มือใหม่ ที่ทำงาน Microstock ได้รู้ว่าคุณภาพด้านความคมชัดเป็นสิ่งสำหรับมาก ๆ สิ่งหนึ่งในการพิจารณาภาพถ่าย หลายคนนำภาพที่จะส่ง Stock มาให้ผมพิจารณา ต้องบอกว่าคุณภาพภาพที่ผ่าน Facebook ดูยากครับว่าคมหรือไม่ ผมก็ต้องบอกปัดไม่ดูให้อยู่บ่อย ๆ ต้องขออภัยครับ ไม่สะดวกครับ และไม่ค่อยสะดวกตอบคำถามผ่านข้อความ หลาย ๆ คนคงเข้าใจผม หรือไม่ก็งอนไปแล้ว อิอิ ผมไม่พยายามเสียเวลาไปกับ Facebook มากครับ เข้าเป็นจังหวะ ดูเป็นจังหวะ ไม่เฝ้า Facebook ตลอดมีงานอื่นในมือ ก็จะไม่ให้ความสำคัญกับ Facebook แต่หากมีเวลาก็จะเขียนให้ความรู้ตรงนี้ไว้ทดแทนเลยแล้วกันนะครับ
อย่างภาพเสือภาพนี้ ผมพยายามส่งขึ้นมาให้ชมผ่าน Facebook แล้วลองนำไปพิจารณาเทียบดูนะครับผมคงไม่มีเวลาตรวจความคมให้ครับ แต่ จะให้แนวทางไว้ตรงนี้คือ
1. ถ้าทำได้ควรมีขาตั้งกล้อง หากเป็นมือใหม่ ควรแบกไปให้ทุกครั้ง แต่หากชำนาญขึ้นก็จะรู้วิธีทำให้กล้องนิ่งด้วยวิธีต่าง ๆ ภาพนี้ผมถ่ายภาพด้วยมือเปล่า แต่ใช้กิ่งไม้ช่วยให้นิ่งครับ เพราะจังหวะดี ๆ บางทีไม่ทัน เป็นต้น
2. นอกจากความนิ่งของกล้องแล้ว ดูด้วยครับว่าวัตถุนั้นนิ่งหรือไม่ ยิ่งถ่ายภาพสัตว์แบบนี้ หากเสือไม่นิ่ง ก็ยากยิ่งขึ้น เรียกร้อง ความเร็วชัตเตอร์มากขึ้น เร็วเท่าไร อย่าถามครับ ใครตอบได้ก็แปลก เพราะไม่รู้ว่าเสือเคลื่อนที่เร็วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แสงมากน้อยเพียงใด ผมจึงสอนเสมอให้เข้าใจแสง เช่น มีโปรบอกว่าถ่ายภาพสัตว์เคลื่อนไหว ใช้ความเร็ว 1/1000 วินาที คุณไปถ่ายภาพเสือหาวในที่แสงน้อยดูสิครับ เป็นต้น ให้พยายามเข้าใจ ๆ เสมอ ๆ นะครับ
3. กล้องนิ่ง วัตถุนิ่ง ก็ได้เปรียบแล้ว คุณภาพเลนส์จึงจะช่วยได้ในขั้นตอนต่อไป เมื่อก่อนผมใช้เลนส์มือสอง ซื้อมา หมื่นกว่าบาท ถ่ายภาพส่งออกมากมาย มาวันนี้ใช้เลนส์ค่าย หลายหมื่อนบาทก็ถ่ายภาพคมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าผมถ่ายภาพคมเพราะซื้อเลนส์แพงอย่างเดียวนะครับ ทำข้อ 1 และ 2 ให้ดีแม่นย้ำก่อนนะครับ
4. การตกแต่งภาพที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ภาพเราคมชัดขึ้นได้ แน่นอนครับเข้า Youtube ค้นหาคำว่า การแต่งภาพให้คมชัด ก็จะมีคนสอนมากมายเลือกเรียนรู้และทดลองใช้ในปริมาณการปรับแต่งที่เหมาะสม ภาพไม่เสียคุณภาพ
***
"จะเห็นว่า เคล็ดแทบไม่ลับเลยใช่ใหม่ครับ"
***
ส่วนมีอีกมากมายที่ผมสามารถบอกกล่าวได้ แต่มีตัวแปรครับ มือใหม่ชอบไปจำและทำตาม แต่ใช้ในสถานการณ์ไม่หมาะ เช่น ล็อกกระจก แต่ดันไปจับขาตั้งกล้อง ไปถ่ายภาพในที่ลมแรง มีคนเดินกระเทือน แบบนี้จะคมได้อย่างไร หรือ การเปิด live view หากวัตถุเคลื่อนระนาบเปลี่ยน หรือ ถ่ายภาพคน สัตว์ บางอย่างไม่อยู่นิ่งให้เรา โฟกัสแบบละเอียดก็ทำไม่ได้ครับ
ทั้งหมดทั้งปวงทุกวิธีการต้องฝึกใช้ให้ชำนาญ ถ่ายภาพบ่อย ๆ ดูคุณภาพ ๆ ของตนเสมอ ๆ ก็จะทำให้เราพัฒนางานภาพถ่ายให้คมชัดได้ครับ คงได้ประโยชน์บ้างนะครับ เน้นมือใหม่ก่อนเลยครับ ส่วนรุ่นใหญ่ ๆ โปร ๆ ไม่กังวลครับ พร้อมลุยอยู่แล้ว ขอให้ได้ภาพสวย ๆ กันนะครับ
ที่มา:https://www.facebook.com/photo.php?fbid=729549057135210&set=a.329011123855674.75424.100002403663995&type=3
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
มือใหม่หัดขายภาพออนไลน์
ปัญหาหนักอก ที่เราจะมาช่วย ยกออก ในวันนี้ คือ เรื่องของ Software ที่ใช้ในการทำงาน Stockphoto
เป็นเรื่องที่ หลายคน แกล้งไม่ทราบ ว่า การใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิด ตามกฏหมาย หรือ ทราบ แต่ไม่มีทางออก เพราะมันแพงจัง
มีเรื่องอะไรบ้างที่คนเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Software ลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวกับการขายภาพ เช่น ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาแล้วแบ่งกันใช้หลายๆคน พี่ซื้อน้องขอใช้ด้วย ให้น้องที่เป็นนักเรียนซื้อได้ในราคานักศึกษาแล้วพี่หรือพ่อเอามาใช้ หาเพื่อนหุ้นซื้อหรือเช่า software แล้วมาแบ่งกันใช้ ทั้งหมดนี้ล้วนผิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรกับโหลดบิทมา เพราะคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่ใช้ลงทะเบียนในการซื้อ ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่คนซื้อ ต่อให้เอาตัว software นั้นไปใช้ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทั้งหมด เค้าไม่ได้วัดกันที่ตัว software แต่เค้าตรวจกันที่ชื่อในใบเสร็จ
โอยปวดหัว ! ทำยังไงดี ? ราคา Software ลิขสิทธิ์ช่างแพงเหลือเกิน ซื้อมาจะขายภาพได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย
ซื้อหรือเช่าซะ !!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันเป็นทางออกยังไง ยังปวดหัวเหมือนเดิม แต่ทางนี้เป็นทางออกที่มั่นคงที่สุดและคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงมันได้บนเส้นทางนี้ คนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หาทางจะแหกคุกกันมาเยอะแล้วแต่สุดท้ายก็หนีมันไม่พ้น
ยังไงก็ต้องซื้อ ไม่วันนี้ก็ในอนาคต ดังนั้นการซื้อหรือเช่าให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ จะปิดประตู ความผิด ทางกฏหมายทั้งหมดในอนาคตเกี่ยวกับ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ
เพราะทุกโปรแกรมที่คุณใช้ในวันนี้ทั้ง 108 โปรแกรม ที่เอามาใช้ทำงาน วันข้างหน้า เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น และไม่อยากให้รายได้นั้นหายไป เช่นขายได้จนถึงจุดที่เดือนนึงได้หลายหมื่นบาท หรืออาจจะเป็นแสน มันอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้ถ้ามีใครสักคนมาตรวจจนเจอว่าคุณไม่ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่
พอถึงตอนนั้นจะมาตามล่าซื้อ software ต่างๆที่เคยใช้ทั้ง 108 โปรแกรม ปรากฏว่า ซื้อกันไม่ไหว เพราะดันใช้ไปสารพัดโปรแกรม ที่โลกมีให้โหลด โดยลืมไปว่ามันติดไปในงานที่ส่งด้วย ถึงตอนนั้นจะกระอักกระอ่วนใจมากว่า จะลบงานทั้งหมดทิ้งดี แล้วเริ่มใหม่กับ Software ลิขสิทธิ์ หรือจะเสียเงินมหาศาลซื้อ Software ทุกตัวที่เคยใช้ดี
หากใครใช้ไม่เยอะหรือเพียงแค่ตัวเดียว อาจจะไม่ยากก็ซื้อใช้ซะ แต่ส่วนใหญ่ใช้มาสารพัดกว่าจะถึงวันที่รู้ตัว ดังนั้นมาใช้อย่างถูกต้องกันตั้งแต่วันแรกเลยนั่นแหละดีที่สุด
ที่มา...http://www.paperboxstockphoto.com/?p=1003
http://ihereart.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-shutterstock/
เป็นเรื่องที่ หลายคน แกล้งไม่ทราบ ว่า การใช้ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิด ตามกฏหมาย หรือ ทราบ แต่ไม่มีทางออก เพราะมันแพงจัง
มีเรื่องอะไรบ้างที่คนเข้าใจผิดหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Software ลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวกับการขายภาพ เช่น ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์มาแล้วแบ่งกันใช้หลายๆคน พี่ซื้อน้องขอใช้ด้วย ให้น้องที่เป็นนักเรียนซื้อได้ในราคานักศึกษาแล้วพี่หรือพ่อเอามาใช้ หาเพื่อนหุ้นซื้อหรือเช่า software แล้วมาแบ่งกันใช้ ทั้งหมดนี้ล้วนผิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด ไม่ต่างอะไรกับโหลดบิทมา เพราะคนที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คือคนที่เป็นเจ้าของชื่อที่ใช้ลงทะเบียนในการซื้อ ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ใช่คนซื้อ ต่อให้เอาตัว software นั้นไปใช้ ก็ถือว่าเป็นการละเมิดทั้งหมด เค้าไม่ได้วัดกันที่ตัว software แต่เค้าตรวจกันที่ชื่อในใบเสร็จ
โอยปวดหัว ! ทำยังไงดี ? ราคา Software ลิขสิทธิ์ช่างแพงเหลือเกิน ซื้อมาจะขายภาพได้หรือเปล่า ก็ยังไม่รู้เลย
ซื้อหรือเช่าซะ !!!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันเป็นทางออกยังไง ยังปวดหัวเหมือนเดิม แต่ทางนี้เป็นทางออกที่มั่นคงที่สุดและคุณไม่มีวันหลีกเลี่ยงมันได้บนเส้นทางนี้ คนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี หาทางจะแหกคุกกันมาเยอะแล้วแต่สุดท้ายก็หนีมันไม่พ้น
ยังไงก็ต้องซื้อ ไม่วันนี้ก็ในอนาคต ดังนั้นการซื้อหรือเช่าให้ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ตั้งแต่วันแรกที่ทำ จะปิดประตู ความผิด ทางกฏหมายทั้งหมดในอนาคตเกี่ยวกับ Software ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ
เพราะทุกโปรแกรมที่คุณใช้ในวันนี้ทั้ง 108 โปรแกรม ที่เอามาใช้ทำงาน วันข้างหน้า เมื่อคุณมีรายได้มากขึ้น และไม่อยากให้รายได้นั้นหายไป เช่นขายได้จนถึงจุดที่เดือนนึงได้หลายหมื่นบาท หรืออาจจะเป็นแสน มันอาจจะหายวับไปกับตาก็ได้ถ้ามีใครสักคนมาตรวจจนเจอว่าคุณไม่ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่
พอถึงตอนนั้นจะมาตามล่าซื้อ software ต่างๆที่เคยใช้ทั้ง 108 โปรแกรม ปรากฏว่า ซื้อกันไม่ไหว เพราะดันใช้ไปสารพัดโปรแกรม ที่โลกมีให้โหลด โดยลืมไปว่ามันติดไปในงานที่ส่งด้วย ถึงตอนนั้นจะกระอักกระอ่วนใจมากว่า จะลบงานทั้งหมดทิ้งดี แล้วเริ่มใหม่กับ Software ลิขสิทธิ์ หรือจะเสียเงินมหาศาลซื้อ Software ทุกตัวที่เคยใช้ดี
หากใครใช้ไม่เยอะหรือเพียงแค่ตัวเดียว อาจจะไม่ยากก็ซื้อใช้ซะ แต่ส่วนใหญ่ใช้มาสารพัดกว่าจะถึงวันที่รู้ตัว ดังนั้นมาใช้อย่างถูกต้องกันตั้งแต่วันแรกเลยนั่นแหละดีที่สุด
ที่มา...http://www.paperboxstockphoto.com/?p=1003
http://ihereart.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-shutterstock/
วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559
อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ต้องแพงก็ขายได้ "ขายภาพออนไลน์"
คุณใช้เลนส์อะไรในการถ่ายภาพขาย จริงๆ มือถือก็ถ่ายได้ แต่ต้องดูที่ความละเอียดของภาพว่าอันใหนอะเอียดกว่า
มาลองเลนส์เทพราคาถูกว่าจะเป็นอย่างไร
ขอให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่เคยใช้เจ้า Tamron 17-50 2.8 vc
บอกได้เลยว่าตัวมี VC ย่อมดีกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอน
เรื่องที่เห็นได้ชัดก็คือ VC ชื่อมันบอกคุณสมบัติในตัวมันเองอยู่แล้ว
สำหรับความเห็นส่วนตัว กันสั่นของเจ้า tamron จะทำงานค่อนข้างหนักหน่วง
กระตุกกระชากเล็กน้อย แต่ภาพรับรองภาพของคุณจะนิ่งและชัดเอามากๆ
แต่เป็นรอง 17-55 ของค่ายอยู่บ้าง (แหม่ราคาต่างกัน3เท่านี่หน่า)
ถ้าเปิด F ที่ 2.8 ของเจ้า tamron อาจจะต้องย้ำๆโฟกัสบ่อยๆ เพื่อให้จับโฟกัสได้ถูก Point เราต้องการ
แต่ถ้าเปิดที่ 4 รับรอง หวังผลเข้าเป้าเป๊ะ
บางท่านอาจจะบอกว่า 17-50 ความยาวโฟกัส สั้นแค่นี้
แถม f 2.8 อีก กันสั่น(VC)ไม่จำเป็นหรอก
แต่สำหรับผมแล้ว มีเหลือ ดีกว่ามีขาดครับ ในบางจังหวะที่แสงน้อยจริงๆ
นอกจากเรามี F 2.8 แล้วยังมี กันสั่นด้วย เป็นการการันตีได้เลยว่า โอกาสได้ภาพ
มากกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอนครับ
อย่าลืมนะครับ ภาพบางภาพ โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ
เป็นช่วงของจังหวะและเวลา ความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆ ที่รวมมาบรรจบกันพอดี
https://www.youtube.com/watch?v=jTtQ-zehCag
มาลองเลนส์เทพราคาถูกว่าจะเป็นอย่างไร
ขอให้คำแนะนำตามประสบการณ์ที่เคยใช้เจ้า Tamron 17-50 2.8 vc
บอกได้เลยว่าตัวมี VC ย่อมดีกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอน
เรื่องที่เห็นได้ชัดก็คือ VC ชื่อมันบอกคุณสมบัติในตัวมันเองอยู่แล้ว
สำหรับความเห็นส่วนตัว กันสั่นของเจ้า tamron จะทำงานค่อนข้างหนักหน่วง
กระตุกกระชากเล็กน้อย แต่ภาพรับรองภาพของคุณจะนิ่งและชัดเอามากๆ
แต่เป็นรอง 17-55 ของค่ายอยู่บ้าง (แหม่ราคาต่างกัน3เท่านี่หน่า)
ถ้าเปิด F ที่ 2.8 ของเจ้า tamron อาจจะต้องย้ำๆโฟกัสบ่อยๆ เพื่อให้จับโฟกัสได้ถูก Point เราต้องการ
แต่ถ้าเปิดที่ 4 รับรอง หวังผลเข้าเป้าเป๊ะ
บางท่านอาจจะบอกว่า 17-50 ความยาวโฟกัส สั้นแค่นี้
แถม f 2.8 อีก กันสั่น(VC)ไม่จำเป็นหรอก
แต่สำหรับผมแล้ว มีเหลือ ดีกว่ามีขาดครับ ในบางจังหวะที่แสงน้อยจริงๆ
นอกจากเรามี F 2.8 แล้วยังมี กันสั่นด้วย เป็นการการันตีได้เลยว่า โอกาสได้ภาพ
มากกว่าตัวไม่มี VC อย่างแน่นอนครับ
http://www.stockphotothailand.com/index.php/component/content/article/80-shutterstock-contibutor/93-bookintroduce
เป็นช่วงของจังหวะและเวลา ความเหมาะสมขององค์ประกอบต่างๆ ที่รวมมาบรรจบกันพอดี
https://www.youtube.com/watch?v=jTtQ-zehCag
วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559
อาชีพ “นักท่องเที่ยว” คืออะไรทำอะไรถึงได้เงิน ??
หลังจาก 6 ปีที่แล้วผมได้มีโอกาสแชทกับพี่คะน้าจาก Pixpros.net ได้รับรู้ถึงธุรกิจ Stock Photography ซึ่งหลังจากได้ศึกษาแล้วพบว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมาแล้ว 6 ปี จากงานที่ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะโตได้ขนาดไหน แต่วันนี้งานนั้นและงานที่เกี่ยวเนื่องทำเงินให้ผมไปร่วม 10 ล้านบาท แล้ว อ่ะๆ อย่าพึ่งมโนไปไกล สิ่งที่ผมทำที่บอกว่าเป็น “นักท่องเที่ยว” ไม่ใช่ธุรกิจ MLM ที่ให้ไปถือป้ายบ้าบอตามสถานที่ท่องเที่ยว และไปหลอกชาวบ้านมาเข้าคลับบ้าบอที่ต้องจ่ายเงินต่อปีหลายๆหมื่น เพื่อเอาไปเลี้ยงบรรดาหัวที่อยู่เหนือเราไป เป็นงานที่ไม่ถูกกฎหมายในหลายๆประเทศ แต่อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ คือ ผมเดินทางท่องเที่ยวจริงๆ วางแผนเอง เดินทางเอง จ่ายเงินเอง และหาเงินจากการเดินทางนั้นๆด้วยตัวเอง ไม่ต้องหลอกใครมาสมัครอะไรให้วุ่นวายทั้งนั้น อาชีพนักท่องเที่ยวที่ผมพูดถึงคืออะไรเรามาดูไปด้วยกันครับ
อาชีพ “นักท่องเที่ยว” ที่ผมพูดถึงคือ ตัวผมเองหาเงินจากการเดินทางท่องเที่ยวและงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งสิ่งที่ผมทำคือ การถ่ายภาพสต๊อก และ ถ่ายวิดิโอสต๊อกเพื่อนำไปขายในเว็บสต๊อกเอเยนซี่ชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Shutterstock , Fotolia , iStockphoto , 123RF , Dreamstime และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเองได้ส่งงานกับเอเยนซี่ไปเกือบ 30 เว็บไซต์ใน 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถามว่าเว็บไหนดีเว็บไหนไม่ดีผมเคยทำสรุปไว้แล้วที่นี่ สัดส่วนรายได้งาน “สต๊อก” แยกตาม AGENCY ปี 2015 สามารถไปตามอ่านย้อนหลังได้ มีบางเว็บได้ปิดตัวหรือควบรวมกิจการกับเว็บอื่นๆไป ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาดไม่ได้เป็นประเด็นที่น่าวิตกอะไร
ที่มา http://www.travelplanetx.com
อาชีพ “นักท่องเที่ยว” ที่ผมพูดถึงคือ ตัวผมเองหาเงินจากการเดินทางท่องเที่ยวและงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งสิ่งที่ผมทำคือ การถ่ายภาพสต๊อก และ ถ่ายวิดิโอสต๊อกเพื่อนำไปขายในเว็บสต๊อกเอเยนซี่ชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Shutterstock , Fotolia , iStockphoto , 123RF , Dreamstime และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งส่วนตัวแล้วผมเองได้ส่งงานกับเอเยนซี่ไปเกือบ 30 เว็บไซต์ใน 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถามว่าเว็บไหนดีเว็บไหนไม่ดีผมเคยทำสรุปไว้แล้วที่นี่ สัดส่วนรายได้งาน “สต๊อก” แยกตาม AGENCY ปี 2015 สามารถไปตามอ่านย้อนหลังได้ มีบางเว็บได้ปิดตัวหรือควบรวมกิจการกับเว็บอื่นๆไป ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาดไม่ได้เป็นประเด็นที่น่าวิตกอะไร
ที่มา http://www.travelplanetx.com
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559
รูปแนวไหนที่ขายดีที่สุด?
เรื่องหลักๆ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจเลยว่า วงการภาพถ่ายสต๊อก คือแหล่งรวมภาพที่สามารถน าไปใช้งานต่อได้ ไม่ใช่แกลอรี่ภาพศิลปะ จริงอยู่ที่ภาพแนวอาร์ทมีวางขายบนเว็ป แล้วก็ขายได้ด้วย แต่มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักถ้าคุณอยากจะท ารายได้ให้ดีกับวงการนี้ ภาพที่เห็นแล้วแบบว่า “ว้าว! สวยจัง... แล้วไงต่อ..?”ไม่มีความหมาย ไม่มีคอนเซ็ปอะไรเลย เป็นเรื่องที่คนหน้าใหม่พลาดในจุดนี้กันเสียเยอะจากประสบการณ์ของผมเองภาพสต๊อกจะต้อง “ดูสะอาดตา และ ง่าย”เดินทางสายกลาง คือสามารถเอาไปใช้งานได้หลากหลาย อีกอย่างนึงที่ผมจะแนะน าก็คือ ภาพสต๊อกของคุณจะต้องดูดีตั้งแต่ยังเป็นภาพเล็กๆ ในสายตาของลูกค้าตอนค้นหาแล้ว เพราะมันจะดึงดูดให้ลูกค้าของคุณกดไปดูภาพใหญ่ไงล่ะ แต่ก็ระวังตอนขยายด้วย เพราะบางภาพดูแย่ลงทันทีเวลาขยาย3 องค์ประกอบหลักของภาพสต๊อกที่ดี1. คอนเซ็ปหลักที่คุณจะขายคืออะไร -ต้องใช้วัตถุหรือองค์ประกอบอะไรบ้าง หรือไม่ใช้เลย หรือจะเป็นแนวเข้าถึงยากให้ลูกค้ามโนเอาเอง2. ทักษะการถ่ายภาพ -แน่นอนต้องใช้ความสามารถและความรู้เรื่องกล้อง แสง การเลือกจุดโฟกัส และอื่นๆเพื่อที่จะเล่าเรื่องจากภาพให้ลูกค้าเข้าใจ3. คีย์เวิร์ดและค าอธิบายภาพ -เพื่อจะขยายความว่าสิ่งที่จะสื่อคืออะไร (เช่น ภาพป้ายลูกศร สื่อถึงการตัดสินใจ หรือทางเลือก จะมีความหมายแบบนั้นก็ต่อเมื่อใช้คำอธิบายที่ดี)สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปเป็นเพียงไอเดียที่จะนำมาใช้ ก่อนถ่ายภาพในหมวดหมู่ต่างๆแต่ถ้าไอเดียดียังไง คีเวิร์ดแย่ หาไม่เจอ ถ่ายออกมาไม่ดี สื่อความหมายไม่ได้ ก็ขายไม่ได้อยู่ดีครับภาพถ่ายบุคคลภาพแนวนี้มักจะขายดี มือฉมังวงการนี้ก็มักจะมีภาพถ่ายบุคคลในพอร์ทเป็นหลักเลยแหละภาพถ่ายบุคคลจะต้องสื่อถึงอารมณ์ สื่อคอนเส็ปให้ได้ เช่น มีคนก าลังโทรศัพท์และยิ้มไปด้วย มีคนก าลังปวดหัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เด็กๆทำหน้าเบื่อหน่ายกับการบ้าน หรืออาจจะไม่ต้องใช้ใบหน้าในการบ่งบอกเรื่องราวก็ได้เช่น เดินในสวนจับมือกันแบบไม่ต้องเห็นหน้า ถ้าเห็นรูปร่างแบบนี้ก็ควรใช้ใบ Model Release จริงๆ แล้วผมอยากจะแนะนำให้ใช้ทุกใบ
เลย แม้ว่าจะเห็นแค่มือหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เอเจนซี่บางแห่งเขาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้ด้วย เช่น ถ้ามีรอยสัก ภาพถ่ายบนโต๊ะ(โต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร)ภาพแบบนี้นั้นขายดีทีเดียวแหละ เช่นเดียวกับพวกคอมพิวเตอร์หรือแนวเทคโนโลยี ทริคก็คือ เพิ่มการตกแต่งเล็กๆน้อย โดยให้ “สร้างคอนเส็ปที่มากกว่าตามองเห็น”เช่น แทนที่จะบอกว่า คอมพิวเตอร์กับคีย์บอร์ดเฉยๆ ก็เป็น ทำงานที่บ้าน หรือ ทำงานหนักในออฟฟิศที่วุ่นวาย แทนที่จะเป็น ชามสลัด ก็เป็น กินสลัดสดๆบนระเบียง การมองในมุมของลูกค้าจะช่วยในตรงนี้เพิ่มขึ้น เช่น ลองคิดว่าคุณเป็นฝ่ายทำนิตยสารอาหารดูสิ คุณจะอยากได้รูปยังไง การถ่ายรูปของกินบนโต๊ะอาหารเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วส าหรับคนเริ่มต้นใหม่ๆ แต่ก็ลองนึกถึงอย่างอื่นด้วย คุณอาจจะมีคอนเนคชั่นทีดีทำให้ถ่ายภาพบุคคลดีกว่าก็ได้พึงระลึกไว้เสมอว่า อย่าให้ติดโลโก้ หรือ แบรนด์ หรือภาพลักษณ์ที่สามารถจดจำได้เป็นอันขาดภาพวิวทิวทัศน์ถ้าจะเป็นภาพที่ขายดี ภาพมันต้องบอกอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เป็นวิวธรรมดาทั่วไป อย่าง ภูเขา ต้นไม้ เฉยๆ มันต้องให้คนดูจินตนาการตัวเองไปอยู่ในภาพเลยแหละ อีกอย่างคือเรื่องของจังหวะเวลาที่เหมาะสม บางคนเขาแพลนและคำนวนวันเวลา แสงทีเหมาะสมในถ่ายภาพแนวนี้มาก่อนเลยครับ
ภาพท่องเที่ยวนี่ก็เป้นหนึ่งในภาพยอดนิยมเช่นเดียวกัน ถ้าจะขายดี ภาพนั้นต้องสื่อถึง “ความเป็นสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้” เช่น คู่รักในปารีส ดำน้ำส่องปะการัง เล่นสโนวบอร์ดเทือกเขาแอลป์ ภาพท่องเที่ยวมันมีอะไรมากกว่าแค่วิวทิวทัศน์ หรือวิวเมือง จุดชมวิวต่างๆ ถึงแม้จุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ จะมีซ้ำกันมากมายขายบนเว็ป แค่ลูกค้าก็ยังอยากได้มุมมองใหม่ๆ ของจุดนั้นอยู่ดี ดังนั้นอย่าลืมมองหาอะไรที่แตกต่างเข้าไว้นะครับพึงระลึกไว้เสมอว่าแหล่งที่คุณอาศัยอยู่ก็มีจุดน่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศด้วยซ้ำภาพวิจิศิลป์ (แนวอาร์ทAbstract หรือศิลปะ) BG/Texturesภาพเหล่านี้มักจะมีอะไรให้เราประหลาดใจเสมอ คุณสามารถขายลายอิฐ หรือพวก เศษก้อนกรวดก็ยังได้ พวกนี้หาถ่ายง่ายครับ แล้วก็ขายได้ด้วย แต่เพราะมันถ่ายง่ายจึงมีภาพพวกนี้เยอะมาก คลื่นแปลกๆ ที่ชายหาด ก็สามารถเอามาทำเป็นภาพพื้นหลังได้จริงอยู่ครับที่พวกภาพแสงเงาแปลกๆ ภาพเบลอๆ เหล่านี้มักจะมีดาวโหลดใหญ่ให้เห็นกันอยู่ แต่มันไม่ใช่เส้นทางหลักที่ควรจะมุ่งมั่นเท่าไร ถ้าคุณท างานสต๊อกเป็นหลัก แต่ถ้าทำเล่นๆ เอาสนุก ฝึกฝีมือล่ะก็ ลุยเลยลองนึกถึงคนรับภาพสิครับ ทำไมเขาต้องรับภาพของคุณเหล่านี้ให้เปลืองเนื้อที่เซิฟเวอร์ด้วยล่ะ เพราะมันมีซ้ำๆ กันเยอะมากกก (ลอง search คำว่า storm cloudsดูสิครับ แล้วจะเห็น)ภาพเวคเตอร์(Illustrator)หัวข้อนี้ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไรแต่ถ้าคุณเก่งทางนี้แล้ว ลุยเลยครับ เพราะเวคเตอร์สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าภาพถ่ายเสียอีกแต่งานพวกไอคอนต้องมีการปรับพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนจะเห็นงานไอคอน Windows XP เต็มไปหมดสำหรับนักออกแบบเว็ปไว้ใช้กัน หลังๆ ก็จะเห็นไอคอน OS X แบบมีเงา ตอนนี้ก็จะเป็นไอคอนแบบ flat design เรียบๆ ง่ายๆ
3D Rendered Images (งานกราฟฟิค เช่น Sketchup)งานแบบนี้ตัดปัญหาเรื่อง noise ได้เลยครับ เพราะไม่มีแน่ๆ ตลาดงานกราฟฟิคสามมิติยังเปิดกว้างอยู่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ท าได้ ลุยเลยครับสรุปคนที่เริ่มงานสต๊อกใหม่ๆ อาจจะเห็นคนอื่นโพส“ว้าว ภาพเมฆบนท้องฟ้าเฉยๆเนี่ย มีคนโหลดแล้ว 3800 ครั้ง!” คุณอาจจะเป็นยังงั้นได้ และไม่ได้เช่นกัน คือต้องโชคดีมากๆเลยล่ะ แต่สิ่งที่แน่นอนอยากจะให้ยึดหลักไว้ก็คือ“ดูว่าอะไรขายดี ดูว่าอะไรขายเยอะ ดูว่าอะไรคนต้องการ แล้วก็เติมเต็มในส่วนตรงนั้นซะ”
http://microstockinsider.com/guides...
บทความแปลเพื่อให้ทุกท่านได้ความรู้ห้ามน าไปใช้ในการค้าโปรดเก็บไว้อ่านเองและเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่นต่อไป
แปลไทย: พัชรากร มณี
เรียบเรียง : Johnstockerเพจแหล่งความรู้สต๊อกโฟโต้
ที่มา http://microstockinsider.com/guides...
เลย แม้ว่าจะเห็นแค่มือหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เอเจนซี่บางแห่งเขาดูรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้ด้วย เช่น ถ้ามีรอยสัก ภาพถ่ายบนโต๊ะ(โต๊ะทำงานหรือโต๊ะอาหาร)ภาพแบบนี้นั้นขายดีทีเดียวแหละ เช่นเดียวกับพวกคอมพิวเตอร์หรือแนวเทคโนโลยี ทริคก็คือ เพิ่มการตกแต่งเล็กๆน้อย โดยให้ “สร้างคอนเส็ปที่มากกว่าตามองเห็น”เช่น แทนที่จะบอกว่า คอมพิวเตอร์กับคีย์บอร์ดเฉยๆ ก็เป็น ทำงานที่บ้าน หรือ ทำงานหนักในออฟฟิศที่วุ่นวาย แทนที่จะเป็น ชามสลัด ก็เป็น กินสลัดสดๆบนระเบียง การมองในมุมของลูกค้าจะช่วยในตรงนี้เพิ่มขึ้น เช่น ลองคิดว่าคุณเป็นฝ่ายทำนิตยสารอาหารดูสิ คุณจะอยากได้รูปยังไง การถ่ายรูปของกินบนโต๊ะอาหารเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วส าหรับคนเริ่มต้นใหม่ๆ แต่ก็ลองนึกถึงอย่างอื่นด้วย คุณอาจจะมีคอนเนคชั่นทีดีทำให้ถ่ายภาพบุคคลดีกว่าก็ได้พึงระลึกไว้เสมอว่า อย่าให้ติดโลโก้ หรือ แบรนด์ หรือภาพลักษณ์ที่สามารถจดจำได้เป็นอันขาดภาพวิวทิวทัศน์ถ้าจะเป็นภาพที่ขายดี ภาพมันต้องบอกอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เป็นวิวธรรมดาทั่วไป อย่าง ภูเขา ต้นไม้ เฉยๆ มันต้องให้คนดูจินตนาการตัวเองไปอยู่ในภาพเลยแหละ อีกอย่างคือเรื่องของจังหวะเวลาที่เหมาะสม บางคนเขาแพลนและคำนวนวันเวลา แสงทีเหมาะสมในถ่ายภาพแนวนี้มาก่อนเลยครับ
ภาพท่องเที่ยวนี่ก็เป้นหนึ่งในภาพยอดนิยมเช่นเดียวกัน ถ้าจะขายดี ภาพนั้นต้องสื่อถึง “ความเป็นสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้” เช่น คู่รักในปารีส ดำน้ำส่องปะการัง เล่นสโนวบอร์ดเทือกเขาแอลป์ ภาพท่องเที่ยวมันมีอะไรมากกว่าแค่วิวทิวทัศน์ หรือวิวเมือง จุดชมวิวต่างๆ ถึงแม้จุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ จะมีซ้ำกันมากมายขายบนเว็ป แค่ลูกค้าก็ยังอยากได้มุมมองใหม่ๆ ของจุดนั้นอยู่ดี ดังนั้นอย่าลืมมองหาอะไรที่แตกต่างเข้าไว้นะครับพึงระลึกไว้เสมอว่าแหล่งที่คุณอาศัยอยู่ก็มีจุดน่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศด้วยซ้ำภาพวิจิศิลป์ (แนวอาร์ทAbstract หรือศิลปะ) BG/Texturesภาพเหล่านี้มักจะมีอะไรให้เราประหลาดใจเสมอ คุณสามารถขายลายอิฐ หรือพวก เศษก้อนกรวดก็ยังได้ พวกนี้หาถ่ายง่ายครับ แล้วก็ขายได้ด้วย แต่เพราะมันถ่ายง่ายจึงมีภาพพวกนี้เยอะมาก คลื่นแปลกๆ ที่ชายหาด ก็สามารถเอามาทำเป็นภาพพื้นหลังได้จริงอยู่ครับที่พวกภาพแสงเงาแปลกๆ ภาพเบลอๆ เหล่านี้มักจะมีดาวโหลดใหญ่ให้เห็นกันอยู่ แต่มันไม่ใช่เส้นทางหลักที่ควรจะมุ่งมั่นเท่าไร ถ้าคุณท างานสต๊อกเป็นหลัก แต่ถ้าทำเล่นๆ เอาสนุก ฝึกฝีมือล่ะก็ ลุยเลยลองนึกถึงคนรับภาพสิครับ ทำไมเขาต้องรับภาพของคุณเหล่านี้ให้เปลืองเนื้อที่เซิฟเวอร์ด้วยล่ะ เพราะมันมีซ้ำๆ กันเยอะมากกก (ลอง search คำว่า storm cloudsดูสิครับ แล้วจะเห็น)ภาพเวคเตอร์(Illustrator)หัวข้อนี้ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไรแต่ถ้าคุณเก่งทางนี้แล้ว ลุยเลยครับ เพราะเวคเตอร์สามารถใช้งานได้หลากหลายมากกว่าภาพถ่ายเสียอีกแต่งานพวกไอคอนต้องมีการปรับพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนจะเห็นงานไอคอน Windows XP เต็มไปหมดสำหรับนักออกแบบเว็ปไว้ใช้กัน หลังๆ ก็จะเห็นไอคอน OS X แบบมีเงา ตอนนี้ก็จะเป็นไอคอนแบบ flat design เรียบๆ ง่ายๆ
3D Rendered Images (งานกราฟฟิค เช่น Sketchup)งานแบบนี้ตัดปัญหาเรื่อง noise ได้เลยครับ เพราะไม่มีแน่ๆ ตลาดงานกราฟฟิคสามมิติยังเปิดกว้างอยู่ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ท าได้ ลุยเลยครับสรุปคนที่เริ่มงานสต๊อกใหม่ๆ อาจจะเห็นคนอื่นโพส“ว้าว ภาพเมฆบนท้องฟ้าเฉยๆเนี่ย มีคนโหลดแล้ว 3800 ครั้ง!” คุณอาจจะเป็นยังงั้นได้ และไม่ได้เช่นกัน คือต้องโชคดีมากๆเลยล่ะ แต่สิ่งที่แน่นอนอยากจะให้ยึดหลักไว้ก็คือ“ดูว่าอะไรขายดี ดูว่าอะไรขายเยอะ ดูว่าอะไรคนต้องการ แล้วก็เติมเต็มในส่วนตรงนั้นซะ”
http://microstockinsider.com/guides...
บทความแปลเพื่อให้ทุกท่านได้ความรู้ห้ามน าไปใช้ในการค้าโปรดเก็บไว้อ่านเองและเผยแพร่ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคลอื่นต่อไป
แปลไทย: พัชรากร มณี
เรียบเรียง : Johnstockerเพจแหล่งความรู้สต๊อกโฟโต้
ที่มา http://microstockinsider.com/guides...
วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
วิธีสมัครขายภาพ Shutter Stock ขายภาพออนไลน์
Shutter Stock "ขายภาพออนไลน์"
ชอบถ่ายรูป ... ชอบนำเสนอ แถมได้เงินดอลลาร์เข้ากระเป๋าอีกตางหาก .....
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ มีอาชีพ และการสร้างรายได้อีกแขนงหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อย สามารถสร้างรายได้ทั้งแบบทำสนุกๆ เป็นรายได้เสริม และหรือทำจริงจัง อย่างที่ช่างภาพ สต็อกเกอร์ชาวไทยชั้นแนวหน้าจำนวนไม่น้อย ที่มีรายได้ 6 หลัก ต่อเดือน และมากถึงหลักมากกว่าล้านบาทต่อปี แถมแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย !!!
จึงนับได้ว่า การถ่ายภาพขายออนไลน์นี้ เป็นงานอดิเรกที่สนุก และท้าทายไม่เบาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบมุมมองผ่านเลนส์ หลงใหลในเสียงชัตเตอร์ และแสวงหามุมใหม่ๆ ในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในโลกใบนี้ ตามสไตล์ของตนเอง...หลายคนมีความสนใจขายรูปภาพกับเว็บไซต์ Shutter Stock เพราะเป็นตลาดค้ารูปภาพชั้นนำของโลก ลูกค้ากว้างขวาง และนับได้ว่า ขายง่ายขายคล่อง เป็นหน้าร้านหลักของเหล่า Stocker กันเลยทีเดียว บางคนก็สมัครทิ้งไว้ แต่ยังไม่มีเวลาศึกษา บางคนเห็นเว็บเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยคิดว่ายุ่ง และยาก ก็เลยยังไม่ได้สมัคร วันนี้จึงจะพาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาดูขั้นตอนการสมัครขายภาพแบบง่ายๆ กัน ทั้งแนะนำหน้าตาเว็บไซต์ และเมนูการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก อ่านแล้วทำตามไปด้วย ก็สมัครได้เลย มาเริ่มกันเลย....ก่อนอื่น ต้องเตรียมความพร้อมก่อนสมัครกันสักหน่อย เรื่องสิ่งที่ต้องใช้ในการสมัครขายภาพ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
หลักฐานการสมัคร
ก่อนที่จะเริ่มต้นสมัคร ควรต้องมีสิ่งของดังต่อไปนี้
- อีเมลล์ ต้องมีอีเมลล์สำหรับการสมัครสมาชิก ใครมีอีเมลล์แล้วก็เริ่มได้เลย
- พาสปอร์ต ต้องมีพาสปอร์ตสำหรับการยืนยันตัวบุคคล ในการทำธุรกรรมกับทางเว็บ ถ้ายังไม่มี แนะนำให้ไปทำพาสปอร์ตก่อนเลย
- บัญชีการรับชำระเงิน PAYPAL หลังจากสมัคร และสอบผ่านแล้ว แนะนำให้รีบเปิดบัญชี PAYPAL ทันที เพื่อรอรับเงินที่ขายภาพได้ (ที่สำคัญมาก) ทั้งนี้... จะแยกหัวข้อการสมัครบัญชี PAYPAL และการใช้งานไว้ในโอกาสต่อไป
1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ shutter stock เพื่อทำการสมัคร
2. กด ปุ่ม Sign up now (ในช่องสีเหลือง) เพื่อสมัคร
3. ใส่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครสมาชิก
4. อัพรูปภาพ
เมื่อสมัครเสร็จแล้ว จะเข้าสู่การอัพรูปภาพ เพื่อสอบ ให้ส่งรูปภาพ 10 ภาพ ผ่านมาตรฐานแค่ 1 รูป ก็ถือว่าสอบผ่าน
5. ใส่รายละเอียดรูปภาพ และคำค้นหา
ใช้ Google ช่วยแปลกันได้เลยนะคะ ง่ายมากๆ ดูในภาพของเราว่าเป็นรูปอะไร สีอะไร ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ที่มีอยู่ในรูปภาพ ให้อธิบายเป็นประโยคง่ายๆ ในช่องบน
ส่วนช่องล่างนั้น ให้ใส่เป็นคำๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพ หรืออยากให้ลูกค้าเสริ์ชเจอรูปภาพเราจากคำว่าอะไร ซึ่งเราเรียกมันว่า คียเวิร์ด (Keyword) ช่วยให้ภาพถูกลูกค้าค้นพบได้ และเราจะขายได้มากๆ
ลองเทียบเคียงตามหมวด แล้วเลือกให้ใกล้เคียงที่สุดดังนี้
Abstract – รูปภาพเชิงศิลป์ เป็นนามธรรม ระบุไม่ได้ว่าเป็นภาพอะไรเช่น ภาพวาดแบบ Abstact โบเก้
Animals/Wildlife – เกี่ยวกับสัตว์ทุกชนิดในโลกนี้
The Arts – วัสดุสำหรับการสร้างงานศิลปะ เช่นพู่กัน ผ้าใบ สีไม้ สีน้ำ สีเทียน อื่นฯลฯ
Backgrounds/Textures – ภาพแบคกราวน์เชิงศิลป์ ดีไซน์สำหรับทำพื้นหลัง โบเก้ต่างๆ แผ่นพื้นต่างๆ ลายไม้ ลายหิน หน้าผิววัสดุที่นำมาใช้เป็นภาพพื้นหลัง (ไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์)
Beauty/Fashion – เกี่ยวกับความงาม แฟชั่น เป็นหลัก เช่น เครื่องประดับ ทรงผม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ครีมทาผิว ทาเล็บ เป็นต้น
Buildings/Landmarks – เกี่ยวกับตัวอาคาร ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมทุกชนิด
Business/Finance – เกี่ยวกับธุรกิจ และการเงิน การธนาคาร ทั้งภาพสถานที่ บุคคล เช่นนักธุรกิจ ใส่สูท และวัสดุ อุปกรณ์สำนักน
Celebrities – บุคคลผู้มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักกีฬา (ต้องมีใบ MR แนบไปตอนส่งภาพด้วย)
Editorial – โดยปกติ รูปภาพที่ส่งขายนั้น ต้องห้ามมีโลโก้ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ระบุความเป็นเจ้าของ ถ้ามี...จะต้องแนบใบที่ระบุความเป็นเจ้าของ (PR) หรือภาพที่เห็นใบหน้าคน ก็ต้องมีใบ (MR) ทุกครั้ง ******* ในหมวด Ediorial นี้ .. จะเป็นการส่งแบบใช้สำหรับทำข่าวหรือบทความ ที่ไม่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์เท่านั้น! และไม่ต้องมีใบอะไรแนบไป แต่ต้องเขียนคำอธิบายแบบ Editorial (ยกแยกไปเป็นอีก 1 หัวข้อการอธิบาย)
Education – ภาพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค่ะ เช่นนักเรียน โรงเรียน สมุด ดินสอ ห้องเรียนและอื่นๆ
Food and Drink – อาหาร เครื่องดื่ม ทุกชนิด ที่กินได้
Health Care – เกี่ยวกับสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การบำรุง ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก คนอ้วนไป คนผอมไป อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
Holidays – หมวดนี้ เป็นรูปภาพอีเว้นท์ เหตุการณ์ การเฉลิมฉลอง การตกแต่งเทศลกาลเกี่ยวกับวันหยุดตามปฏิทินเท่านั้น !!! ไม่ได้หมายถึงการท่องเที่ยว พักผ่อนทั่วไป
Illustrations/Clip-Art – งานที่สร้างด้วยโปรแกรในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ภาพถ่าย
Industrial – เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร คนงาน อุปกรณ์ต่างๆ
Interiors – เป็นภาพเกี่ยวกับการตกแต่งภายในบ้าน สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เป็นต้น
Miscellaneous – รูปภาพอื่นๆ ที่หาประเภทลงไม่ได้ ให้เลือกอันนี้ไว้ก่อนเลยค่ะ
Nature – ภาพธรรมชาติทั้งหลาย วิวทิวทัศน์ ทุ่งหญ้า ดอกไม้ น้ำตก ภูเขา ทะเล
Objects – ภาพวัตถุเป็นชิ้นๆ เน้นการนำไปไดคัท เพื่อใช้งาน
Parks/Outdoor – กิจกรรมกลางแจ้ง หรือรูปภาพกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลานจอดรถ วิถีชีวิตต่างๆ กลางแจ้ง
People – รูปภาพคน
Religion – เกี่ยวกับศาสนา และวัฒนธรรม
Science – ภาพเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การทดลอง อุปกรณ์การทดลอง
Signs/Symbols – ภาพสัญลักษณ์ ตราประทับ ป้ายต่างๆ
Sports/Recreation – ภาพเกี่ยวกับการกีฬาทุกชนิดในโลก
Technology – อุปกรณ์ที่ทันสมัยทั้งหลาย เช่นมือถือ ปริ๊นท์เตอร์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เครื่องถ่ายเอกสาร ช้ินส่วนคอมฯ เป็นต้น
Transportation – ยานพาหนะ การขนส่ง ทุกชนิด
Vectors – ภาพที่เขียนในโปรแกรม Illustrator
Vintage – ของเก่า ของโบราณย้อนยุค
6. ช่องที่เหลือคืออะไร?
- Category มี 2 ช่อง บน เลือกประเภทรูปภาพ
- Illust./Clip-Art ปกติระบบจะเซ็ตเป็น No อยู่แล้ว สำหรับภาพถ่ายทั่วไป แต่หากเป็นภาพที่ใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์วาดขึ้น ให้เลือก Yes
- Watermark: ตำแหน่งลายน้ำ เมื่อรูปผ่านเข้าไป (เอาไว้เหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยน)
-Nudity/R-Rate: อันนี้ภาพโป๊ ภาพเปลือย ภาพนู๊ด ถ้ามีค่อยกด Yes ไม่มี ให้ข้ามนะ
-Editorial: อันนี้ถ้าส่งเป็นภาพข่าว คือไม่มีใบ MR หรือ PR ให้เลือก Yes ถ้าไม่ใช่ก็ข้ามไป
-Release: สัญลักษณ์ + Add หมายถึง กดบวกเพื่อแนบไฟล์ ที่เป็นใบให้อนุญาตMRหรือ PR
ชอบถ่ายรูป ... ชอบนำเสนอ แถมได้เงินดอลลาร์เข้ากระเป๋าอีกตางหาก .....
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ มีอาชีพ และการสร้างรายได้อีกแขนงหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อย สามารถสร้างรายได้ทั้งแบบทำสนุกๆ เป็นรายได้เสริม และหรือทำจริงจัง อย่างที่ช่างภาพ สต็อกเกอร์ชาวไทยชั้นแนวหน้าจำนวนไม่น้อย ที่มีรายได้ 6 หลัก ต่อเดือน และมากถึงหลักมากกว่าล้านบาทต่อปี แถมแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเสียด้วย !!!
จึงนับได้ว่า การถ่ายภาพขายออนไลน์นี้ เป็นงานอดิเรกที่สนุก และท้าทายไม่เบาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบมุมมองผ่านเลนส์ หลงใหลในเสียงชัตเตอร์ และแสวงหามุมใหม่ๆ ในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ในโลกใบนี้ ตามสไตล์ของตนเอง...หลายคนมีความสนใจขายรูปภาพกับเว็บไซต์ Shutter Stock เพราะเป็นตลาดค้ารูปภาพชั้นนำของโลก ลูกค้ากว้างขวาง และนับได้ว่า ขายง่ายขายคล่อง เป็นหน้าร้านหลักของเหล่า Stocker กันเลยทีเดียว บางคนก็สมัครทิ้งไว้ แต่ยังไม่มีเวลาศึกษา บางคนเห็นเว็บเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยคิดว่ายุ่ง และยาก ก็เลยยังไม่ได้สมัคร วันนี้จึงจะพาเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาดูขั้นตอนการสมัครขายภาพแบบง่ายๆ กัน ทั้งแนะนำหน้าตาเว็บไซต์ และเมนูการใช้งานที่ไม่ยุ่งยาก อ่านแล้วทำตามไปด้วย ก็สมัครได้เลย มาเริ่มกันเลย....ก่อนอื่น ต้องเตรียมความพร้อมก่อนสมัครกันสักหน่อย เรื่องสิ่งที่ต้องใช้ในการสมัครขายภาพ ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
หลักฐานการสมัคร
ก่อนที่จะเริ่มต้นสมัคร ควรต้องมีสิ่งของดังต่อไปนี้
- อีเมลล์ ต้องมีอีเมลล์สำหรับการสมัครสมาชิก ใครมีอีเมลล์แล้วก็เริ่มได้เลย
- พาสปอร์ต ต้องมีพาสปอร์ตสำหรับการยืนยันตัวบุคคล ในการทำธุรกรรมกับทางเว็บ ถ้ายังไม่มี แนะนำให้ไปทำพาสปอร์ตก่อนเลย
- บัญชีการรับชำระเงิน PAYPAL หลังจากสมัคร และสอบผ่านแล้ว แนะนำให้รีบเปิดบัญชี PAYPAL ทันที เพื่อรอรับเงินที่ขายภาพได้ (ที่สำคัญมาก) ทั้งนี้... จะแยกหัวข้อการสมัครบัญชี PAYPAL และการใช้งานไว้ในโอกาสต่อไป
1. เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ shutter stock เพื่อทำการสมัคร
2. กด ปุ่ม Sign up now (ในช่องสีเหลือง) เพื่อสมัคร
3. ใส่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อสมัครสมาชิก
4. อัพรูปภาพ
เมื่อสมัครเสร็จแล้ว จะเข้าสู่การอัพรูปภาพ เพื่อสอบ ให้ส่งรูปภาพ 10 ภาพ ผ่านมาตรฐานแค่ 1 รูป ก็ถือว่าสอบผ่าน
5. ใส่รายละเอียดรูปภาพ และคำค้นหา
ใช้ Google ช่วยแปลกันได้เลยนะคะ ง่ายมากๆ ดูในภาพของเราว่าเป็นรูปอะไร สีอะไร ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ที่มีอยู่ในรูปภาพ ให้อธิบายเป็นประโยคง่ายๆ ในช่องบน
ส่วนช่องล่างนั้น ให้ใส่เป็นคำๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพ หรืออยากให้ลูกค้าเสริ์ชเจอรูปภาพเราจากคำว่าอะไร ซึ่งเราเรียกมันว่า คียเวิร์ด (Keyword) ช่วยให้ภาพถูกลูกค้าค้นพบได้ และเราจะขายได้มากๆ
ลองเทียบเคียงตามหมวด แล้วเลือกให้ใกล้เคียงที่สุดดังนี้
Abstract – รูปภาพเชิงศิลป์ เป็นนามธรรม ระบุไม่ได้ว่าเป็นภาพอะไรเช่น ภาพวาดแบบ Abstact โบเก้
Animals/Wildlife – เกี่ยวกับสัตว์ทุกชนิดในโลกนี้
The Arts – วัสดุสำหรับการสร้างงานศิลปะ เช่นพู่กัน ผ้าใบ สีไม้ สีน้ำ สีเทียน อื่นฯลฯ
Backgrounds/Textures – ภาพแบคกราวน์เชิงศิลป์ ดีไซน์สำหรับทำพื้นหลัง โบเก้ต่างๆ แผ่นพื้นต่างๆ ลายไม้ ลายหิน หน้าผิววัสดุที่นำมาใช้เป็นภาพพื้นหลัง (ไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์)
Beauty/Fashion – เกี่ยวกับความงาม แฟชั่น เป็นหลัก เช่น เครื่องประดับ ทรงผม เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ครีมทาผิว ทาเล็บ เป็นต้น
Buildings/Landmarks – เกี่ยวกับตัวอาคาร ตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมทุกชนิด
Business/Finance – เกี่ยวกับธุรกิจ และการเงิน การธนาคาร ทั้งภาพสถานที่ บุคคล เช่นนักธุรกิจ ใส่สูท และวัสดุ อุปกรณ์สำนักน
Celebrities – บุคคลผู้มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง นักกีฬา (ต้องมีใบ MR แนบไปตอนส่งภาพด้วย)
Editorial – โดยปกติ รูปภาพที่ส่งขายนั้น ต้องห้ามมีโลโก้ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ระบุความเป็นเจ้าของ ถ้ามี...จะต้องแนบใบที่ระบุความเป็นเจ้าของ (PR) หรือภาพที่เห็นใบหน้าคน ก็ต้องมีใบ (MR) ทุกครั้ง ******* ในหมวด Ediorial นี้ .. จะเป็นการส่งแบบใช้สำหรับทำข่าวหรือบทความ ที่ไม่เกี่ยวข้องเชิงพาณิชย์เท่านั้น! และไม่ต้องมีใบอะไรแนบไป แต่ต้องเขียนคำอธิบายแบบ Editorial (ยกแยกไปเป็นอีก 1 หัวข้อการอธิบาย)
Education – ภาพที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค่ะ เช่นนักเรียน โรงเรียน สมุด ดินสอ ห้องเรียนและอื่นๆ
Food and Drink – อาหาร เครื่องดื่ม ทุกชนิด ที่กินได้
Health Care – เกี่ยวกับสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การบำรุง ออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก คนอ้วนไป คนผอมไป อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
Holidays – หมวดนี้ เป็นรูปภาพอีเว้นท์ เหตุการณ์ การเฉลิมฉลอง การตกแต่งเทศลกาลเกี่ยวกับวันหยุดตามปฏิทินเท่านั้น !!! ไม่ได้หมายถึงการท่องเที่ยว พักผ่อนทั่วไป
Illustrations/Clip-Art – งานที่สร้างด้วยโปรแกรในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ภาพถ่าย
Industrial – เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักร คนงาน อุปกรณ์ต่างๆ
Interiors – เป็นภาพเกี่ยวกับการตกแต่งภายในบ้าน สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง เป็นต้น
Miscellaneous – รูปภาพอื่นๆ ที่หาประเภทลงไม่ได้ ให้เลือกอันนี้ไว้ก่อนเลยค่ะ
Nature – ภาพธรรมชาติทั้งหลาย วิวทิวทัศน์ ทุ่งหญ้า ดอกไม้ น้ำตก ภูเขา ทะเล
Objects – ภาพวัตถุเป็นชิ้นๆ เน้นการนำไปไดคัท เพื่อใช้งาน
Parks/Outdoor – กิจกรรมกลางแจ้ง หรือรูปภาพกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลานจอดรถ วิถีชีวิตต่างๆ กลางแจ้ง
People – รูปภาพคน
Religion – เกี่ยวกับศาสนา และวัฒนธรรม
Science – ภาพเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การทดลอง อุปกรณ์การทดลอง
Signs/Symbols – ภาพสัญลักษณ์ ตราประทับ ป้ายต่างๆ
Sports/Recreation – ภาพเกี่ยวกับการกีฬาทุกชนิดในโลก
Technology – อุปกรณ์ที่ทันสมัยทั้งหลาย เช่นมือถือ ปริ๊นท์เตอร์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต เครื่องถ่ายเอกสาร ช้ินส่วนคอมฯ เป็นต้น
Transportation – ยานพาหนะ การขนส่ง ทุกชนิด
Vectors – ภาพที่เขียนในโปรแกรม Illustrator
Vintage – ของเก่า ของโบราณย้อนยุค
6. ช่องที่เหลือคืออะไร?
- Category มี 2 ช่อง บน เลือกประเภทรูปภาพ
- Illust./Clip-Art ปกติระบบจะเซ็ตเป็น No อยู่แล้ว สำหรับภาพถ่ายทั่วไป แต่หากเป็นภาพที่ใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์วาดขึ้น ให้เลือก Yes
- Watermark: ตำแหน่งลายน้ำ เมื่อรูปผ่านเข้าไป (เอาไว้เหมือนเดิมค่ะ ไม่ต้องเปลี่ยน)
-Nudity/R-Rate: อันนี้ภาพโป๊ ภาพเปลือย ภาพนู๊ด ถ้ามีค่อยกด Yes ไม่มี ให้ข้ามนะ
-Editorial: อันนี้ถ้าส่งเป็นภาพข่าว คือไม่มีใบ MR หรือ PR ให้เลือก Yes ถ้าไม่ใช่ก็ข้ามไป
-Release: สัญลักษณ์ + Add หมายถึง กดบวกเพื่อแนบไฟล์ ที่เป็นใบให้อนุญาตMRหรือ PR
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
บทความของ อ.สุระ นวลประดิษฐ์ การขายภาพออนไลน์
ปัญหาเดิมๆ ยังคงเป็นปัญหาที่ตามมารบกวนคนขายภาพชาวไทย และเจ้าหน้าที่ของ Shutterstock ไปพร้อมๆ กันทั้งสองฝ่าย
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ติดต่อกับทาง Shutterstock เรื่องแอคเคาท์ของคนไทยที่ถูกบล็อกจาก Shutterstock อันเกิดจากการเปิดแอคเคาท์ซ้ำ ปัญหาที่พบนั้นเคยนำมาบอกหลายครั้งแล้วเกี่ยวกับการทำผิดขั้นตอน
คือหลังจากสมัครแล้ว เมื่อมีปัญหาใดๆ หรือว่าต้องรอนานเกินไป (รอนานนี่ต้องหมายถึง 7 วันขึ้นไปนะครับ ไม่ใช่ 1 วัน) ก็ให้ส่งอีเมลสอบถามไปที่ submit@shutterstock.com เท่านั้นครับ อย่าสมัครใหม่เป็นอันขาด ถ้าสมัครใหม่ มันมีแนวโน้มที่จะถูกบล็อกทั้งสองแอคเคาท์
จากประสบการณ์ของผม พูดตามตรงเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มากกว่า 90% มาจากทางเราเองนี่แหละครับ Shutterstock นั้นเขาอยากได้ช่างภาพมากครับ ย้ำว่ามาก อะไรพอจะจัดการให้ได้ เขาก็จัดการให้หมดแหละครับ
พวกเราทำงานกันไม่ค่อยละเอียดครับ เรื่องการใส่ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตนี่เป็นปัญหาระดับชาติ (ไม่ต้องอื่นไกล ที่ผมเคยบอกเอาไว้ การสมัคร ShutterTalk แต่ละครั้ง มีคนเขียนชื่อนามสกุลตัวเองไม่ถูกตอนกรอกแบบฟอร์มสมัคร ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีรอบละเป็นสิบคน ยิ่งกว่านั้น ตอนผมประกาศรับสมัครเพิ่ม เอาคนแรกที่มาโพสต์ รอบนี้ปรากฎว่าทั้งสองครั้ง คนแรกที่มาโพสต์ กลับไม่ได้สิทธิ์ เพราะพิมพ์ชื่อนามสกุลตัวเองผิดครับ) ชื่อเราเอง สมัครทำงานกับองค์กรระดับนานาชาติ แต่กลับไม่สามารถเขียนให้ตรงให้ถูกต้อง เขาบอกให้ใส่ชื่อ ก็ใส่ทั้งชื่อทั้งนามสกุล เขาบอกให้ใส่นามสกุล ก็ไปใส่ชื่อ ฯลฯ สารพัดปัญหาครับ
ปัญหาอีกเรื่องคืออีเมล ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาจะบอกว่า ไม่ได้รับอีเมลจาก Shutterstock แต่ทาง Shutterstock บอกว่าส่งอีเมลมาให้หลายครั้งแล้วก่อนบล็อกแอคเคาท์ เป็นปัญหาระดับชาติอีกเหมือนกันคือเรื่องอีเมลนี่แหละ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าส่งมาแล้ว แต่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าไม่เคยได้อ่าน
ที่ตลกกว่านั้นคือ มีคนส่งอีเมลมาหาผม ให้ช่วยติดตามเรื่องให้กับชัตเตอร์สต็อก แล้วเขาส่งสำเนาพาสปอร์ต และรายละเอียดต่างๆ เข้ามาประกอบด้วย สุดท้ายคือเขาลงชื่อตัวเองมาท้ายอีเมล และเมื่อผมไปอ่านชื่อเขาที่เขียนมาในอีเมลกับในพาสปอร์ต ปรากฎว่า ไม่ตรงกันครับ !*@#@%$&^$$*(+_%%$@!?><%$# งงไปสิครับผม 555
ละเอียดรอบคอบ และ ใจเย็นกันนิดหนึ่งครับทุกๆ ท่าน
ที่มา https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/1706795509576684/?notif_t=group_activity¬if_id=1463104397319575
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ติดต่อกับทาง Shutterstock เรื่องแอคเคาท์ของคนไทยที่ถูกบล็อกจาก Shutterstock อันเกิดจากการเปิดแอคเคาท์ซ้ำ ปัญหาที่พบนั้นเคยนำมาบอกหลายครั้งแล้วเกี่ยวกับการทำผิดขั้นตอน
คือหลังจากสมัครแล้ว เมื่อมีปัญหาใดๆ หรือว่าต้องรอนานเกินไป (รอนานนี่ต้องหมายถึง 7 วันขึ้นไปนะครับ ไม่ใช่ 1 วัน) ก็ให้ส่งอีเมลสอบถามไปที่ submit@shutterstock.com เท่านั้นครับ อย่าสมัครใหม่เป็นอันขาด ถ้าสมัครใหม่ มันมีแนวโน้มที่จะถูกบล็อกทั้งสองแอคเคาท์
จากประสบการณ์ของผม พูดตามตรงเลยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มากกว่า 90% มาจากทางเราเองนี่แหละครับ Shutterstock นั้นเขาอยากได้ช่างภาพมากครับ ย้ำว่ามาก อะไรพอจะจัดการให้ได้ เขาก็จัดการให้หมดแหละครับ
พวกเราทำงานกันไม่ค่อยละเอียดครับ เรื่องการใส่ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตนี่เป็นปัญหาระดับชาติ (ไม่ต้องอื่นไกล ที่ผมเคยบอกเอาไว้ การสมัคร ShutterTalk แต่ละครั้ง มีคนเขียนชื่อนามสกุลตัวเองไม่ถูกตอนกรอกแบบฟอร์มสมัคร ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ มีรอบละเป็นสิบคน ยิ่งกว่านั้น ตอนผมประกาศรับสมัครเพิ่ม เอาคนแรกที่มาโพสต์ รอบนี้ปรากฎว่าทั้งสองครั้ง คนแรกที่มาโพสต์ กลับไม่ได้สิทธิ์ เพราะพิมพ์ชื่อนามสกุลตัวเองผิดครับ) ชื่อเราเอง สมัครทำงานกับองค์กรระดับนานาชาติ แต่กลับไม่สามารถเขียนให้ตรงให้ถูกต้อง เขาบอกให้ใส่ชื่อ ก็ใส่ทั้งชื่อทั้งนามสกุล เขาบอกให้ใส่นามสกุล ก็ไปใส่ชื่อ ฯลฯ สารพัดปัญหาครับ
ปัญหาอีกเรื่องคืออีเมล ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาจะบอกว่า ไม่ได้รับอีเมลจาก Shutterstock แต่ทาง Shutterstock บอกว่าส่งอีเมลมาให้หลายครั้งแล้วก่อนบล็อกแอคเคาท์ เป็นปัญหาระดับชาติอีกเหมือนกันคือเรื่องอีเมลนี่แหละ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าส่งมาแล้ว แต่ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่าไม่เคยได้อ่าน
ที่ตลกกว่านั้นคือ มีคนส่งอีเมลมาหาผม ให้ช่วยติดตามเรื่องให้กับชัตเตอร์สต็อก แล้วเขาส่งสำเนาพาสปอร์ต และรายละเอียดต่างๆ เข้ามาประกอบด้วย สุดท้ายคือเขาลงชื่อตัวเองมาท้ายอีเมล และเมื่อผมไปอ่านชื่อเขาที่เขียนมาในอีเมลกับในพาสปอร์ต ปรากฎว่า ไม่ตรงกันครับ !*@#@%$&^$$*(+_%%$@!?><%$# งงไปสิครับผม 555
ละเอียดรอบคอบ และ ใจเย็นกันนิดหนึ่งครับทุกๆ ท่าน
ที่มา https://www.facebook.com/groups/1454798028109768/1706795509576684/?notif_t=group_activity¬if_id=1463104397319575
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
