
4. “ไม่ค่อยส่ง web อื่น” ขี้เกียจล่ะค่ะ ง่ายๆเลย 555+
หลักๆ ก็ 4 เรื่องนี้ค่ะ ที่มีผลทำให้ยอดไม่กระเตื้อง ใครกลับตัวได้ก็รีบๆเลยนะคะ อย่าเป็นเหมือนเก๊าน๊าาาาาา
ส่วนเรื่องดีๆที่พอบอกเล่าได้ คือ ฝนมีกล้องมิลเลอร์เลสตัวเดียวเลนส์ตัวเดียว เพราะฉะนั้นใครที่สงสัยว่าML ถ่ายขายได้มั๊ย ฝนมีคำตอบให้แล้วนะคะ ^^
ดังนั้น อาวุธในมือไม่ใช่ปัจจัยหลัก (แต่มีความสำคัญ) การใช้อาวุธต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เราพอมีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ค่ะ :D
(ขยายความนิดนึง งานในportประมาณ 10% มีกล้องของน้องที่เป็น DSRL บ้าง เพราะช่วงแรกยืมใช้ ยังไม่มีเงินซื้อกล้องค่ะ)
นอกจากเรื่องกล้อง ฝนใช้ Program ที่ถูกลิขสิทธิ์ตั้งแต่ต้น ซื้อความสบายใจค่ะ , ศึกษาข้อมูล Trend ของงานแต่ละช่วง (ส่วนจะทำหรือไม่ก็อีกเรื่อง ) , ให้ความสำคัญกับชื่องานและ keywords อย่างมาก
สุดท้ายคือมีเพื่อนร่วมอาชีพที่ดีมากๆ สนับสนุนการทำงานมาโดยตลอด ขอบคุณไว้ ณ ทีนี้ด้วยค่ะ 😄😄
Step ต่อไป ....10,000$ ดูทรงแล้วหนนี้คงใช้เวลาสัก 5 ปีล่ะค่ะ 😂😂😂😂
แล้วพบกันอีก 5 ปีนะคร๊าาาา
สวัสดีค่ะ (-/\-)
1 Oct 2014 – 5 Oct 2016 รวม 2 ปี 5 วัน, 5924 downloads, 601 รูปถ่าย

ที่มา:https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/1767129620209939/?notif_t=group_activity&notif_id=1475723236478045

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่ถ่ายภาพยังไงให้มีคนสนใจขายภาพออนไลน์

สวัสดีครับพี่น้อง...วันนี้ผมเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาแชร์ให้มือใหม่หลายๆท่านได้อ่านกันดี ไอ้กระผมเองก็ความรู้ด้านสต้อกแค่หางอึ่ง จะไปแนะนำใครไปสอนใครก็คงไม่ไหว เอาเป็นว่า..ขอแชร์ในสิ่งที่ผมพอจะรู้และพอจะเข้าใจอยู่บ้างก็แล้วกันครับ....
วันนี้เอาภาพแนวทะเล, หาดทรายมาเล่าสู่กันฟังคีย์เวิร์ดที่ท่านเห็นเป็นคีย์ที่นิยมของลูกค้าครับผมเองอยู่ติดทะเล เลยมีโอกาสดีนิดหนึ่งที่จะเข้าไปคลุกวงในของภาพในคีย์เหล่านี้ อันที่จริงผมก็มีอีกหลายแนวที่ทำน่ะครับ รวมถึงแนวซีสเคป, ภูมิทัศน์ด้วยเพราะมีความชอบเป็นพิเศษ อย่าหาว่าผมมาบอกท่านเกี่ยวกับภาพอีกแนวหนึ่แล้วตัวเองกลับไปทำอีกแนวหนึ่งล่ะครับ ผมก็เหมือนหลาย ๆ คนนั่นแหละทำมาแล้วหลาย ๆ แบบหลาย ๆ แนวเช่นกันพอผมเบื่อแนวนั้นผมก็หันไปจิ้มแนวนี้ พอหันกลับมาอีกที....จะเข้าข่ายพอร์ตฉับฉ่ายไปแล้ว เอาเป็นว่าภูมิทัศน์ เป็นแนวรักร่วมสายสวาทขาดใจของผมแล้วกันครับ แนวอื่น ๆ ทำเพราะหวังเงิน แต่แนวนี้ ... หวังความสบายใจล้วนๆ"ขายภาพออนไลน์"มือใหม่ทั้งหลายอย่าเพิ่งท้อแท้ใจว่า ภาพแนวธรรมชาติศิลปะวัฒนธรรมชีวิต ความเป็นอยู่ทั้งหลายเหล่านี้จะขายยากน่ะครับ มีหลายคนบอกกรอกหูท่านว่ามันขายยากขายไม่ค่อยได้ขายไม่ดีสำหรับผม ... ผมไม่เชื่อ เพราะผมรู้ด้วยตัวเองอยู่ว่ามันขายได้หรือไม่ได้ ขายดีหรือไม่ดี จริงอยู่ว่ามันอาจขายไม่ดีเท่ากับพวกแนว ธุรกิจ, เทคโนโลยีหรืออื่น ๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะขายไม่ได้ผมขอยืนยันครับว่า มันขายได้....แต่.......มันต้องเป็นภาพที่ดูดี มีมุมมองที่ดี เป็นสถานที่ที่มีความต้องการของลูกค้าด้วย ถ่ายแบบแลนด์กระจาย...แบบนี้ก็ไม่ไหวครับ เจออะไร ๆ ก็แลนด​​์เดินหน้า แบบนี้ลูกค้าไม่เอา...อาจจะผ่านได้ก็จริงครับ แต่เราต้องรู้ด้วยว่าสถานการณ์งานสต้อกในปัจจุบันนั้น ผ่านง่ายแต่ขายยาก....อย่าเน้นแต่ให้ภาพผ่านครับ ตั้งใจไว้เลยว่าเราต้องส่งไปให้ขายได้ในทันทีที่ได้รับการอนุมัติ ต้องทำยังไงครับ....คำถามที่หลายคนคิด....ไม่ยากครับ...มาดูกันครับว่า ภาพแลนด์แบบไหนบ้างท่ีลูกค้าต้องการ เช่นต้นไม้ป่าภูเขาน้ำตกนกทะเลลำธาร ฯลฯ อันที่จริงนกไม่เกี่ยวมากครับ แต่หากเป็นนกที่เป็นสัตว์ป่าก็จัดอยู่ในประเภทขายดีครับเพราะฉะนั้นหากเราพบเจอสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวัน ก็ให้พัฒนาผลงานของเราให้สุดติ่งกระดิ่งเหมียวให้ได้ครับ เรียนรู้ทักษะการใช้กล้องและอุปกรณ์ที่มีให้เชี่ยวชาญ ดูและเลือกเวลาดูแสง ดูดินฟ้าอากาสที่เหมาะสมในการออกไปเก็บภาพ เลือกจุดที่มีองค์ประกอบที่สวยงามและเหมาะสม แล้วถ่ายมาอย่างบรรจงที่สุดในทุกๆภาพครับ แค่นี้ ภาพแลนด์ของท่านก็จะขายดิบขายดีแน่นอนครับ....ฟันทิ้ง....ขอบคุณครับ

ทีมา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1762996200646152&set=gm.1740202499569318&type=3&theater

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประสบการณ์ขายภาพ คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่

16 ม.ค. 2558 "ขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนเพื่อตอบแทนท่านอาจารย์สุระที่ท่านเดินทางมาสอนผมถึงที่โคราชวันนี้" สำหรับคนรอโหลดแรกและคนที่ยังกินไข่ นี่อาจเป็นเรื่องดับฝันให้ต้องตกใจตื่น หรือเป็นเรื่องของการทำฝันให้เป็นจริง.....

ผมขอเล่าประสบการณ์ 16 เดือนกว่าๆกับการหลงมาเป็นช่างภาพสต๊อค(มือสมัครเล่น ^ _ ^) เผื่อจะเป็นการช่วยดับไฟให้ใครหลายๆคน หรือเป็นการเทน้ำมันใส่ไฟให้ลุกโชติช่วง

เวลาที่เราเห็นภาพคนอื่นขายได้ มันอาจทำให้หลายๆคน(มือใหม่ไฟแรง)ตาลุกโชน โห .... สุดยอดขายได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่สำหรับมือเก๋าไม่กินไข่เขาถือว่า "บ้าน ๆ ^ _ ^"

ผมเริ่มเข้าวงการนี​​้เมื่อกลางปี​​ 2557 สอบ - ตรวจ - ตก ๆ ๆ อยู่ประมาณ 4 รอบ (ผมเข้าวงการมาในยุคสอบผ่าน 10 7) จนมาผ่านและเริ่มส่งขายเมื่อเดือนตุลาคม 2557 (ปีก่อน) การส่งขายของผมนั้นค่อนข้างแปลกประหลาด ผมส่งแค่ 2 เดือนกว่า ๆ ผ่านจำนวนรวมกันประมาณ 800 กว่ารูปแล้วก็หยุดส่งไม่ส่งอีกเลย .... เพื่อทดสอบว่าภาพที่ผ่านไปแล้วมันทำเงินได้จริงไหม ?

ผ่านมาสิบกว่าเดือนถึงตุลาคม 2558 ผมขายได้ 60 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,800 บาทในตอนนั้น) มันช่างน้อยนิดและสวนทางกับจำนวน 800 กว่าภาพที่มีอยู่ ^ _ ^ ในขณะที่บางท่านมีไม่ถึง 100 รูปกลับ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ^ _ ^ มันเกิดอะไรขึ้น ???

ประสบการณ์นี้ขอเล่าให้มือใหม่ฟังเฉยๆนะครับ เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่สอบ ๆ ตก ๆ ผ่าน ๆ แต่ขายแบบยอดไม่ไหลดังความต้องการ หรือคนที่หลงมาแล้วคิดว่า"ถ่ายรูปขายง่ายนิดเดียว"ได้เข้าใจ....

1. ปริมาณคุณภาพความต้องการ (รูปผ่านเยอะไม่ใช่ว่าจะขายได้มาก) ข้อนี้คือบทสรุปของตัวผมเองเลยเราส่งรูปมาเพื่อสู้กับ 2 ด่าน

- ด่านแรกคือขุนอินที่เราไม่เคยเห็นหน้า (สำหรับบางคนถ้ารู้จักบ้านขุนอินอาจเอาหินปาหลังคาบ้านหลายรอบแล้ว) ใครก็ไม่รู้ (คนหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) ตรวจ ๆ ตก ๆ ส่งซ้ำ (แก้นิดเดียว) ดันผ่านก็มี ถ่ายดีๆสวยๆแต่งแทบตายดันไม่ให้ผ่าน ยกกดถ่ายไม่ต้องแต่งผ่านเฉยเลย

- ด่านสองคือลูกค้า ทุกคนในนี้คงไม่ได้อยากถ่ายเอาปริมาณรูปในพอร์ต แต่คงตั้งใจถ่ายเพื่อมาขายใช่ไหมครับ มุมมองในการถ่ายรูปอาจต้องเปลี่ยนไปแล้ว ที่นี่ไม่ใช่การประกวดภาพสวยงาม(สำหรับบางภาพ) แต่กลายเป็นการสร้างสรรค์ภาพเพื่อการนำไปใช้ต่อ ไม่ได้ถ่ายให้กดเหมือน แต่ถ่ายให้คนที่ชอบและยอมเสียเงิน

การขายได้คือความสำเร็จในรูปนั้นไม่ใช่การตรวจผ่าน

2. สอบผ่านเป็นเรื่องตลกสอบตกเป็นเรื่องธรรมชาติมั่นใจว่าหลาย ๆ คนกำลังท้อกับการส่งสอบตกส่งสอบตกส่งสอบตกบางคนก็อาจจะสอบผ่านแล้ว แต่ก็เริ่มเครียดกับอาการ"ส่งสอบตก"อีกครั้ง ^ _ ^ ทุกๆการตกมีเหตุผล ถ้าเราไม่ยอมฟังคนตรวจก็คงต้องเดินออกจากห้องนี้ไป ที่นี่ใช้คำว่าสอบ สอบตกก็ให้สอบใหม่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ถ้าเราสนใจใส่ใจกับงานเราก็จะพัฒนาหลายอย่างในตัวเราได้

3. ขี่ช้างจับตั๊กแตนที่กังวลมากเลยคือ มือใหม่ไฟแรง(น่าจะเป็นน้องๆที่ยังไม่ทำงาน) ได้ยินว่าถ่ายรูปขาย มีคนขายได้หลักหมื่นหลักแสนต่อเดือน แล้วทุ่มเทเงิน(ของพ่อแม่)ไปกับสุดยอดกล้องอย่างดีและเลนส์เทพ ในขณะที่ตัวเองไม่มีความรู้และทักษะในเรื่องการถ่ายภาพเลย ^ _ ^ เข้าใจแค่ว่าคมชัดหลังละลายคือสุดยอดความงามถ้าทุ่มทุน แต่ไม่มีความรู้จริงไม่มีความตั้งใจจริง มันจะเริ่มเป็นการขี่ช้าง(หลายหมื่นบาท)มาไล่จับตั๊กแตนตัวละ 9 บาท (0.25 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปทันทีถ้าจะเริ่มให้ทำจากเล็กไปใหญ่ถ่ายแหลกอาจจะขายไม่ได้เหมือนผม แต่ถ่ายให้มันตรงความต้องการและมีคุณภาพทุกภาพ มันจึงจะขายได้ต่อเนื่องและมั่นคง

4. ภาพไหนขายได้ ??? ไม่ต้องคิดมากไปไล่ดูในหลาย ๆ เว็บจะมีรายการภาพที่เป็นที่นิยมขายดีและบางเว็บมีแม้กระทั่งภาพที่เพิ่งขายไป

5. การแต่งภาพ มีมือกล้องบางคนเท่านั้นแต่ใช้ภาพหลังกล้อง(กล้องเขาตัวละหลายหมื่นถึงแสน) แต่สำหรับผมและเกือบทุกคนต้องแต่งภาพการแต่งนั้นแนะนำว่าอย่าให้เว่อร์ ^ _ ^ ให้มันชัดในที่ ๆ ควรชัดคมในที่ ๆ ควรคม ที่สำคัญจัดองค์ประกอบให้มันนำเสนอเรื่องราวๆได้ตรงๆกับชื่อภาพ เพราะคนขายเขาซื้อเรื่องราวจากในภาพครับ ไม่ได้ซื้อภาพวิจิตรอลังการสีสดๆเสมอไป และหลายๆลูกค้าเขาก็ซื้อไปแต่งต่อของเขาอีกทีครับ

6. ภาพชุดมีโอกาสถูกเหมาผมมีภาพชุด 2 ชุดคือภาพหินทรายข้างกำแพงวัดและภาพเทพเจ้าฮินดูผมพบว่าหลาย ๆ ครั้งถ้าเขาซื้อเขาจะเหมารวมไปด้วยกันเสมอ ๆ ครับ

7. วินัยในการส่งถ้าเราองออกว่าภาพสต๊อคคืออะไร "ถ่ายไปขาย" แปลว่าอะไร การมีวินัยในการส่งภาพสำหรับมือบ้านๆอย่างผมอาจพอช่วยให้ภาพบ้านๆหลุดเข้าไปใน ใหม่และมีคนเลือกซื้อไปได้บ้างเหมือนกับเราไม่ใช่นักร้องดัง แต่ออกเดินสายทุกคืนคงพอได้ทิปติดไม้ติดมือมาบ้าง ถึงจะน้อยกว่ามืออาชีพที่จัดคอนเสริตอาทิตย์ละครั้ง

8. ทุกๆคนเข้าใจเหมือนกันว่าถ่ายคนขายดี แต่รุ่นที่วางจำหน่ายมันคือสิ่งที่หลาย ๆ คนขยาดเพราะมันคือภาษาอังกฤษ และมันต้องขอนางแบบนายแบบให้เซ็นต์เอกสาร ^ _ ^ จริงๆแล้วนาย มันไม่ใช่อะไรยุ่งยากครับกรอกๆพิมพ์ สแกนแนบไปลองสักคนก็จะรู้ครับ ผมเองก็ลองส่งลูกสาวคนเล็กโกอินเตอร์ไปแล้ว ^ _ ^ สำหรับการถ่ายคนที่ไม่สนิทแต่ไปติดหน้าตามันก็มีแอพบน iPad ที่เราสามารถกรอกๆๆแล้วขอให้เขาเซ็นต์บนจอแล้วได้ MR ออกมาพร้อมส่งได้เลย แต่เขาจะยอมไหมแค่นั้นแหละ

9. บรรณาธิการทางเลือกของการติดหน้าคนผมมีภาพติดหน้าคนเยอะมากตัดใจส่งแบบภาพข่าวไปเลยมันก็ขายได้นะครับดีกว่าไม่ยอมส่งภาพนั้น ๆ เพราะไม่มีนาย

10. สากล VS ไทยถ่ายอะไรดี? เราอยู่เมืองไทยก็ถ่ายในไทยนี่แหละครับ หาความเป็นไทยที่สากลคุ้นเคยมันจึงจะขายได้ทั่วโลกครับ แต่บางที่ก็มีโอกาสถ่ายสิ่งที่มีตลาดสากล เช่นมังกรตามศาลเจ้า นั่นคือความเป็นสากลในรูปแบบมังกรจีน (มันยังมีมังกรฝรั่งอีกพวกหนึ่ง) ส่วนวัตถุรอบตัวเราหลายๆอย่างมันก็สากลอยู่แล้ว จับจักรยานมามุดบังโคลนรถตัวเองแล้วตั้งชื่อภาพว่า "อุบัติเหตุทางรถยนต์" มันก็ยังขายได้เลย

11. โลกนี้ยังมี VDO และเวกเตอร์เป็นทางเลือกน่าแปลกที่หลาย ๆ คนถ่าย แต่ภาพนิ่งในขณะที่วิดีโอความยาวแค่ 10 วินาทีทำเงินได้มากกว่าตั้งเยอะ ??? หรือใครเก่งเวกเตอร์ก็ยังขีด ๆ เขียน ๆ ส่งไปได้แม้แต่มือ Photoshop ขั้นเทพ เขายังเอากระดานแทบเลตมาวาดๆเขียนๆเป็นผลงานส่งขายได้เงินมากกว่าคนถือกล้องก็มีครับ

12. ภาษาอังกฤษคือกำไรจากการส่งภาพ ผมได้คำศัพท์ใหม่ๆเยอะมากในการส่งรูปขาย ^ _ ^

ความสุขที่แท้จริงจากการถ่ายภาพคืออะไร คือเราชอบภาพที่เราถ่าย? หรือเราชอบที่ขุนอินให้ผ่านและมีคนซื้อมัน(แปลว่าเราได้เงิน) ?

ตอนนี้มีประมาณ 72 ล้านภาพที่ Shutterstock รอขายจะถอดใจไม่ไปแล้วหรือขอเสี่ยงเป็น 1 ใน 72 ล้านภาพ

น่าดีใจที่วงการนี​​้ไม่มีเส้นสายไม่มีทางยัดเงินให้ขุนอินไม่มีทางขอฮั๊วะกับคนซื้ออาจมีทางลัดในการทำให้ขายได้ (จ้างคนที่เก่งกว่าถ่ายให้แต่งให้ผ่าน) แต่มันจะคุ้มไหม?

อ่านมาถึงตรงนี้คนสอบไม่ผ่านจะกลับไปทำมาหากินดีกว่า หรือใจสู้ลุยต่อก็แล้วแต่ท่าน ^ _ ^ กำลังใจมันสร้างด้วยใจเรานี่แหละครับ

น่าแปลกใจที่ตลาดของการขายรูปนี้จริงๆแล้วทุกคนคือคู่แข่งกัน แต่มันดันกลายเป็นว่านี่คือตลาดที่ผู้ค้าเอื้ออาทรต่อกัน ช่วยเหลือกันแบบสุด ๆ ^ _ ^

สิ่งที่ผมบอกมาทั้งหมดจะเป็นน้ำถังใหญ่ๆไปดับไฟแห่งกำลังใจ หรือน้ำมัน 1 แกลลอนมาเติมไฟก็แล้วแต่ใครจะเลือกนะครับ

เมื่อ 3 เดือนที่แล้วผมเลือกที่จะหยุดหยุดทุกอย่างเกี่ยวกับงานสต๊อคหยุดถ่ายรูปหยุดแต่งรูปหยุดส่ง หันกลับมาตั้งสติพิจารณาว่า"เพราะอะไร และผมต้องทำอย่างไร "จากคนที่นั่งรอดูแผนที่บน Shutterstock ทั้งวันนาน ๆ วันถึงจะโผล่มาให้เฮสักครั้งครั้งละ 0.25 เหรียญสหรัฐ

ผมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานครั้งใหญ่ครับ จำนวนภาพไม่ใช่ทางออกแล้วละ ผมไม่เข้าวัดไปถ่ายรูป(เพราะผมถ่ายแต่พระพุทธรูปและส่วนประกอบในวัด) ไม่ลงทุ่งนาแล้ว(รูปควายและชาวนามากไปแล้ว) ไม่สนใจหมาแถวบ้าน(มันคือหมาบ้านๆที่ไม่น่าสนใจ)

ผมยอมรับว่าผมมาถึงจุดที่"ส่งผ่านง่ายมาก แต่ขายไม่ค่อยได้ "จนผมปรับตัวและส่งรูปอีกครั้งเป็นรูปที่คละงานหลากหลายแนวถ่ายด้วยความปราณีตบรรจงใส่ใจทุกรายละเอียดฝุ่นผงแสงเงาสีสรรค์ความคมชัด

^ _ ^ ผลที่ได้รูปผ่านมากขึ้นและจากแผนที่นิ่ง ๆ กลายเป็นว่ามีการขยับๆ ๆ ๆ ต่อวันไล่มาเรื่อย ๆ (อย่างน้อยก็ไม่ต้องรออาทิตย์ละ 0.25 อีกต่อไป)

ผมรู้สึกว่าตัวเอง "มาถูกทาง" และผมขอเล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเป็นลำดับขั้น เผื่อใครสนใจจะทำตามบ้าง

1. ผมอัพเกรดอุปกรณ์กล้องครับผมซื้อเลนส์ที่ดีขึ้นมาหน่อยซึ่งผมเพิ่งรู้ว่าคำว่า F บนเลนส์มันช่วยอะไรช่างภาพได้บ้างจากที่เคยบ้าเลนส์ซูมไกล ๆ ประเภท 18-300 ผมหันกลับมามอง 18 -35 F1.8 และ 70-200 F2.8

2. ผมอัพเกรดชุดไฟครับจากโคมไฟ 1 อันแฟลชไม่เคยรู้จักผมกลายมาเป็นคนที่มีแฟลชชุดกลางๆ Fokon ND400 วางอยู่ในห้องทำงานรวมไปถึงแฟลชแยก 2 ตัวและทริกเกอร์

3 ผมซื้อของประกอบฉากเข้าบ้านเต็มไปหมด เพื่อที่จะเปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องแล๊บสำนักงาน และอีกหลายๆอย่างที่พอจะทำในห้องขนาด 4 x 8 เมตรที่ผมมีอยู่ (ผมทำงานที่บ้านขายซอฟต์แวร์)

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนใครมีเงินพอก็ทำได้อยู่แล้วละไฟดีๆกับซื้อของมากองเพื่อถ่าย ^ _ ^"

ผมขอตอบเลยว่า 3 ข้อข้างบนนั้นไม่จำเป็นครับ เป็นแค่ทางเลือกที่ใครพอจะทำได้ก็ลองทำดู ถึงจะเข้าใจคำว่า "คุณภาพของอุปกรณ์" แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนอกจาก 3 อย่างนั้น

1. ผมใช้ขาตั้งกล้องมากขึ้นครับการถ่ายในบ้านหรือนอกบ้านจากเดิมที่ยกกดถ่ายเริ่มกลายมาเป็นการเปิดมุมมองสดต่อขาตั้งใส่สายลั่นชั่นเตอร์

2. ผมใส่ใจกับ "แสงและเงา" เพราะผมเข้าใจแล้วว่า รูปที่มาปรากฏบนเซ็นเซอร์คือแสงที่ตกกระทบวัตถุและสะท้อนผ่านเลนส์เข้ามา โดยเล่นเปิดรูรับแสงกว้างตามค่า F เปิดนานเท่าค่า S และเซ็นเซอร์มีค่า ISO ที่ช่วยกำหนดความไวแสงโดยเราจะดู แต่แสงพอไม่ได้แล้วละเราต้องดูในเงาด้วยว่าเ​​งามากไปไหนควรหาอะไร มา "ลบเงาไหม"

3. ผมเริ่มหันหาโหมดอื่น ๆ ของกล้องจากเดิมที่ผมปรับอัตโนมัติมาตลอดจนกล้องหมดประกันผมเริ่มรู้แล้วว่าคู่มือ / รูรับแสง / ความเร็วคืออะไรรวมไปถึงโครงการที่อยู่ข้างๆรถยนต์

4 ผมเริ่มรู้แล้วว่าทุกๆแหล่งกำเนิดแสงมันจะมีสีปนมาในแสงที่ทำให้สีขาวแท้ๆกลายเป็นสีขาวไม่แท้ อันเป็นเหตุให้กล้องมีปุ่มที่เขียนว่า สมดุลแสงสีขาวและเราต้องรู้ว่าต้องตั้งตรงไหนอัตโนมัติได้ไหมและจะแต่งต่อยังไงรวมไปถึงได้อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ จากอีเบย์ ที่เป็นแผ่นพลาสติคสีเทาๆมาช่วยเรื่องนี้

5. ผมเลิกคบ JPG หันมาสนิทกับวัตถุดิบที่สีซีด ๆ และไฟล์ใหญ่กว่าหลายเท่า

6. ผมรู้แล้วว่า Photoshop ต่างจาก Lightroom อย่างไร ^ _ ^ รวมไปถึงคำว่า "กล้องดิบ"

7. ผมรู้แล้วว่า "หลังขาว" คืออะไรและขาวแท้ๆขาวตุ่นๆและขาวขุ่น ๆ ต่างกันยังไง

8. ผมรู้แล้วว่า เส้นกลางๆที่มันเลื่อนไปมาด้านล่างเวลาเราปรับค่ากล้องมันคืออะไร

เขียนมาถึงตรงนี้หลายคนก็คงคิดว่า "ก็แค่คนที่ยอมลงทุนคนใช้กล้องพอที่จะเป็นบ้างแล้วแต่งรูปได้" แล้วไงต่อ?

อุปกรณ์ดีถ่ายได้สีสวยสีตรงแล้วมันขายได้ไหม? ไม่ครับถ้าเปลี่ยนแค่ 2 จุดหลักนี้ แต่ถ้าผมยังวิ่งถ่ายแบบเดิม ๆ ผมก็คงได้ยอดขายแบบเดิม ๆ แน่ผมเลือกที่จะ

1. "ถ่ายในสิ่งที่มีคนซื้อและเป็นสากล" (แต่ไม่ใช่ว่าความเป็นไทยขายไม่ได้นะครับ)

จากเดิมผมคือคนที่ถือกล้องขับรถหาถ่ายอะไรที่"คิดว่าขายได้" กลายเป็นว่าผมต้องหันกลับมาดู"ตัวอย่างงานที่ขายได้" และเริ่ม C & D คือลอกและพัฒนา ^ _ ^ และหาทางใส่ความเป็นตัวตนของเราให้ได้

2. อย่าส่งรูปแบบขบวนรถไฟ (จากเดิมที่ส่งงานแบบขบวนรถไฟ คือรูปของอย่างเดียวถ่ายหลายมุมหลายด้านและส่งรวดเดียว เปลี่ยนใหม่คัด ๆ มาคละส่งกับงานอื่น ๆ ) จุดพลาดหลักของมือใหม่คือตรงนี้

3. สร้างมาตรฐานให้พอร์ตตัวเองซะไม่ใช่ว่าเขาขายอะไรได้ก็วิ่งถ่ายตามเขาไปทุกแนวไปทุกภาพเหมือนนั่งตกปลาที่รอบบึง เห็นคนนู๊นตกได้ก็คว้าเบ็ดวิ่งไปนั่งข้างๆเขา สักพักคนนี้ตกได้ก็ย้ายมานั่งข้างคนนี้ ทางที่ดีเราต้องค้นหาแนวที่เราถนัด และต้องเลือกเอาว่าเราจะอยู่ในแนวนี้ นี่คือภาพในแนวทางของเรา

4. วินัยในการส่งครับไม่ใช่ว่าส่งทุกวันทุกอาทิตย์ก็ยังได้เลย

ผมเคยคิดเล่นๆ(ไม่รู้ถูกหรือไม่)ว่าโอกาสที่ภาพจะขายได้คือ

1. ส่งตรวจผ่านขึ้นหน้าใหม่ในช่วงเวลาที่คนเห็นเยอะ ๆ ก็ขายได้ .....
2. หลุดหน้าใหม่ไปแล้วลูกค้าค้นหาจากคำหลักไม่เจอรูปเรา แต่ไปเลือกคล้ายกัน (คล้าย ๆ ) และเราดูน่าสนใจกว่าก็ขายได้ ....
3. ลูกค้าค้นจากคำหลัก และเจอรูปเรามาในรายการลำดับที่ไม่ต้องเลื่อนไกลนักถูกใจก็.... ขายได้
4. รูปขายได้ ๆ ๆ ๆ ๆ จนเกิดสภาพที่เป็นที่นิยมเมื่อค้นหา รูปเราก็โผล่ในหน้าแรกๆลูกค้าถูกใจก็... ขายได้
5. ลูกค้าทำตามเรา ซึ่งก็เหมือนกับเขาสมัครสมาชิกร้านเราไปแล้ว เราทำอะไรมาวางขายเขาก็พร้อมจะเข้ามาเลือกซื้อทันที << นี่คือความหมายของพอร์ตคุณภาพ

ถูกใจ = สภาพความประทับใจในภาพซึ่งอาจนะสวยแบบแตกต่างหรือสวยแบบธรรมดา แต่สรุปว่าต้องมีสิ่งโดนใจ
ค้นเจอ = คุณภาพของคำหลักที่ใส่ไว้ในภาพนั่นเอง

และคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีภาพ ที่เป็นที่นิยมเยอะ (อันนี้ผมคิดเอง)

ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมาถูกทาง ถึงจะยังไม่มีราคาแบบเฉียด 100 US $ เข้ามาในชีวิต แต่ผมก็มีความสุขและไม่เครียดไปกับสิ่งที่ทำลงไป

เห็นหลายท่านนั่งรอที่จะมี 0.25 US $ แว๊บเข้ามา ผมก็อยากจะแนะนำวิธีที่ทำให้ไม่ต้องรอ แต่ทำให้มาแน่ ๆ เลยจะดีกว่า

ที่เล่ามาทั้งหมดคือ"ไม่อยากให้ใครเครียดกับการถ่ายรูปขาย เพราะการทำแบบเดิมย่อมได้ผลแบบเดิม แต่ถ้าเรายอมปรับตัว มันก็มีโอกาสที่จะได้รับผลลัพธ์แบบใหม่"

ผมยังไม่ถึงขึ้นเทพ แต่ผมก็กลายมาเป็นคนที่ไม่กินไข่มา 20 กว่าวันเห็น 1.00-5.00 US $ ในบางวันแล้วหลังจากที่เคยรอ 0.25 US $ แบบนาน ๆ มาที

ป.ล. จริงๆแล้วผมเป็นโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขายทั่วโลกขายซอฟต์แวร์ได้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐผมเฉยๆ แต่ขายรูปได้ 0.25 USD ผมนั่งยิ้ม ... อะไรคือความสุขและความคาดหวังของคนถ่ายภาพขายกันแน่นะ

บทความจาก:คุณ ยุทธนา ท้าวนอก ทำดีทั่วบัวใหญ่
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1263921413634728&set=gm.1662998767289692&type=3&theater

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

จะขายภาพออนไลน์อย่างไรให้ขายดี


1 รูปที่สร้างรายได้และขายดีสูงสุดของเราส่วนตัวคือ “ไดคัท”ฉากขาวsimpleธรรมดานี่แหละค่ะ (ถึงแม้จะมีในportน้อยที่สุด) เพราะว่าส่วนตัวรูปตระกูลนี้ จะออกโหลดใหญ่และถูกเหมาชุดเป็นประจำมากที่สุด
2 รูปคอนเซปขายง่าย ขายเรื่อยๆ แต่โหลดใหญ่นานๆๆๆๆมาที เพราะส่วนใหญ่ไปใช้บนwebกัน
3 รูปbackground textureผลิตงานง่ายสุด แต่สิ้นเปลืองพลังงานการส่งที่สุด เพราะเปอร์เซนต์การขายจะต่ำที่สุด และคนทำใหม่ๆ หากมีแนวนี้น้อยกว่า1000รูป จะไม่ค่อยเห็นเงินเลย แต่ข้อดีคือ พอจะมีโหลดใหญ่มาบ้าง แต่ถ้าbackgroudที่สร้างจากpsเป็นหลัก เอาโน่นนี่มาปะ อันนี้ขายได้ดีอยู่นะเออ ส่วนสายlandอันนี้ไม่รู้จริงๆค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ชอบไปไหน
4 รูปisolateฉากขาว ถ้าเลือกได้ “ไดคัท”เท่านั้น อย่าปรับความสว่างให้หลังหลุด เนื้อไฟล์objectจะเสียไปเลย(และขายไม่ค่อยออก) อย่าbrushถูฉากหลัง เพราะมันจะแลบมาถูที่ขอบobject(และขายไม่ค่อยออก) คนซื้อภาพเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกราฟฟิคไปตัดต่อ หาขอบโดนbrushถูเข้ามา หรือเนื้อไฟล์โดนเร่งlevelมาก เวลาไดมาปะมันจะไม่เนียน
*ขยายความ local adjustmentในLR จะมีbrushที่ใช้ทำฉากขาวหยาบๆได้(บรัชบวกความสว่างสุด) แต่หากต้องการถูให้ชิดขอบวัตถุต้องเปิดauto markไว้(ถ้าเราถูไม่ชนขอบวัตถุ จะเกิดเป็นขอบhaloเทาๆรอบวัตถุ แต่บ่อยครั้งบรัชจะกินพื้นที่วัตถุเข้าไป ทำให้ขอบตัววัตถุดูสว่างฟุ้งๆ)
5 lighting lighting lightingเท่านั้นที่ครองโลก แสงแบนๆพอขายได้ แสงนัวๆพอขายได้ แสงมีมิติขายดีกว่า แต่อย่าให้มีชาโดว์แบบsidelightมานัก มันจะใช้ยาก และอย่ายิงริมไลท์มันจะตัดปะไม่เนียน และที่ส่วนล่างobjectให้มีshadowบ้าง อย่ายิงย้อนพื้นฉากเข้ามา เพราะเวลาตัดแปะมันทำให้เนียนยาก เขาจะไม่ซื้อ
*ขยายความ แสงแบนๆเช่น แสงจากแฟลชยิงตรงๆ หรือแสงจากท้องฟ้าตอนครึ้มๆ แสงนัวๆเช่น เต้นท์ถ่ายของให้แสงจากซ้าย ขวา บนเท่าๆกัน การให้แสงที่มีมิติคือมีratioไฟแต่ละดวงไม่เท่ากัน เช่นไฟหลักแรงกว่าไฟเปิดเงาสองเท่าเรียกratio 1:2 แต่ถ้าratioมากไปเช่น1:3 จะทำให้เงาส่วนมืดรุนแรงเกินไป
6 แสงแฟลชเป็นแสงที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการถ่ายobject แสงต่อเนื่องเปิดหน้ากล้องนานแค่พอได้ แต่วัตถุบางอย่าง ได้ความสว่างไม่ถึง สีสรรมันจะไม่ออกมา แม้ดูผิวเผินสองไฟได้histogramเท่าๆกัน แต่แสงแฟลชก็ยังสวยกว่ามาก และที่สำคัญเอามาไดเร็วกว่ามากๆ (เพิ่มเติม แสงขาวledต่อเนื่องที่มีค่าcri 90กว่า ก็ยังติดtintกระจายเลย หมดไปหลายหมื่น ตอนนี้ทิ้งให้ฝุ่นจับเล่น ยิ่งพวกหลอดตะเกียบหลอดนีนอนไม่ต้องพูดถึงค่ะ แก้wbในคอมก็สีไม่ขึ้น สู้ใช้แสงธรรมชาติจะดีกว่าเยอะ)
7 โมดิฟายเออร์ใช้softboxดีที่สุด ดีกว่าร่ม ดีกว่าเต้นท์ ซื้อ60x60ซมมาใช้ได้หลากหลายนะ
8 เราพูดไปรึยังว่า ไดคัทๆๆเท่านั้น อย่าbrushอย่าเร่งlevel? อ้อ.. ขั้นตอนซ้ำๆบางอย่าง สร้างactionไว้เลยนะ ประหยัดเวลามากๆ
9 เพื่อนเราที่ทำด้วยกัน จำนวนรูปพอๆกัน แต่เป็นeditorial90% ยอดดีกว่าเรา ขายดีกว่าเรา
10 vectorมีค่าสัมประสิทธิ์รายได้ต่อจำนวนรูปสูงที่สุด(จากที่เราเก็บข้อมูลเพื่อนๆมา) โดยเราตีค่าเป็น10เท่าของรูปถ่ายรูปนึง
11 สาย3Dเพื่อนเรามีไม่มาก (มันใช้3Dmaxเถื่อน เราเคยเตือนแล้ว) ไปทำอีท่าไหน ได้เมลล์ขอดูlicenseจากลูกค้า ตอนนี้มันแกล้งตีมึนๆ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ สุดท้ายอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แต่มันก็สอนเราว่า ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์เท่านั้นนะ สบายใจสุด
12 เราพูดไปหรือยังว่า lighting lighting lightingเท่านั้นที่ทำให้ขายดี
13 ตอนนี้เราทำอาชีพนี้อย่างเดียวเรากับแฟนช่วยกันทำ และเราถึงบันไดขั้นสูงสุดก่อน2ปีนิดหน่อย และปัจจุบันส่งแค่4ที่(เราว่าสมดุลกับเวลาเราสุด) เป็นรูปถ่ายล้วนๆค่ะ และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด(ใครว่าอาชีพนี้สบายหนอ55)
14 รูปที่สร้างเงินให้เราคือรูปที่ขายซ้ำๆ ไม่ใช่รูปที่ขายได้ครั้งเดียว หลักของเราคือรูปไหนขายได้5โหลดอัพคือเป็นรูปที่ดีมีอนาคตค่ะ
15 สุดท้ายค่ะ ทัศนะคติต่ออาชีพนี้ เราไม่รู้ว่ามันจะไปได้อีกกี่ปีและไม่สนด้วย สนแค่ว่าทำก่อนได้เงินก่อน เก็บเงินให้ได้มากที่สุด วันนึงเกิดการเปลี่ยนแปลง เรา(หวังว่า)จะมีเงินก้อนและskill ทำให้เราไปต่อยอดทำอะไรอย่างอื่นเป็นอาชีพแทนได้ค่ะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ อ่านเอาเพลินๆพอไม่ต้องเชื่อเรามาก ถือว่าเพื่อนมาเม้าท์มอยให้ฟัง ขอให้โชคดีนะคะเพื่อนๆ เดี๋ยวคิดอะไรออกจะมาเพิ่มเติมใหม่นะ บาย^^
ปล. เราขอใช้เฟสสำรองเรานะ เราไม่สะดวกจะใช้เฟสจริงและแชร์port ขอโทษล่วงหน้านะคะ

จากบทความคุณ Dew Stocker

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จะเริ่มทำงานสต็อกอย่างไร


ทุกท่านที่เพิ่งจะเริ่มทำงานสต็อก และบังเอิญได้มาอ่านโพสต์นี้ ผมขอร้อง วิงวอน ขอความกรุณาจากท่านดังนี้ได้ไหมครับ

1. ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนสมัคร อย่าเพิ่งรีบร้อนส่งงาน อย่าเพิ่งรีบร้อนในการบุกตะลุยไมโครสต็อก โดยที่ยังไม่ได้ศึกษา "พื้นฐาน" ต่างๆ ให้ดีเสียก่อนสักระยะหนึ่ง ไมโครสต็อกจะเปิดไปอีกเป็นสิบๆ ปีครับ ท่านไม่จำเป็นต้องรีบส่งวันนี้พรุ่งนี้ หาความรู้ "พื้นฐาน" อย่างเดียวสักสัปดาห์สองสัปดาห์ไม่ถือว่าสายเกินไปครับ

2. ของฟรี ยังมีในโลกครับ ท่านไม่จำเป็นต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ในการที่จะเริ่มหาเงินหมื่น เงินแสน เงินล้าน บรรดาความรู้ "พื้นฐาน" แบบฟรีๆ ณ นาทีนี้ มีมากมายครับ มากจนกล่าวได้ว่า เหลือเฟือ เช่น ในกลุ่มนี้ ท่านสละเวลาสัก 3-7 วัน ไล่อ่านโพสต์เก่าๆ อย่างเดียวครับ ไม่ต้องทำอะไร ยังไม่ต้องไปถ่ายรูป ยังไม่ต้องรีบทำรูป ไม่ต้องรีบไปสมัคร หาสมุดปากกามาวางตรงหน้า แล้วเริ่มต้นอ่านโพสต์เก่าๆ ครับ อ่านไล่ย้อนไปเรื่อยๆ ประเด็นไหนที่ท่านยังไม่เคยรู้มาก่อน หรือสนใจ จดไว้ หรือเคปเจอร์หน้าจอไว้ครับ

3. จากข้อ 2. นอกจากนี้ยังมี www.stockphotothailand.com เว็บที่ให้ความรู้เบื้องต้นแบบ "ฟรี" (มีโฆษณานิดหน่อย 555) ทั้งหน้าเว็บหลัก และขุมทรัพย์ที่ล้ำค่าแบบ ฟรี ที่อยู่ในส่วนของเว็บบอร์ดครับ ขอเวลาสัก 5 วัน ไล่อ่านกระทู้ปักหมุดในเว็บบอร์ด และบทความหน้าเว็บทั้งหมดให้ละเอียด อันไหนสนใจ จดไว้ครับ ไม่เข้าใจให้ถามก่อน ถามในบอร์ดก็ได้ ถามที่กลุ่มนี้ก็ได้

4. ปกติผมจะไม่เคยบอกให้ใครไปซื้อหนังสือของผม มีแต่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านอื่นทั้งนั้นที่ช่วยกันแนะนำ ผมเองจะไม่ขายตรงครับ นอกจากวางแบนเนอร์ตามที่ต่างๆ และเล่นมุขตลกนิดๆ หน่อยเกี่ยวกับหนังสือของผม ในตอนบรรยายตามสถานที่ต่างๆ แล้ว ผมไม่เคยแนะนำใครให้ไปซื้อหนังสือผม ผมตอบคำถาม ผมสอน ผมอธิบาย โดยไม่เคยขึ้นต้นด้วยคำว่า "ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านสิ" แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะพูดอย่างนี้ ผมจะบอกว่า ผมมีหนังสือขายนะครับ ถ้าท่านทำตามข้อ 2 และ 3 แล้ว อยากเพิ่มช่องทางการหาความรู้ก่อนการลงมือจริง ไปซื้อหนังสือผมมาอ่านก็ได้ครับ

ทำไมผมจึงเขียนโพสต์นี้ เพราะว่าครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งหน้าไมค์หลังไมค์ ที่ผมต้องอ่านเรื่องราวของคนขายภาพซึ่งประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งสมัครแอคเคาท์ซ้อน ส่งหลักฐานการยืนยันตัวตนไม่ถูกต้อง โดนสอบสวน โดนร้องเรียน โดนปิดพอร์ตเพราะทำผิดกฎร้ายแรง และอื่นๆ อีกมากมาย (ซึ่งเป็นเรื่อง "พื้นฐาน" มากๆๆๆๆๆ หาอ่านได้จากข้อ 2 3 4 ได้ทันที อ่านไม่กี่นาทีก็ต้องอ่านเจอแล้ว)

พูดจากใจจริง จากความรู้สึกในเวลานี้เลย ผมเศร้า ผมเสียใจ ผมเจ็บใจทุกครั้งที่เห็นใครสักคนมีปัญหาอะไรที่เป็นเรื่อง "พื้นฐาน" เจ็บใจเพราะว่า ในฐานะที่ตัวเองมีช่องทางการสื่อสารเกี่ยวกับไมโครสต็อกอยู่หลายช่อง แต่กลับไม่สามารถช่วยหลายๆ ท่านให้รอดพ้นจากปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดนี้ ถูกล่ะ หลักๆ แล้วมันเป็นความผิดของท่านเองที่ไม่ศึกษาหาความรู้ แต่ในเวลาเดียวกัน (เล็กๆ น้อยๆ) ผมก็ยังบังเกิดความรู้สึกว่า ผมยังสร้างระบบในการให้ความรู้ท่านไม่ดีพอ ผมจึงอยากเขียนโพสต์นี้อีกครั้ง

อย่ารีบครับ โลกของไมโครสต็อกมีกฎเกณฑ์ มีหลักการ วิธีการ เทคนิค กลเม็ดเคล็ดลับมากมาย บางอย่างท่านไม่รู้ มันก็แค่ทำให้ท่านขายไม่ดี แต่บางอย่างที่ท่านไม่รู้ (และไม่ยอมสละเวลาในการศึกษามัน) มันจะทำให้ท่านสูญเสียหลายๆ อย่างไปในภายหลัง อย่างยากที่จะแก้ไขได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากครับ

ทุกคนที่เพิ่งเริ่มต้น จงอย่ารีบร้อน จงสละเวลาอ่าน คิด ถาม ศึกษา "พื้นฐานต่างๆ" ให้ละเอียดก่อน จงทำครับ ถ้าท่านไม่อยากเสียใจภายหลัง

รักทุกคนครับ

ขอบคุณ อ.สุระ นวลประดิษฐ์

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"คมชัด เขาถ่ายภาพกันอย่างไร"

มือใหม่ ที่ทำงาน Microstock ได้รู้ว่าคุณภาพด้านความคมชัดเป็นสิ่งสำหรับมาก ๆ สิ่งหนึ่งในการพิจารณาภาพถ่าย หลายคนนำภาพที่จะส่ง Stock มาให้ผมพิจารณา ต้องบอกว่าคุณภาพภาพที่ผ่าน Facebook ดูยากครับว่าคมหรือไม่ ผมก็ต้องบอกปัดไม่ดูให้อยู่บ่อย ๆ ต้องขออภัยครับ ไม่สะดวกครับ และไม่ค่อยสะดวกตอบคำถามผ่านข้อความ หลาย ๆ คนคงเข้าใจผม หรือไม่ก็งอนไปแล้ว อิอิ ผมไม่พยายามเสียเวลาไปกับ Facebook มากครับ เข้าเป็นจังหวะ ดูเป็นจังหวะ ไม่เฝ้า Facebook ตลอดมีงานอื่นในมือ ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับ Facebook แต่หากมีเวลาก็จะเขียนให้ความรู้ตรงนี้ไว้ทดแทนเลยแล้วกันนะครับ
อย่างภาพเสือภาพนี้ ผมพยายามส่งขึ้นมาให้ชมผ่าน Facebook แล้วลองนำไปพิจารณาเทียบดูนะครับผมคงไม่มีเวลาตรวจความคมให้ครับ แต่ จะให้แนวทางไว้ตรงนี้คือ
1. ถ้าทำได้ควรมีขาตั้งกล้อง หากเป็นมือใหม่ ควรแบกไปให้ทุกครั้ง แต่หากชำนาญขึ้นก็จะรู้วิธีทำให้กล้องนิ่งด้วยวิธีต่าง ๆ ภาพนี้ผมถ่ายภาพด้วยมือเปล่า แต่ใช้กิ่งไม้ช่วยให้นิ่งครับ เพราะจังหวะดี ๆ บางทีไม่ทัน เป็นต้น
2. นอกจากความนิ่งของกล้องแล้ว ดูด้วยครับว่าวัตถุนั้นนิ่งหรือไม่ ยิ่งถ่ายภาพสัตว์แบบนี้ หากเสือไม่นิ่ง ก็ยากยิ่งขึ้น เรียกร้อง ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น เร็วเท่าไร อย่าถามครับ ใครตอบได้ก็แปลก เพราะไม่รู้ว่าเสือเคลื่อนที่เร็วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แสงมากน้อยเพียงใด ผมจึงสอนเสมอให้เข้าใจแสง เช่น มีโปรบอกว่าถ่ายภาพสัตว์เคลื่อนไหว ใช้ความเร็ว 1/1000 วินาที คุณไปถ่ายภาพเสือหาวในที่แสงน้อยดูสิครับ เป็นต้น ให้พยายามเข้าใจ ๆ เสมอ ๆ นะครับ
3. กล้องนิ่ง วัตถุนิ่ง ก็ได้เปรียบแล้ว คุณภาพเลนส์จึงจะช่วยได้ในขั้นตอนต่อไป เมื่อก่อนผมใช้เลนส์มือสอง ซื้อมา หมื่นกว่าบาท ถ่ายภาพส่งออกมากมาย มาวันนี้ใช้เลนส์ค่าย หลายหมื่อนบาทก็ถ่ายภาพคมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผมถ่ายภาพคมเพราะซื้อเลนส์แพงอย่างเดียวนะครับ ทำข้อ 1 และ 2 ให้ดีแม่นย้ำก่อนนะครับ
4. การตกแต่งภาพที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ภาพเราคมชัดขึ้นได้ แน่นอนครับเข้า Youtube ค้นหาคำว่า การแต่งภาพให้คมชัด ก็จะมีคนสอนมากมายเลือกเรียนรู้และทดลองใช้ในปริมาณการปรับแต่งที่เหมาะสม ภาพไม่เสียคุณภาพ
***
"จะเห็นว่า เคล็ดแทบไม่ลับเลยใช่ใหม่ครับ"
***
ส่วนมีอีกมากมายที่ผมสามารถบอกกล่าวได้ แต่มีตัวแปรครับ มือใหม่ชอบไปจำและทำตาม แต่ใช้ในสถานการณ์ไม่หมาะ เช่น ล็อกกระจก แต่ดันไปจับขาตั้งกล้อง ไปถ่ายภาพในที่ลมแรง มีคนเดินกระเทือน แบบนี้จะคมได้อย่างไร หรือ การเปิด live view หากวัตถุเคลื่อนระนาบเปลี่ยน หรือ ถ่ายภาพคน สัตว์ บางอย่างไม่อยู่นิ่งให้เรา โฟกัสแบบละเอียดก็ทำไม่ได้ครับ
ทั้งหมดทั้งปวงทุกวิธีการต้องฝึกใช้ให้ชำนาญ ถ่ายภาพบ่อย ๆ ดูคุณภาพ ๆ ของตนเสมอ ๆ ก็จะทำให้เราพัฒนางานภาพถ่ายให้คมชัดได้ครับ คงได้ประโยชน์บ้างนะครับ เน้นมือใหม่ก่อนเลยครับ ส่วนรุ่นใหญ่ ๆ โปร ๆ ไม่กังวลครับ พร้อมลุยอยู่แล้ว ขอให้ได้ภาพสวย ๆ กันนะครับ

ที่มา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=729549057135210&set=a.329011123855674.75424.100002403663995&type=3

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มือใหม่หัดขายภาพออนไลน์

ปัญหาหนักอก ที่เราจะมาช่วย ยกออก ในวันนี้ คือ เรื่องของ Software ที่ใช้ในการทำงาน Stockphoto
 เป็นเรื่องที่ หลายคน แกล้งไม่ทราบ ว่า การใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิด ตามกฏหมาย หรือ ทราบ แต่ไม่มีทางออก เพราะมันแพงจัง
มีเรื่องอะไรบ้างที่คนเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Software ลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวกับการขายภาพ เช่น ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาแล้วแบ่งกันใช้หลายๆคน  พี่ซื้อน้องขอใช้ด้วย ให้น้องที่เป็นนักเรียนซื้อได้ในราคานักศึกษาแล้วพี่หรือพ่อเอามาใช้   หาเพื่อนหุ้นซื้อหรือเช่า software แล้วมาแบ่งกันใช้  ทั้งหมดนี้ล้วนผิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรกับโหลดบิทมา เพราะคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่ใช้ลงทะเบียนในการซื้อ ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่คนซื้อ ต่อให้เอาตัว software นั้นไปใช้ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทั้งหมด  เค้าไม่ได้วัดกันที่ตัว software แต่เค้าตรวจกันที่ชื่อในใบเสร็จ

โอยปวดหัว ! ทำยังไงดี ? ราคา Software ลิขสิทธิ์ช่างแพงเหลือเกิน ซื้อมาจะขายภาพได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย

ซื้อหรือเช่าซะ !!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  มันเป็นทางออกยังไง ยังปวดหัวเหมือนเดิม แต่ทางนี้เป็นทางออกที่มั่นคงที่สุดและคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงมันได้บนเส้นทางนี้  คนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หาทางจะแหกคุกกันมาเยอะแล้วแต่สุดท้ายก็หนีมันไม่พ้น

ยังไงก็ต้องซื้อ ไม่วันนี้ก็ในอนาคต ดังนั้นการซื้อหรือเช่าให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ จะปิดประตู ความผิด ทางกฏหมายทั้งหมดในอนาคตเกี่ยวกับ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ

เพราะทุกโปรแกรมที่คุณใช้ในวันนี้ทั้ง 108 โปรแกรม ที่เอามาใช้ทำงาน วันข้างหน้า เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น และไม่อยากให้รายได้นั้นหายไป เช่นขายได้จนถึงจุดที่เดือนนึงได้หลายหมื่นบาท หรืออาจจะเป็นแสน มันอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้ถ้ามีใครสักคนมาตรวจจนเจอว่าคุณไม่ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่

พอถึงตอนนั้นจะมาตามล่าซื้อ software ต่างๆที่เคยใช้ทั้ง 108 โปรแกรม ปรากฏว่า ซื้อกันไม่ไหว เพราะดันใช้ไปสารพัดโปรแกรม ที่โลกมีให้โหลด โดยลืมไปว่ามันติดไปในงานที่ส่งด้วย ถึงตอนนั้นจะกระอักกระอ่วนใจมากว่า จะลบงานทั้งหมดทิ้งดี แล้วเริ่มใหม่กับ Software ลิขสิทธิ์ หรือจะเสียเงินมหาศาลซื้อ Software ทุกตัวที่เคยใช้ดี

หากใครใช้ไม่เยอะหรือเพียงแค่ตัวเดียว อาจจะไม่ยากก็ซื้อใช้ซะ แต่ส่วนใหญ่ใช้มาสารพัดกว่าจะถึงวันที่รู้ตัว  ดังนั้นมาใช้อย่างถูกต้องกันตั้งแต่วันแรกเลยนั่นแหละดีที่สุด

ที่มา...http://www.paperboxstockphoto.com/?p=1003
http://ihereart.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-shutterstock/

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ต้องแพงก็ขายได้ "ขายภาพออนไลน์"

คุณใช้เลนส์อะไรในการถ่ายภาพขาย จริงๆ มือถือก็ถ่ายได้ แต่ต้องดูที่ความละเอียดของภาพว่าอันใหนอะเอียดกว่า
มาลองเลนส์เทพราคาถูกว่าจะเป็นอย่างไร

ขอให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่เคยใช้เจ้า Tamron 17-50 2.8 vc
บอกได้เลยว่าตัวมี VC ย่อมดีกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอน
เรื่องที่เห็นได้ชัดก็คือ VC ชื่อมันบอกคุณสมบัติในตัวมันเองอยู่แล้ว
สำหรับความเห็นส่วนตัว กันสั่นของเจ้า tamron จะทำงานค่อนข้างหนักหน่วง
กระตุกกระชากเล็กน้อย แต่ภาพรับรองภาพของคุณจะนิ่งและชัดเอามากๆ
แต่เป็นรอง 17-55 ของค่ายอยู่บ้าง (แหม่ราคาต่างกัน3เท่านี่หน่า)
ถ้าเปิด F ที่ 2.8 ของเจ้า tamron อาจจะต้องย้ำๆโฟกัสบ่อยๆ เพื่อให้จับโฟกัสได้ถูก Point เราต้องการ
แต่ถ้าเปิดที่ 4 รับรอง หวังผลเข้าเป้าเป๊ะ
บางท่านอาจจะบอกว่า 17-50 ความยาวโฟกัส สั้นแค่นี้
แถม f 2.8 อีก กันสั่น(VC)ไม่จำเป็นหรอก
แต่สำหรับผมแล้ว มีเหลือ ดีกว่ามีขาดครับ ในบางจังหวะที่แสงน้อยจริงๆ
นอกจากเรามี F 2.8 แล้วยังมี กันสั่นด้วย เป็นการการันตีได้เลยว่า โอกาสได้ภาพ
มากกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอนครับ

http://www.stockphotothailand.com/index.php/component/content/article/80-shutterstock-contibutor/93-bookintroduce

อย่าลืมนะครับ ภาพบางภาพ โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

เป็นช่วงของจังหวะและเวลา ความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆ ที่รวมมาบรรจบกันพอดี

https://www.youtube.com/watch?v=jTtQ-zehCag


วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อาชีพ “นักท่องเที่ยว” คืออะไรทำอะไรถึงได้เงิน ??

หลังจาก 6 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสแชทกับพี่คะน้าจาก Pixpros.net ได้รับรู้ถึงธุรกิจ Stock Photography ซึ่งหลังจากได้ศึกษาแล้วพบว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมาแล้ว 6 ปี จากงานที่ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะโตได้ขนาดไหน แต่วันนี้งานนั้นและงานที่เกี่ยวเนื่องทำเงินให้ผมไปร่วม 10 ล้านบาท แล้ว อ่ะๆ อย่าพึ่งมโนไปไกล สิ่งที่ผมทำที่บอกว่าเป็น “นักท่องเที่ยว” ไม่ใช่ธุรกิจ MLM ที่ให้ไปถือป้ายบ้าบอตามสถานที่ท่องเที่ยว และไปหลอกชาวบ้านมาเข้าคลับบ้าบอที่ต้องจ่ายเงินต่อปีหลายๆหมื่น เพื่อเอาไปเลี้ยงบรรดาหัวที่อยู่เหนือเราไป เป็นงานที่ไม่ถูกกฎหมายในหลายๆประเทศ แต่อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ คือ ผมเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ วางแผนเอง เดินทางเอง จ่ายเงินเอง และหาเงินจากการเดินทางนั้นๆด้วยตัวเอง ไม่ต้องหลอกใครมาสมัครอะไรให้วุ่นวายทั้งนั้น อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมพูดถึงคืออะไรเรามาดูไปด้วยกันครับ

อาชีพ “นักท่องเที่ยว” ที่ผมพูดถึงคือ ตัวผมเองหาเงินจากการเดินทางท่องเที่ยวและงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งสิ่งที่ผมทำคือ การถ่ายภาพสต๊อก และ ถ่ายวิดิโอสต๊อกเพื่อนำไปขายในเว็บสต๊อกเอเยนซี่ชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Shutterstock , Fotolia , iStockphoto , 123RF , Dreamstime และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเองได้ส่งงานกับเอเยนซี่ไปเกือบ 30 เว็บไซต์ใน 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถามว่าเว็บไหนดีเว็บไหนไม่ดีผมเคยทำสรุปไว้แล้วที่นี่  สัดส่วนรายได้งาน “สต๊อก” แยกตาม  AGENCY ปี 2015 สามารถไปตามอ่านย้อนหลังได้ มีบางเว็บได้ปิดตัวหรือควบรวมกิจการกับเว็บอื่นๆไป ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาดไม่ได้เป็นประเด็นที่น่าวิตกอะไร

ที่มา http://www.travelplanetx.com

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รูปแนวไหนที่ขายดีที่สุด?

เรื่องหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยว่า วงการภาพถ่ายสต๊อก คือแหล่งรวมภาพที่สามารถน าไปใช้งานต่อได้ ไม่ใช่แกลอรี่ภาพศิลปะ จริงอยู่ที่ภาพแนวอาร์ทมีวางขายบนเว็ป แล้วก็ขายได้ด้วย แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักถ้าคุณอยากจะท ารายได้ให้ดีกับวงการนี้ ภาพที่เห็นแล้วแบบว่า “ว้าว! สวยจัง... แล้วไงต่อ..?”ไม่มีความหมาย ไม่มีคอนเซ็ปอะไรเลย เป็นเรื่องที่คนหน้าใหม่พลาดในจุดนี้กันเสียเยอะจากประสบการณ์ของผมเองภาพสต๊อกจะต้อง “ดูสะอาดตา และ ง่าย”เดินทางสายกลาง คือสามารถเอาไปใช้งานได้หลากหลาย อีกอย่างนึงที่ผมจะแนะน าก็คือ ภาพสต๊อกของคุณจะต้องดูดีตั้งแต่ยังเป็นภาพเล็กๆ ในสายตาของลูกค้าตอนค้นหาแล้ว เพราะมันจะดึงดูดให้ลูกค้าของคุณกดไปดูภาพใหญ่ไงล่ะ แต่ก็ระวังตอนขยายด้วย เพราะบางภาพดูแย่ลงทันทีเวลาขยาย3 องค์ประกอบหลักของภาพสต๊อกที่ดี1. คอนเซ็ปหลักที่คุณจะขายคืออะไร -ต้องใช้วัตถุหรือองค์ประกอบอะไรบ้าง หรือไม่ใช้เลย หรือจะเป็นแนวเข้าถึงยากให้ลูกค้ามโนเอาเอง2. ทักษะการถ่ายภาพ -แน่นอนต้องใช้ความสามารถและความรู้เรื่องกล้อง แสง การเลือกจุดโฟกัส และอื่นๆเพื่อที่จะเล่าเรื่องจากภาพให้ลูกค้าเข้าใจ3. คีย์เวิร์ดและค าอธิบายภาพ -เพื่อจะขยายความว่าสิ่งที่จะสื่อคืออะไร (เช่น ภาพป้ายลูกศร สื่อถึงการตัดสินใจ หรือทางเลือก จะมีความหมายแบบนั้นก็ต่อเมื่อใช้คำอธิบายที่ดี)สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปเป็นเพียงไอเดียที่จะนำมาใช้ ก่อนถ่ายภาพในหมวดหมู่ต่างๆแต่ถ้าไอเดียดียังไง คีเวิร์ดแย่ หาไม่เจอ ถ่ายออกมาไม่ดี สื่อความหมายไม่ได้ ก็ขายไม่ได้อยู่ดีครับภาพถ่ายบุคคลภาพแนวนี้มักจะขายดี มือฉมังวงการนี้ก็มักจะมีภาพถ่ายบุคคลในพอร์ทเป็นหลักเลยแหละภาพถ่ายบุคคลจะต้องสื่อถึงอารมณ์ สื่อคอนเส็ปให้ได้ เช่น มีคนก าลังโทรศัพท์และยิ้มไปด้วย มีคนก าลังปวดหัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เด็กๆทำหน้าเบื่อหน่ายกับการบ้าน หรืออาจจะไม่ต้องใช้ใบหน้าในการบ่งบอกเรื่องราวก็ได้เช่น เดินในสวนจับมือกันแบบไม่ต้องเห็นหน้า ถ้าเห็นรูปร่างแบบนี้ก็ควรใช้ใบ Model Release จริงๆ แล้วผมอยากจะแนะนำให้ใช้ทุกใบ
เลย แม้ว่าจะเห็นแค่มือหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เอเจนซี่บางแห่งเขาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้ด้วย เช่น ถ้ามีรอยสัก ภาพถ่ายบนโต๊ะ(โต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร)ภาพแบบนี้นั้นขายดีทีเดียวแหละ เช่นเดียวกับพวกคอมพิวเตอร์หรือแนวเทคโนโลยี ทริคก็คือ เพิ่มการตกแต่งเล็กๆน้อย โดยให้ “สร้างคอนเส็ปที่มากกว่าตามองเห็น”เช่น แทนที่จะบอกว่า คอมพิวเตอร์กับคีย์บอร์ดเฉยๆ ก็เป็น ทำงานที่บ้าน หรือ ทำงานหนักในออฟฟิศที่วุ่นวาย แทนที่จะเป็น ชามสลัด ก็เป็น กินสลัดสดๆบนระเบียง การมองในมุมของลูกค้าจะช่วยในตรงนี้เพิ่มขึ้น เช่น ลองคิดว่าคุณเป็นฝ่ายทำนิตยสารอาหารดูสิ คุณจะอยากได้รูปยังไง การถ่ายรูปของกินบนโต๊ะอาหารเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วส าหรับคนเริ่มต้นใหม่ๆ แต่ก็ลองนึกถึงอย่างอื่นด้วย คุณอาจจะมีคอนเนคชั่นทีดีทำให้ถ่ายภาพบุคคลดีกว่าก็ได้พึงระลึกไว้เสมอว่า อย่าให้ติดโลโก้ หรือ แบรนด์ หรือภาพลักษณ์ที่สามารถจดจำได้เป็นอันขาดภาพวิวทิวทัศน์ถ้าจะเป็นภาพที่ขายดี ภาพมันต้องบอกอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เป็นวิวธรรมดาทั่วไป อย่าง ภูเขา ต้นไม้ เฉยๆ มันต้องให้คนดูจินตนาการตัวเองไปอยู่ในภาพเลยแหละ อีกอย่างคือเรื่องของจังหวะเวลาที่เหมาะสม บางคนเขาแพลนและคำนวนวันเวลา แสงทีเหมาะสมในถ่ายภาพแนวนี้มาก่อนเลยครับ
ภาพท่องเที่ยวนี่ก็เป้นหนึ่งในภาพยอดนิยมเช่นเดียวกัน ถ้าจะขายดี ภาพนั้นต้องสื่อถึง “ความเป็นสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้”  เช่น คู่รักในปารีส ดำน้ำส่องปะการัง เล่นสโนวบอร์ดเทือกเขาแอลป์ ภาพท่องเที่ยวมันมีอะไรมากกว่าแค่วิวทิวทัศน์ หรือวิวเมือง จุดชมวิวต่างๆ ถึงแม้จุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ จะมีซ้ำกันมากมายขายบนเว็ป แค่ลูกค้าก็ยังอยากได้มุมมองใหม่ๆ ของจุดนั้นอยู่ดี ดังนั้นอย่าลืมมองหาอะไรที่แตกต่างเข้าไว้นะครับพึงระลึกไว้เสมอว่าแหล่งที่คุณอาศัยอยู่ก็มีจุดน่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศด้วยซ้ำภาพวิจิศิลป์ (แนวอาร์ทAbstract หรือศิลปะ) BG/Texturesภาพเหล่านี้มักจะมีอะไรให้เราประหลาดใจเสมอ คุณสามารถขายลายอิฐ หรือพวก เศษก้อนกรวดก็ยังได้ พวกนี้หาถ่ายง่ายครับ แล้วก็ขายได้ด้วย แต่เพราะมันถ่ายง่ายจึงมีภาพพวกนี้เยอะมาก คลื่นแปลกๆ ที่ชายหาด ก็สามารถเอามาทำเป็นภาพพื้นหลังได้จริงอยู่ครับที่พวกภาพแสงเงาแปลกๆ ภาพเบลอๆ เหล่านี้มักจะมีดาวโหลดใหญ่ให้เห็นกันอยู่ แต่มันไม่ใช่เส้นทางหลักที่ควรจะมุ่งมั่นเท่าไร ถ้าคุณท างานสต๊อกเป็นหลัก แต่ถ้าทำเล่นๆ เอาสนุก ฝึกฝีมือล่ะก็ ลุยเลยลองนึกถึงคนรับภาพสิครับ ทำไมเขาต้องรับภาพของคุณเหล่านี้ให้เปลืองเนื้อที่เซิฟเวอร์ด้วยล่ะ เพราะมันมีซ้ำๆ กันเยอะมากกก (ลอง search คำว่า storm cloudsดูสิครับ แล้วจะเห็น)ภาพเวคเตอร์(Illustrator)หัวข้อนี้ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไรแต่ถ้าคุณเก่งทางนี้แล้ว ลุยเลยครับ เพราะเวคเตอร์สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าภาพถ่ายเสียอีกแต่งานพวกไอคอนต้องมีการปรับพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนจะเห็นงานไอคอน Windows XP เต็มไปหมดสำหรับนักออกแบบเว็ปไว้ใช้กัน หลังๆ ก็จะเห็นไอคอน OS X แบบมีเงา ตอนนี้ก็จะเป็นไอคอนแบบ flat design เรียบๆ ง่ายๆ
3D Rendered Images (งานกราฟฟิค เช่น Sketchup)งานแบบนี้ตัดปัญหาเรื่อง noise ได้เลยครับ เพราะไม่มีแน่ๆ ตลาดงานกราฟฟิคสามมิติยังเปิดกว้างอยู่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ท าได้ ลุยเลยครับสรุปคนที่เริ่มงานสต๊อกใหม่ๆ อาจจะเห็นคนอื่นโพส“ว้าว ภาพเมฆบนท้องฟ้าเฉยๆเนี่ย มีคนโหลดแล้ว 3800 ครั้ง!” คุณอาจจะเป็นยังงั้นได้ และไม่ได้เช่นกัน คือต้องโชคดีมากๆเลยล่ะ แต่สิ่งที่แน่นอนอยากจะให้ยึดหลักไว้ก็คือ“ดูว่าอะไรขายดี ดูว่าอะไรขายเยอะ ดูว่าอะไรคนต้องการ แล้วก็เติมเต็มในส่วนตรงนั้นซะ”

http://microstockinsider.com/guides...
บทความแปลเพื่อให้ทุกท่านได้ความรู้ห้ามน าไปใช้ในการค้าโปรดเก็บไว้อ่านเองและเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่นต่อไป
แปลไทย: พัชรากร มณี
เรียบเรียง : Johnstockerเพจแหล่งความรู้สต๊อกโฟโต้
ที่มา http://microstockinsider.com/guides...

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วิธีสมัครขายภาพ Shutter Stock ขายภาพออนไลน์

Shutter Stock "ขายภาพออนไลน์"
ชอบถ่ายรูป  ... ชอบนำเสนอ  แถมได้เงินดอลลาร์เข้ากระเป๋าอีกตางหาก  .....
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้  มีอาชีพ และการสร้างรายได้อีกแขนงหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อย  สามารถสร้างรายได้ทั้งแบบทำสนุกๆ เป็นรายได้เสริม  และหรือทำจริงจัง อย่างที่ช่างภาพ   สต็อกเกอร์ชาวไทยชั้นแนวหน้าจำนวนไม่น้อย ที่มีรายได้ 6 หลัก ต่อเดือน   และมากถึงหลักมากกว่าล้านบาทต่อปี แถมแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย !!!
จึงนับได้ว่า การถ่ายภาพขายออนไลน์นี้ เป็นงานอดิเรกที่สนุก  และท้าทายไม่เบาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบมุมมองผ่านเลนส์  หลงใหลในเสียงชัตเตอร์ และแสวงหามุมใหม่ๆ ในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในโลกใบนี้ ตามสไตล์ของตนเอง...หลายคนมีความสนใจขายรูปภาพกับเว็บไซต์ Shutter Stock   เพราะเป็นตลาดค้ารูปภาพชั้นนำของโลก  ลูกค้ากว้างขวาง  และนับได้ว่า   ขายง่ายขายคล่อง เป็นหน้าร้านหลักของเหล่า Stocker กันเลยทีเดียว  บางคนก็สมัครทิ้งไว้ แต่ยังไม่มีเวลาศึกษา    บางคนเห็นเว็บเป็นภาษาอังกฤษ   ก็เลยคิดว่ายุ่ง และยาก  ก็เลยยังไม่ได้สมัคร  วันนี้จึงจะพาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ  มาดูขั้นตอนการสมัครขายภาพแบบง่ายๆ กัน  ทั้งแนะนำหน้าตาเว็บไซต์  และเมนูการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก    อ่านแล้วทำตามไปด้วย ก็สมัครได้เลย มาเริ่มกันเลย....ก่อนอื่น   ต้องเตรียมความพร้อมก่อนสมัครกันสักหน่อย เรื่องสิ่งที่ต้องใช้ในการสมัครขายภาพ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
หลักฐานการสมัคร
ก่อนที่จะเริ่มต้นสมัคร  ควรต้องมีสิ่งของดังต่อไปนี้
- อีเมลล์       ต้องมีอีเมลล์สำหรับการสมัครสมาชิก  ใครมีอีเมลล์แล้วก็เริ่มได้เลย
- พาสปอร์ต   ต้องมีพาสปอร์ตสำหรับการยืนยันตัวบุคคล ในการทำธุรกรรมกับทางเว็บ ถ้ายังไม่มี  แนะนำให้ไปทำพาสปอร์ตก่อนเลย
- บัญชีการรับชำระเงิน PAYPAL      หลังจากสมัคร และสอบผ่านแล้ว  แนะนำให้รีบเปิดบัญชี PAYPAL ทันที   เพื่อรอรับเงินที่ขายภาพได้ (ที่สำคัญมาก)   ทั้งนี้... จะแยกหัวข้อการสมัครบัญชี PAYPAL และการใช้งานไว้ในโอกาสต่อไป

1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์  shutter stock เพื่อทำการสมัคร
2.  กด ปุ่ม  Sign up now (ในช่องสีเหลือง) เพื่อสมัคร
3. ใส่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครสมาชิก
4. อัพรูปภาพ
เมื่อสมัครเสร็จแล้ว  จะเข้าสู่การอัพรูปภาพ เพื่อสอบ   ให้ส่งรูปภาพ 10 ภาพ   ผ่านมาตรฐานแค่ 1 รูป ก็ถือว่าสอบผ่าน
5.  ใส่รายละเอียดรูปภาพ และคำค้นหา
ใช้ Google ช่วยแปลกันได้เลยนะคะ  ง่ายมากๆ  ดูในภาพของเราว่าเป็นรูปอะไร สีอะไร ใคร ทำอะไร ที่ไหน  อย่างไร  ที่มีอยู่ในรูปภาพ  ให้อธิบายเป็นประโยคง่ายๆ ในช่องบน
ส่วนช่องล่างนั้น  ให้ใส่เป็นคำๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพ หรืออยากให้ลูกค้าเสริ์ชเจอรูปภาพเราจากคำว่าอะไร    ซึ่งเราเรียกมันว่า คียเวิร์ด (Keyword)  ช่วยให้ภาพถูกลูกค้าค้นพบได้ และเราจะขายได้มากๆ
ลองเทียบเคียงตามหมวด แล้วเลือกให้ใกล้เคียงที่สุดดังนี้
Abstract – รูปภาพเชิงศิลป์ เป็นนามธรรม ระบุไม่ได้ว่าเป็นภาพอะไรเช่น ภาพวาดแบบ Abstact  โบเก้
Animals/Wildlife – เกี่ยวกับสัตว์ทุกชนิดในโลกนี้
The Arts – วัสดุสำหรับการสร้างงานศิลปะ เช่นพู่กัน ผ้าใบ สีไม้ สีน้ำ สีเทียน อื่นฯลฯ
Backgrounds/Textures –  ภาพแบคกราวน์เชิงศิลป์ ดีไซน์สำหรับทำพื้นหลัง โบเก้ต่างๆ  แผ่นพื้นต่างๆ  ลายไม้ ลายหิน  หน้าผิววัสดุที่นำมาใช้เป็นภาพพื้นหลัง (ไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์)
Beauty/Fashion – เกี่ยวกับความงาม แฟชั่น เป็นหลัก  เช่น เครื่องประดับ ทรงผม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ครีมทาผิว  ทาเล็บ เป็นต้น
Buildings/Landmarks – เกี่ยวกับตัวอาคาร ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมทุกชนิด
Business/Finance – เกี่ยวกับธุรกิจ และการเงิน การธนาคาร  ทั้งภาพสถานที่ บุคคล เช่นนักธุรกิจ ใส่สูท   และวัสดุ อุปกรณ์สำนักน
Celebrities – บุคคลผู้มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักกีฬา (ต้องมีใบ MR แนบไปตอนส่งภาพด้วย)
Editorial – โดยปกติ รูปภาพที่ส่งขายนั้น  ต้องห้ามมีโลโก้ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ระบุความเป็นเจ้าของ  ถ้ามี...จะต้องแนบใบที่ระบุความเป็นเจ้าของ (PR)        หรือภาพที่เห็นใบหน้าคน ก็ต้องมีใบ (MR) ทุกครั้ง  *******  ในหมวด Ediorial นี้  .. จะเป็นการส่งแบบใช้สำหรับทำข่าวหรือบทความ ที่ไม่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์เท่านั้น!   และไม่ต้องมีใบอะไรแนบไป แต่ต้องเขียนคำอธิบายแบบ Editorial (ยกแยกไปเป็นอีก 1 หัวข้อการอธิบาย)
Education – ภาพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค่ะ  เช่นนักเรียน โรงเรียน สมุด ดินสอ ห้องเรียนและอื่นๆ
Food and Drink – อาหาร เครื่องดื่ม ทุกชนิด ที่กินได้
Health Care – เกี่ยวกับสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การบำรุง ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก คนอ้วนไป คนผอมไป อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
Holidays – หมวดนี้ เป็นรูปภาพอีเว้นท์  เหตุการณ์  การเฉลิมฉลอง การตกแต่งเทศลกาลเกี่ยวกับวันหยุดตามปฏิทินเท่านั้น !!!    ไม่ได้หมายถึงการท่องเที่ยว พักผ่อนทั่วไป
Illustrations/Clip-Art – งานที่สร้างด้วยโปรแกรในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ภาพถ่าย
Industrial – เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร คนงาน อุปกรณ์ต่างๆ
Interiors – เป็นภาพเกี่ยวกับการตกแต่งภายในบ้าน สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เป็นต้น
Miscellaneous – รูปภาพอื่นๆ  ที่หาประเภทลงไม่ได้  ให้เลือกอันนี้ไว้ก่อนเลยค่ะ
Nature – ภาพธรรมชาติทั้งหลาย วิวทิวทัศน์ ทุ่งหญ้า ดอกไม้ น้ำตก ภูเขา ทะเล
Objects – ภาพวัตถุเป็นชิ้นๆ  เน้นการนำไปไดคัท เพื่อใช้งาน
Parks/Outdoor –  กิจกรรมกลางแจ้ง หรือรูปภาพกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลานจอดรถ วิถีชีวิตต่างๆ กลางแจ้ง
People – รูปภาพคน
Religion – เกี่ยวกับศาสนา และวัฒนธรรม
Science – ภาพเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การทดลอง  อุปกรณ์การทดลอง
Signs/Symbols – ภาพสัญลักษณ์ ตราประทับ ป้ายต่างๆ
Sports/Recreation – ภาพเกี่ยวกับการกีฬาทุกชนิดในโลก
Technology – อุปกรณ์ที่ทันสมัยทั้งหลาย เช่นมือถือ ปริ๊นท์เตอร์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เครื่องถ่ายเอกสาร ช้ินส่วนคอมฯ เป็นต้น
Transportation – ยานพาหนะ การขนส่ง ทุกชนิด
Vectors – ภาพที่เขียนในโปรแกรม Illustrator
Vintage – ของเก่า  ของโบราณย้อนยุค

6. ช่องที่เหลือคืออะไร?
- Category มี 2 ช่อง บน เลือกประเภทรูปภาพ
- Illust./Clip-Art   ปกติระบบจะเซ็ตเป็น No อยู่แล้ว  สำหรับภาพถ่ายทั่วไป     แต่หากเป็นภาพที่ใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์วาดขึ้น ให้เลือก Yes
- Watermark:  ตำแหน่งลายน้ำ  เมื่อรูปผ่านเข้าไป  (เอาไว้เหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยน)
-Nudity/R-Rate: อันนี้ภาพโป๊ ภาพเปลือย ภาพนู๊ด   ถ้ามีค่อยกด Yes  ไม่มี ให้ข้ามนะ
-Editorial:  อันนี้ถ้าส่งเป็นภาพข่าว คือไม่มีใบ MR หรือ PR ให้เลือก Yes ถ้าไม่ใช่ก็ข้ามไป
-Release: สัญลักษณ์ + Add หมายถึง กดบวกเพื่อแนบไฟล์ ที่เป็นใบให้อนุญาตMRหรือ PR

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

บทความของ อ.สุระ นวลประดิษฐ์ การขายภาพออนไลน์

ปัญหาเดิมๆ ยังคงเป็นปัญหาที่ตามมารบกวนคนขายภาพชาวไทย และเจ้าหน้าที่ของ Shutterstock ไปพร้อมๆ กันทั้งสองฝ่าย
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ติดต่อกับทาง Shutterstock เรื่องแอคเคาท์ของคนไทยที่ถูกบล็อกจาก Shutterstock อันเกิดจากการเปิดแอคเคาท์ซ้ำ ปัญหาที่พบนั้นเคยนำมาบอกหลายครั้งแล้วเกี่ยวกับการทำผิดขั้นตอน
คือหลังจากสมัครแล้ว เมื่อมีปัญหาใดๆ หรือว่าต้องรอนานเกินไป (รอนานนี่ต้องหมายถึง 7 วันขึ้นไปนะครับ ไม่ใช่ 1 วัน) ก็ให้ส่งอีเมลสอบถามไปที่ submit@shutterstock.com เท่านั้นครับ อย่าสมัครใหม่เป็นอันขาด ถ้าสมัครใหม่ มันมีแนวโน้มที่จะถูกบล็อกทั้งสองแอคเคาท์
จากประสบการณ์ของผม พูดตามตรงเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มากกว่า 90% มาจากทางเราเองนี่แหละครับ Shutterstock นั้นเขาอยากได้ช่างภาพมากครับ ย้ำว่ามาก อะไรพอจะจัดการให้ได้ เขาก็จัดการให้หมดแหละครับ
พวกเราทำงานกันไม่ค่อยละเอียดครับ เรื่องการใส่ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตนี่เป็นปัญหาระดับชาติ (ไม่ต้องอื่นไกล ที่ผมเคยบอกเอาไว้ การสมัคร ShutterTalk แต่ละครั้ง มีคนเขียนชื่อนามสกุลตัวเองไม่ถูกตอนกรอกแบบฟอร์มสมัคร ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีรอบละเป็นสิบคน ยิ่งกว่านั้น ตอนผมประกาศรับสมัครเพิ่ม เอาคนแรกที่มาโพสต์ รอบนี้ปรากฎว่าทั้งสองครั้ง คนแรกที่มาโพสต์ กลับไม่ได้สิทธิ์ เพราะพิมพ์ชื่อนามสกุลตัวเองผิดครับ) ชื่อเราเอง สมัครทำงานกับองค์กรระดับนานาชาติ แต่กลับไม่สามารถเขียนให้ตรงให้ถูกต้อง เขาบอกให้ใส่ชื่อ ก็ใส่ทั้งชื่อทั้งนามสกุล เขาบอกให้ใส่นามสกุล ก็ไปใส่ชื่อ ฯลฯ สารพัดปัญหาครับ
ปัญหาอีกเรื่องคืออีเมล ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาจะบอกว่า ไม่ได้รับอีเมลจาก Shutterstock แต่ทาง Shutterstock บอกว่าส่งอีเมลมาให้หลายครั้งแล้วก่อนบล็อกแอคเคาท์ เป็นปัญหาระดับชาติอีกเหมือนกันคือเรื่องอีเมลนี่แหละ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าส่งมาแล้ว แต่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าไม่เคยได้อ่าน
ที่ตลกกว่านั้นคือ มีคนส่งอีเมลมาหาผม ให้ช่วยติดตามเรื่องให้กับชัตเตอร์สต็อก แล้วเขาส่งสำเนาพาสปอร์ต และรายละเอียดต่างๆ เข้ามาประกอบด้วย สุดท้ายคือเขาลงชื่อตัวเองมาท้ายอีเมล และเมื่อผมไปอ่านชื่อเขาที่เขียนมาในอีเมลกับในพาสปอร์ต ปรากฎว่า ไม่ตรงกันครับ !*@#@%$&^$$*(+_%%$@!?><%$# งงไปสิครับผม 555
ละเอียดรอบคอบ และ ใจเย็นกันนิดหนึ่งครับทุกๆ ท่าน

ที่มา https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/1706795509576684/?notif_t=group_activity&notif_id=1463104397319575

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

เทคนิคถ่ายภาพอาหารให้น่าทาน

การถ่ายภาพอาหารเป็นเรื่องราวของวิธีการหิวเห็นทันที ท้องร้องทันที ทุกท่านมีประสบการณ์ในเมนู หรือมีโอกาสที่จะถ่ายภาพแล้วผมรู้สึกว่ามันไม่ได้ดูอาหารสดและแห้งไม่กระตุ้นความหิว เปิดจดหมายถึงอาหารที่ฉันกินทุกมื้อที่ภาพของสิ่งที่เป็นจริงเป็นภาพที่สวยน่ารับประทานทุกครั้ง แต่เราได้รับคำสั่งให้กิน นั่นเป็นเพราะของภาพที่เหนือธรรมชาติ
ช่างภาพมืออาชีพหลายท่านบอกว่าไม่มีเคล็ดลับพิเศษในการถ่ายภาพ วิธีการกินก็ยังมีอยู่ ถ้าเวลาหมดคุณจะพบว่าทุกอย่างจะจัดการกับทุกคนที่มาเยี่ยมชม รวมถึงการแนะนำของปลาถูกวางไว้ในหน้าของจานข้าวกับกับข้าวที่จะเชิญที่โดดเด่นน่ารับประทาน แสงที่ส่องแสงจากด้านข้าง แสงกลับทำให้อาหารดูสดสะอาดและล้างเกินไป ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ประสบการณ์ปกติอัตโนมัติมันเป็นพิเศษสำหรับมืออาชีพใด ๆ แต่ผมพบปัญหามากมายตั้งแต่วิธีการตั้งค่ามุมการหมุนที่แสงส่องสว่างที่จะช่วยให้สิ่งที่อาหารดูน่ารับประทาน เวลานี้เรานำเสนอเทคนิคง่ายๆ แต่ได้ผลดีในการถ่ายภาพอาหารที่จะเห็นมันเกิดขึ้น










 การถ่ายภาพอาหารด้วยแสงในบริเวณที่มีอยู่หรือแสงจากธรรมชาติน่าจะเป็นสิ่งคุ้นเคยและมีโอกาสนำมาใช้ถ่ายภาพสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพทั่วไปเพื่อแชร์ภาพให้เพื่อนๆอิจฉาเมนูที่กำลังจะลงไปอยู่ในท้องของเรา ซึ่งปัญหาของการถ่ายภาพส่วนใหญ่คือ ถ่ายออกมาไม่สวยไม่ชวนน่ารับประทาน เพราะเลือกมุมแสงส่องเข้าหาตัวแบบไม่โดดเด่นพอจะตรึงสายตาได้

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2559

Microstock เริ่มต้นขายภาพออนไลน์

เว็บไซต์ที่ขายภาพออนไลน์เรียกว่า Microstock หลักการคือแบ่งผู้ใช้เป็นสองกลุ่มผู้ซื้อออนไลน์เมื่อเขามาถึงการซื้อภาพที่คุณต้องการเว็บไซต์ที่คุณทำหน้าที่ เป็นศูนย์กลางสำหรับการซื้อขายช่างภาพโปรดติดต่อเราได้จากการขายของตัวเองจะได้รับเงินค่าธรรมเนียมแต่ละภาพสามารถขายได้หลายครั้งราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของการซื้อ และแล้วขายได้ วิดีโอสามสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักประเภทของการทำงานสำหรับภาพนิ่งและเวกเตอร์รูปแบบของตัวเอง มันส่งออกแบบเวกเตอร์ของแต่ละคนเลือกถนนสายนี้ก่อน. เราได้เรียนรู้ที่จะขายในภายหลังและให้ค่อยๆภาพถ่าย ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนกำลังมุ่งหน้าไปทางที่. ตลาดเปิดกว้างสำหรับเรา

เริ่มต้นขาย"ภาพออนไลน์"
เริ่มแรกต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยเว็บไซต์ Microstock นั้นมีอยู่มากแล้วแต่ใครจะเลือกส่งเว็บใหน ที่นิยมจะมีอยูู่ประมาณ 5 ที่ได้แก่ Shutterstock, iStockphoto, Fotolia, Dreamstime, 123rf เป็นต้น ในการสมัครสมาชิกนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ Passport ต้องมีไว้ เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตน นอกจากนี้สำหรับบางเว็บไซต์เช่น Shutterstock และ iStockphoto ต้องส่งรูปไปสอบก่อน เมื่อตรวจผ่านแล้วจึงจะมีสิทธิ์ขายภาพได้ แต่เว็บอื่นๆส่วนใหญ่จะไม่ต้องสอบครับสามารถส่งภาพขายได้เลย แนะนำว่าให้เริ่มส่งขายในเว็บอื่นๆก่อนเลย ถึงจะยังสอบในเว็บหลักไม่ผ่านก็ตาม จะได้ทำความคุ้นเคยกับวงการ Microstock ไปก่อน และเป็นการรวบรวมภาพไปในตัว เมื่อสอบผ่านก็จะได้ส่งภาพดีดีเข้าไปขายได้

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2559

Understanding the stock photo sites around the world even more.

Do not be surprised because the standard to get pictures of each different. Meet the needs of clients in the site.
Some of the sites that they know what kind of image the customer wants. He will get on to the first. The portrait Other adjustment to fall gradually in the future that it will be more like the portrait.
It is the policy of each web site. Which can change over time, for example.
Istockphoto.com Web era when 4-5 years before sending out a very difficult and very hard, but each image to the web, he changed this policy. He took pictures easier Send the image so it's easier.

Therefore, we as a deposit for a photo, you must recognize this fact. And not have to worry so much. I was given web I did not get the Web. But if you are in the stock long enough, you'll know where the image is in need of a web of stock worldwide has not difficult.

2. Why the same image Up next for the web to sell well, but on the other hand, one of the Web does not sell, because what?

It stemmed from the customer. Customers of the web, it's all different. Search patterns during rhythmic customers to search our image of it. Then buy In that way the customer wants. It varies, so if we understand this point, we understand the picture more stock. It has a lot to lose. We must gradually Learn and understand it more.

Finally, I said that I would not shoot enough. Press the shutter He will be successful in stock not everyone goes through the training process itself. Initially, it is

- Control the camera's aperture, shutter speed, ISO would like to know and understand it.
- Compose a There are techniques for composition It is perfect for divers Try to read more
- Control the natural light Or artificial light for a perfect fit. Light influential photo In the image dimensions. Interesting If one is in a good light We will make the picture more interesting. If the light is
- Be creative if you have to be very good in this class. It's what customers want. And have a different image from the existing one.
- Primitive withstand tough working career has not been successful in a short time, so people who do not qualify for all 4 of these are likely to have higher abandonment.

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559

Stock Photo การขายภาพ online

ตอนนี้ภาพภาพยนตร์หุ้นภาพถ่ายมันเป็นทางเลือกที่นิยมสำหรับช่างภาพจำนวนมากในประเทศไทย อยากจะแนะนำเว็บภาพสต็อกสูงสุด และเพื่อที่จะได้รับมันมีแนวโน้มที่จะขายให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ของภาพนี้คือถ้าชัตเตอร์ที่ภาพที่ได้รับการผ่านก่อนที่พวกเขาจะสามารถที่จะขายภาพของเราก็มีความจำเป็นต้องส่งแบบฟอร์มเว็บในด้านหน้าขอแนะนำให้ 10 ภาพที่จะส่ง สิ่งที่ควรจะเป็นเรื่องง่ายจะเน้น คุณรู้อยู่แล้วว่ามีอะไรอยู่ในภาพ หรือการวาดภาพสิ่งที่ต้องการสื่อค่อนข้างชัดเจนและก็เป็นไปในทางเดียวกันกับภาพที่ชัดเจนมีเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างสูงของเวลากรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าให้เรามีการส่งรูปถ่ายของคุณคือความสนใจ เพราะถ้าเราไม่ผ่านการทดสอบ เราจำเป็นต้องรอที่จะส่งใหม่ โดยจะมีการเจริญเติบโตขึ้นอยู่กับเวลา ตอนนี้ส่งภาพสอบขายที่ Shutter stock ส่งสิบภาพผ่านหนึ่งภาพก็ผ่านแล้ว







วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

งานอดิเรกขายภาพถ่ายออนไลน์ มือใหม่

 งานอดิเรกขายภาพถ่ายออนไลน์
มือใหม่   เพื่อสำรวจภาพถ่ายจากมือถือ
ส่งภาพขาย Stock Photos and Royalty-Free Images - PIXTA ภาพมาตรฐานขายในเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลกมีวิธีการตรวจสอบที่คล้ายกัน มาตรฐานคือจะมีรูปลักษณ์ที่คมชัดในการบิดเบือนสี ไม่มืดหรือสว่างเกินไปภาพดูแสง หรือจ้องเข้าไปในกล้องจนถึงจุดในภาพเป็นลักษณะสีขาวสว่างบาง หรือแสงสะท้อนจากภาพเพื่อดูภาพรายละเอียดของพื้นผิวในส่วนนั้น กล้องไม่ยิง
Shutterstock และสำหรับเว็บไซต์ที่จะได้รับภาพบางส่วนนำมาจากโทรศัพท์มือถือ แต่มันก็ต้องมีมาตรฐานหลายคนส่งภาพของโทรศัพท์มือถือทั้งหมด จากการตลาดที่มีขนาดใหญ่ไปยังเว็บ Shutterstock โรงเรียนฝึกอบรมสำหรับการทำความเข้าใจการสร้างและการพัฒนาของสต็อกเช่นกัน แนวโน้มตลาดในวงกว้างเร็ว ๆ นี้เขาเริ่มที่จะโหลดสมดุลที่เข้ามา ... แล้วพยายามที่จะตรวจสอบว่ามีรูปแบบมาตรฐานก่อนที่จะส่งค่าใช้จ่ายจะถูกปัดลงไปที่ภาพด้านล่างนี้หรือไม่ ...
1. โฟกัส - หัวเรื่องเบลอคีย์อ่อนเกินไปในเนื้อหาต้องมีความชัดเจน เบลอเนื่องจากการโฟกัสของกล้อง หรือเขย่าขณะถ่ายภาพ นั่นเป็นจุดสำคัญในภาพที่คุณต้องการในการสื่อสารที่มีความชัดเจนเช่นกาแฟกับคุกกี้สมมติว่าเรามีการชงกาแฟที่สำคัญ คุกกี้เป็นองค์ประกอบ .. ในทางตรงกันข้ามกับกาแฟและคุกกี้เป็นเพียงส่วนประกอบเท่านั้นแ bckrawnds การถ่ายภาพแบบมือถือกดเบา ๆ หรือการจับเวลาที่จะชะลอระยะเวลาในการถ่ายภาพนิ่ง
สมัครขายภาพ Your stock photo search ends here. 2. องค์ประกอบ - ภาพที่ไม่ดีใจเย็นและ / หรือถูกตัดไม่ดี
น้ำหนักของแบบที่สมบูรณ์แบบหรือความสมดุลเอียงหนักไปอีกด้านหนึ่ง มุมมองการถ่ายภาพวัตถุที่ไม่สมบูรณ์โดยไม่ต้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของภาพ ถ้ามุมนั้นจะต้องพอดีกับพื้นที่โดยรอบวัตถุ (โดยการใช้อัตราส่วน 1: 3)
3. ปัญหา Lens - ภาพมีปัญหาเกี่ยวกับแนวสี (สีปกติ) เปลวไฟเลนส์เสียสมาธิ vignetting หรือบิดเบือน
รูปภาพจะต้องมีปัญหาใด ๆ ที่เกิดจากเลนส์ เช่นเดียวกับรอยขีดข่วนเลนส์มีฝุ่นรอยนิ้วมือหรือร่องรอยของสิ่งสกปรกบนภาพด้านบน เนื่องจากเลนส์
โคมไฟ 4.Poor - ภาพมีปัญหาการเปิดรับสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวยและ / หรือไม่ถูกต้องสมดุลสีขาว
ภาพจะต้องสมดุลสภาพแสง ไม่มีการบิดเบือนสีสีเพี้ยนไม่มืดหรือสว่างเกินไปเป็นภาพลักษณะแสง หรือจ้องเข้าไปในกล้องจนถึงจุดในภาพเป็นลักษณะสีขาวสว่างบาง หรือแสงสะท้อนจากภาพเพื่อดูภาพรายละเอียดของพื้นผิวในส่วนนั้น
มุมถ่ายภาพที่มีด้ามจับแสงเครื่องแบบ แสงไม่สว่างเกินไปเข้าไปในกล้อง พยายามที่จะย้ายกล้องขึ้นลงซ้ายขวาถ่ายภาพส่วนใหญ่มาจากโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้สะท้อนให้เห็นในแสงแดดสดใส
5. เสียงรบกวน - ภาพที่มีสัญญาณรบกวนมากเกินไป, เมล็ดพืช, สิ่งประดิษฐ์และ / หรือเป็น rasterized ไม่ดี
ภาพที่เรียกเก็บจะกลายเป็นจุดเม็ดเล็ก ๆ ในเวลาเดียวกันผมไม่เห็นว่ามันเป็นฝ้าบนแนวของผลกระทบโดยรวมอื่น ๆ เป็นรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนในภาพ
6. เกินงาม - ภาพมีการลดเสียงรบกวนมากเกินไปและ / หรือผลกระทบความคมชัดมากเกินไปนำไปใช้
ภาพที่ถ่ายแล้วบ่อยครั้งก่อนที่จะกระจายการกำหนดค่าเป็นลบเสียงเพิ่มความคมชัด จุดเบลอและการปรับแต่งอื่น ๆ มากเกินไปมักจะถูกเรียกเก็บเงินกับเรื่องนี้
7.Intellectual ทรัพย์สิน - ภาพที่อาจละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา
ภาพที่ส่งต้องไม่รูปภาพที่มีโลโก้แบรนด์สินค้าลิขสิทธิ์หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ยกเว้นการส่งภาพข่าว
ปล่อย 8.Model / ปล่อยทรัพย์สิน
ถ้าคุณเห็นหน้ารูปภาพหรือลักษณะของบุคคลที่ต้องได้รับความยินยอมลายเซ็นของบุคคลในภาพหรือวัตถุที่เกิดขึ้นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของและยินยอมเช่นเดียวกับสวนสัตว์, งานฝีมือ, จิตรกรรมประติมากรรม ฯลฯ (แบบฟอร์มสำหรับการดาวน์โหลด ในเว็บ)
9 และ 10 คือการตัดออกจากภาพในภาพและเรียบเนียน (สำหรับโอกาสต่อไป)
เหล่านี้เป็นบันทึกภาพถ่ายการสำรวจสั้น ๆ สำหรับผู้เริ่มต้น .. ก่อนที่จะส่งแบบฟอร์มไปยังผู้จัดจำหน่ายภาพไปยังผู้จัดจำหน่าย นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตรวจสอบที่
** ถ้าคุณกำลังใช้กล้องมาตรฐานอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้รับภาพที่มีมาตรฐานและคุณภาพ **
# การส่งออก Shutterstck
Shutterstock ปัจจุบัน (เอสเอส) ได้รับการขยายไปยังตลาดที่กว้างขึ้น รับสมัครและขายภาพทั่วโลก ผู้ผลิตจะต้องส่งภาพมาก่อน แต่มันเป็นมาตรฐานการปฏิบัติช่างภาพเอสเอส ผ่านระบบเป็นช่างภาพ และผ่านการทดสอบการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาผ่านง่ายผ่าน 10 ภาพเป็นภาพเดียวคุณสามารถส่งเขาตรวจสอบมัน ภาพจะถูกโหลดลงในพอร์ตส่วนตัวที่จะรอในขณะนี้
# อย่ากลัวที่จะล้มเหลวตั้งแต่เริ่มต้น
ปัจจุบันไม่มีภาพส่วนตัวส่งมากกว่า 1,000 ภาพของภาพซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตรวจสอบที่ ถ้าเราทำบางส่วนของที่จะผ่าน สามารถแก้ไขได้แล้วส่งไปที่ใหม่ ภาพบางภาพผ่านทางเว็บ เว็บและจะได้ขายดี แต่ค่อยๆเร​​ิ่มเรียนรู้และการฝึกทักษะให้ดีขึ้น มาตรฐานที่เพิ่มขึ้น


สมัครขายภาพ Lowest stock photo prices in the market. Only at 123RF.

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

เริ่มต้นขายภาพออนไลน์อย่างไร

คำถามที่ได้รับความนิยมสำหรับช่างภาพจำนวนมากที่จะเริ่มต้นการขายภาพออนไลน์ ครั้งแรกของทั้งหมดทราบภาพรวมทั้งหมด ยอดขายออนไลน์ดีดี
ปัจจุบัน บริษัท ผลิตสื่อต่างๆนักพัฒนาเว็บไซต์นิตยสารและหันไปซื้อภาพที่นิยมผ่านทางเว็บไซต์มากขึ้นแทนการจ้างช่างภาพของโรงแรมที่มีความหลากหลายและงบประมาณ เหล่านี้เรียกว่าสินค้าคงคลังภาพ (ถ่ายภาพ) เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการขายพื้นที่โฆษณาวิดีโอออนไลน์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Shutterstock, iStockphoto, Dreamstime, Fotolia และผู้ให้บริการเว็บไซต์จำนวนมากขายภาพให้หุ้นเหล่านี้เรียกว่า Microstock นี้จะช่วยให้ช่างภาพที่จะส่งภาพจากทั่วโลก รวมถึงภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก (เวกเตอร์) ที่จะขายเว็บไซต์และได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการขาย ที่สำคัญ .. มีค่าใช้จ่ายสำหรับช่างภาพใด ๆ ที่จะเป็นสมาชิกไม่เป็นการชำระเงินสามารถทำผ่านทาง Paypal จาก Microstock มันเป็นเหมือนธนาคารออนไลน์หรือธนาคารทางอินเทอร์เน็ตที่ฉัน แต่ละเว็บไซต์ (Microstock) ตั้งค่าความละเอียดขั้นต่ำสำหรับการส่งภาพไปขายออนไลน์แตกต่างกันโดยรวมภาพต้องมีอย่างน้อย 2-6 อุปกรณ์การถ่ายภาพความละเอียดล้านพิกเซลซึ่งปัจจุบันมีความละเอียดสูงกว่ามาก เกือบกราฟิก (เวกเตอร์) คว​​ามต้องการขั้นต่ำขนาดที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละเว็บไซต์





สมัครขรยภาพFree Stock Photos at 123RF

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2559

การขายภาพถ่ายออนไลน์

วิธีการทำธุรกิจขายภาพถ่ายออนไลน์ คุณภาพหรือความละเอียดของภาพถ่าย ที่จะนำมาขายออนไลน์นั้นสำคัญมาก คุณภาพต้องมาก่อนเพราะหากภาพมีคุณภาพต่ำผู้ที่ซื้อไปจะไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามที่ต้องการ เวปไซด์ผู้เป็นศูนย์กลางหรือตัวแทนในการซื้อขายภาพถ่ายออนไลน์ จึงจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขคุณภาพในการนำภาพถ่ายมาอัพโหลดเพื่อขายทางอินเทอร์เน็ต วันนี้จะมาแนะนำการขายรูปถ่ายของคุณผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งคุณสามารถอัพโหลดรูปของคุณ ขึ้นสู่เว็บไซต์ซื้อขายรูปภาพออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ตลาดที่เปิด 24 ชั่วโมงไม่มีวันปิด ตลาดที่มีกำลังซื้อจากคนทั่วโลก คุณเคยสงสัยไหม รูปภาพต่างๆในเว็บไซต์ โบชัวร์ หนังสือ สารานุกรม วารสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ต่างๆ เขาเอาไหนมา แน่นอนหละครับแทบจะทุกเจ้าเขาคงไม่จ้างช่างภาพระดับโปร ที่ค่าตัวแสนแพงไปถ่ายรูปจากทั่วสารทิศหรอกทำโบชัวใบเล็กๆสักใบคงต้องลงทุนกันเรือนแสนเลยที่เดียว ดังนั้นตลาดแกลอรี่การขายรูปออนไล์น์ จึงเกิดขึ้นมาเป็นคนกลางให้นักถ่ายรูป อัพโหลดรูปขึ้นไปให้ลูกค้าจากทุกมุมโลกได้เข้าไปเลือกซื้อ ซึ่งฝรั่งเขาเรียกว่า “Microstock”นั้นเอง

Shutterstock.com  dreamstime.com  fotolia.com istockphoto.com bigstockphoto.com 123rf.com

สมัครสมาชิก
ขั้นตอนแรกก็เข้าไปสมัครสมาชิกตามเว็บข้างบนไว้ก่อน ขั้นตอนก็เหมือนการสมัครสมาชิก ธรรมดาทั่วๆไปซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ อย่าลืมต้องใช้ ชื่อ-นามสกุลจริง เพราะอย่าลืมเขาต้องจ่ายตังให้กับเรา จริงบางเว็บอาจจะถาม paypal email ของคุณไว้สำหรับรับเงิน ก็ใส่ลงไปด้วย
-ช่องทางการรับเงิน

หลังจากสมัครตามเว็บต่างๆ แล้วช่องทางการรับเงินนั้นค่ายต่างเขานิยมจ่ายเป็น paypal ซึ่งเป็นช่องทางการรับเงินออนไลน์ ซึ่งถือว่าสะดวกที่สุดในขณะนี้ สามารถเข้าไปสมัครได้ที่ paypal.com ซึ่งวิธีสมัครและลิ้งกับบัญชีธนาคารเพื่อรับเงิน สามารถ search วิธีการได้จาก google ได้เลยครับ มีตัวอย่างเยอะแยะมากมาย นอกจาก paypal แล้วบางแห่งก็ยังเลือกให้จ่ายเป็นเช็คออกเป็นชื่อของคุณ และแต่ละที่มักจะมีกำหนดขอบเขตการจ่ายขั้นต่ำ ซึ่งถ้าถ้าทำยอดไม่ถึงเขาก็จะยังไม่จ่ายเก็บไว้ทบในเดือนต่อๆไป จนกว่ายอดเงินคุณจะมากกว่ายอดเงินขั้นต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ $100 หรือบางแห่งก็ $75 หรือ $50 ประมาณนี้